เมืองจันท์

" น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูรณ์ สมบูรณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสิน รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี "

        นี่คือคำขวัญของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของดิฉันเอง เมืองจันท์เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์  ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิดโดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่นๆ เช่น พริกไทย ยางพารา เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณี และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายเรียกได้ว่าหากต้องการที่จะท่องเที่ยวให้ครบทุกประเภทต้องมาที่จันทบุรีไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ

        การเดินทางก็สามารถเดินทางได้โดยรถส่วนตัว หรือรถทัวร์ของบริษัทต่างๆที่สถานีขนส่งหมอชิต หรือเอกมัยก็ได้ (ไม่แน่ใจว่าสายใต้ไปได้รึเปล่า?) จันทบุรีตั้งอยู่พื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 245 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชม. (ไม่ไกลเลยใช่ไหมคะ)

        บอกเพียงแค่นี้คงนึกไม่ออกใช่ไหมค่ะ? ว่าเมืองจันท์มีดีอย่างไร ดิฉันจะลองยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของเมืองจันท์มาให้ทุกๆคนลองอ่านกัน แต่ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เมืองจันท์ยังมีที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่จะให้ทุกๆคนได้ลองพิสูจน์กัน รับรองว่าถ้าได้อ่านบันทึกของดิฉันแล้ว จะต้องอยากไปเที่ยวจันท์กันแน่ๆ

        1. ศาลหลักเมืองจันทบุรี

 

          ศาลหลักเมืองจันทบุรีหลังปัจจุบันตั้งอยู่ที่หน้าค่ายตากสินด้านซ้าย เป็นศาลหลักเมืองที่ตั้งขึ้นหลังจากย้ายมาจากบ้านหัววัง (ตำบลพุงทะลายเดิม) มาแล้ว เนื่องจากศาลเดิมชำรุดทรุดโทรมจนไม่เหลือตัวศาลอยู่ ทางจังหวัดจันทบุรีจึงได้ก่อสร้างศาล ฝังเสาหลักเมือง และหล่อองค์เจ้าพ่อขึ้นมาใหม่เพื่อให้สง่างามสมศักดิ์ศรีของเมือง

           ทุกวันจะมีคนไปไหว้สักการะ ขอพร ขอโชคลาภ เสี่ยงเซียมซี ภายบริเวณหน้าศาลหลักเมืองตอนกลางคืนมีหนังกลางแปลงฉายจากผู้ที่มาแก้บน ศาลหลักเมืองเป็นศาลคู่จังหวัดจันทบุรีมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และปกปักษ์รักษาให้ชาวจังหวัดจันทบุรีมีแต่ความสุขและความเจริญทั่วกัน

        2. ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

              ตั้งอยู่บนถนนท่าหลวง บริเวณหน้าค่ายตากสินมหาราช เป็นอาคารรูปทรงเก้าเหลี่ยม หลังคาเป็นรูปพระมาลาหรือหมวกยอดแหลม ภายในประดิษฐานพระบรมรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ศาลพระเจ้าตากสินนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี สมัยแรกเป็นเพียงศาลพระภูมิสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้มีการสร้างบูรณะพระราชวังเดิมของพระเจ้าตากสินมหาราช สมัยรัชกาลที่ ๕ เรียกว่า "ศาลพระเจ้าตาก"

         ภายในศาลพระเจ้าตาก ประดิษฐานเป็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ลักษณะประทับยืนทรงพระแสดงดาบ ขนาดเท่าองค์จริง ในแต่ละวันมีประชาชนมาสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก และในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์ จะจัดให้มีการทำบุญตักบาตรและถวายเครี่องราชสักการะ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงกอบกู้เอกราชให้แผ่นดินไทย

          3.  โบสถ์วัดโรมันคาทอลิก

              ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ในเขตตำบลจันทนิมิต เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิกมีชื่อหนึ่งว่า "วัดแม่พระปฎิสนธินิรมล" ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เรียกว่า "ศิลปะแบบโกธิก" และตกแต่งด้วยกระจกสีติดผนัง เป็นภาพทางคริสต์ศาสนาที่สวยงาม

               4. สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

               ตั้งอยู่ริมถนนเลียบเนิน เยื้องกับศาลากลางจังหวัด มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ ทุกช่วงเช้าและเย็นจะมีประชาชนจำนวนมากนิยมมาออกกำลังกายและพักผ่อยหย่อนใจ สภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ความร่มรื่นและสวยงาม มีการขุดบึงล้อมรอบซึ่งใช้เป็นที่เพาะพันธุ์ปลาของกรมประมงจังหวัด เกาะกลางบึงประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงม้าพร้อมทหารคู่พระทัยทั้งสี่ คือ พระเชียงเงิน หลวงพิชัยอาสา หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสน่หา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับการกู้เอกราชของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทรงเลือกจังหวัดจันทบุรีเป็นที่รวบรวมกำลังพลในการกอบกู้เอกราช

            5.  รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ

             รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ ถูกค้นพบในราว พ.ศ. 2397 หรือประมาณ 155 ปีมาแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 พระพ่อเขียน หรือพระครูธรรมสรคุณ เจ้าอาวาสวัดกระทิง เจ้าคณะอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ ได้บุกเบิกทางขึ้น และนำรถยนต์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรก และค่อยๆพัฒนาเส้นทางขึ้นยอดเขาให้ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

             รอยพระพุทธบาทแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,050 เมตร นับเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งปรากฎอยู่บนก้อนหินใหญ่ โดยใกล้กันนั้นมีลูกหินพระบาทหรือหินลูกบาตร ที่เป็นหินก้อนใหญ่มากตั้งตระหง่านอยู่ลักษณะเหมือนหินเรือใบที่เกาะสิมิลัน

             รอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ นับว่าเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี ทุกๆปีจะมีคนมากราบไหว้สักการะในช่วงกลางเดือนมีนาคมเป็นต้นไป (ก็ประมาณช่วงเวลานี้นั่นแหละ จนกว่าจะถึงหน้าฝน เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขาจะลื่น ทำให้รถยนต์เดินทางขึ้นไปไม่ได้ เขาก็จะปิด )

             6.  น้ำตกพลิ้ว

             น้ำตกพลิ้วมี 3 ชั้น จากทางขึ้นไป 200 เมตร จะเห็นอลงกรณ์เจดีย์อยู่ทางขวามือ เป็นเจดีย์ศิลาแลง ซึ่งรัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างไว้ ส่วนทางซ้ายมีสถูปพระนางเรือล่ม อันเป็นที่บรรจุพระอังคารของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สถูปและอลงกรณ์เจดีย์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวทรงโปรดฯให้สร้างขึ้น เนื่องจากพระองค์เคยเสด็จประพาส เมื่อ พ.ศ. 2417 และทรงชื่นชมโสมนัสในความงดงามของน้ำตกแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

           7. หาดเจ้าหลาว

              เป็นหาดทรายละเอียดสีแดง ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ เมื่อน้ำลงสันทรายจะโผล่พ้นน้ำ ทอดเป็นแนวยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน บริเวณสันเขาหาดเจ้าหลาวเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลที่น่าชม หรือจะเดินเล่นตามเนินเขา หรือจะมานั่งตกปลาเก๋าก็ได้ จากหาดนี้ไปไม่ไกล สามารถออกไปดำน้ำชมปะการังตื้นได้ หาดเจ้าหลาวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งที่พักและรันอาหารทะเลขึ้นชื่อในความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปูดำ หมึก ปะการัง ปลากะพง

         ทุกวันที่ตรงกับเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยวมากมาย ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว กลุ่มเพื่อนๆ หรือแม้แต่เด็กๆที่มาเล่นทะเลกับพ่อแม่เป็นต้น ทำให้เห็นภาพบรรยากาศที่เต็มเติมความรู้สึกที่ดี

            8.  คุกขี้ไก่

          คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ใกล้ตึกแดง ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ ก่อนถึงท่าเทียบเรือ 1 กม. สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 เมื่อฝรั่งเศสได้เข้ายึดจันทบุรี ในกรณีพิพาทกันด้วยเรี่องดินเเดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ระหว่างนั้นกองทหารฝรั่งเศสประมาณ 600 คน แยกกันอยู่สองแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่ที่เมืองจันทบรี บริเวณที่เป็นค่ายทหารปัจจุบัน อีกแห่งอยู่ที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ฝรั่งเศสได้สร้างคุกขี้ไก่ เพื่อใช้กักขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ  7 เมตร มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลัวคาโปร่ง เล่ากันว่าเป็นคุกที่ทรมานมาก เพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลราดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา

           9.  ตึกแดง

            ตึกแดง ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำเเหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 30 กม. สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตร ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาเมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรีไดรื้อป้อมแห่งนี้ลง และสร้างตึกแดงขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส เป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง

            10. โอเอซีส ซีเวิลด์

         โอเอซีส ซี เวิลด์ ตั้งอยู่ที่ ต. ปากน้ำ อ.แหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 25 กม. บนพื้นที่กว่า 68 ไร่ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่งมี 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีสวนผีเสื้อที่มีผีเสื้อหลากหลายชนิด โดยมีวงจรชีวิตในสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยการแสดงปลาโลมาก็จะมีให้ชมเป็นรอบๆของแต่ละวัน ค่าเข้าชมก็ไม่แพงอย่างที่คิดด้วยคะ (เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 70 บาท)

          อย่างที่บอกไว้แล้วนะคะตั้งแต่ตอนต้นว่าจะยกแค่ตัวอย่างมาเรียกน้ำย่อยกัน เพราะที่เมืองจันท์มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ พูดวันเดียวก็ไม่หมดหรอกคะ ยังไงก็ฝากเมืองจันท์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกๆคนด้วยนะคะ เอาไว้เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการจะไปเที่ยว summer นี้

 

"เที่ยวเมืองจันท์....ไม่ไป....ไม่รู้"