อริยะขัดขืนของแท้ ทำแล้วต้องรับผลร้ายนั้นเอง
วันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมานี้
เนื่องจากมิต้องอ่านหนังสือเพื่อนสอบอีก
จึงมีเวลาว่าง ตื่นสาย(เที่ยง) ทำโน่นทำนี่ได้
จึงเปิดคอมพ์ขึ้นมา เล่นเกมส์
เล่นจนเบื่อจึงไปเปิดงานวิจัยอ่านเล่น
เรื่อง "ศาลรัฐธรรมนูญและพันธกิจตามรัฐธรรมนูญ"
สนุกดี อ่านขำๆไปเจอใครคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคย
ท่าน Sir Edward Coke ตุลาการอินดี้ตัวพ่อของอังกฤษ
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงความอินดี้ของแกพอสังเขป
Sir Coke(คุ๊ก) เป็นประมุขฝ่ายตุลาการของอังกฤษ
เรียกว่าคล้ายๆประธานศาลฎีกาบ้านเฮา
สมัยนั้นยังปกครองโดยศักดินาที่เรียกว่ากษัตริย์
ชื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 1 (ฉายาผู้ไร้แผ่นดิน)
วีรกรรมของท่านCoke ฉายแววอินดี้อยู่หลายเรื่อง
เช่น ในคดี คุณหมอThomas Bonham
เรื่องนี้ตาหมอโทมัสมันเปรี้ยว รักษาโดยไม่มีใบประกอบโรคศิลป์
งานนี้โดนจับและพิจารณาคดีโดยแพทยสภา
ปรากฏว่า "โดนปรับ"
อ๊ะๆ ถ้าจบแค่นั้นคงไม่อินดี้ให้ท่านคุ๊กแสดงอภินิหาร
ปรากฏว่า...ท่าคุ๊กบอกอย่างนี้ตัดสินไม่ได้
เพราะตามกฎหมายอังกฤษ(ขณะนั้น)
เมื่อปรับแล้ว คณะกรรมการแพทยสภาจะได้ค่าปรับกึ่งหนึ่ง
แล้วท่านก็เอามาเข้าศาลตามปกติ ซึ่งหมอโทมัสก็ไม่รอดอยู่ดี
ฟังแล้วอินดี้ดี แต่นี่ล่ะก่อให้เกิดหลักการหนึ่งขึ้นมาคือ
"หลักผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถพิจารณาคดีนั้นได้"
เอากับเขาสิ!!!
ต่อมาความเปรี้ยวของท่านคุ๊กเริ่มเปรี้ยวเป็นทวีคูณ
เพราะมีคดีเรื่องหนึ่งพระเจ้าเจมส์แกสนใจมาก
แกจึงออกกฎมาว่า คดีไหนที่แกสนใจ
ให้รอการพิจารณาไว้ก่อนจนกว่าตุลาการจะได้ความเห็นจากแก
คุณถูกจับก็งานเข้าสิครับ ถ้าพระเจ้าเจมส์ลืม กรูก็ซวยสิฟร่ะ!!!
ท่านคุ๊กไม่ยอมครับ แกวอนคุกสมชื่อแกจริงๆ
แกพิจารณาคดีไปตามปกติ ไม่สนอีตาพระเจ้าเจมส์
เมื่อทราบเรื่องพระเจ้าเจมส์ก็ควันออกหู
เรียกท่านคุ๊กมาพบด่วน
และได้มีการโต้เถียงกันประมาณว่า
ทำไมเรา(พระเจ้าเจมส์)จะตัดสินบ้างไม่ได้เล่า
เพราะกฎหมายเป็นเรื่องของเหตุผล
เรา(เจมส์)จะมีเหตุผลแบบนั้นบ้างมิได้หรือ
สรุปว่าพระเจ้าเจมส์บอกว่ากรูโง่นักหรอที่จะทำอย่างเอ็งมิได้?
พี่คุ๊กก็ตอบอย่างไม่เกรงใจเลยว่า
"พระเจ้าประทานสติปัญญามาให้พระองค์
แต่กฎหมายในราชอาณาจักรนี้ พระองค์หาได้รอบรู้หมดไม่
เพราะมันมิใช่เหตุผลทั่ว แต่เป็นเหตุผลของนักกฎหมาย"
และยังเปรี้ยวต่อว่า
"ซึ่งกฎหมายนั้น พระองค์ต้องยอมรับว่า
มิได้ศึกษาวิชากฎหมายอย่างบรรดาข้าพเจ้า(ตุลาการ)ศึกษามา"
สรุป จะบอกว่าเอ็งโง่ว่ะเจมส์ เอ็งไม่ได้เรียนนิติมา อย่าเสล่อ!!!
พระเจ้าเจมส์ก็โกรธสิครับท่าน
ผลออกมาท่่านคุ๊กแกโดนปลด
แกก็ยอมรับนะ เพราะนี่คืออริยะขัดขืนของแท้
ทำแล้วต้องรับผลร้ายนั้นเอง
(สำหรับประเทศไทยไม่น่าจะใช่นะ)
เหตุการดังกล่าวก่อให้เกิด "หลักอิสระของตุลาการ" ขึ้น
ภายหลังได้คลี่คลายตัวเป็น "หลักนิติธรรม (The Rule of Law)"
ท่านคุ๊กแกไม่ยอมแพ้ จึงลงเล่นการเมือง
และได้เป็นสมาชิกสภาขุนนาง(คล้ายๆ ส.ว.)ในที่สุด
จบแว้ว....
ป.ล.ตุลาการภิบัติ เอ๊ย ภิวัฒน์ในประเทศไทยน่าจะเอาอย่างนะ..
เนื่องจากมิต้องอ่านหนังสือเพื่อนสอบอีก
จึงมีเวลาว่าง ตื่นสาย(เที่ยง) ทำโน่นทำนี่ได้
จึงเปิดคอมพ์ขึ้นมา เล่นเกมส์
เล่นจนเบื่อจึงไปเปิดงานวิจัยอ่านเล่น
เรื่อง "ศาลรัฐธรรมนูญและพันธกิจตามรัฐธรรมนูญ"
สนุกดี อ่านขำๆไปเจอใครคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคย
ท่าน Sir Edward Coke ตุลาการอินดี้ตัวพ่อของอังกฤษ
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงความอินดี้ของแกพอสังเขป
Sir Coke(คุ๊ก) เป็นประมุขฝ่ายตุลาการของอังกฤษ
เรียกว่าคล้ายๆประธานศาลฎีกาบ้านเฮา
สมัยนั้นยังปกครองโดยศักดินาที่เรียกว่ากษัตริย์
ชื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 1 (ฉายาผู้ไร้แผ่นดิน)
วีรกรรมของท่านCoke ฉายแววอินดี้อยู่หลายเรื่อง
เช่น ในคดี คุณหมอThomas Bonham
เรื่องนี้ตาหมอโทมัสมันเปรี้ยว รักษาโดยไม่มีใบประกอบโรคศิลป์
งานนี้โดนจับและพิจารณาคดีโดยแพทยสภา
ปรากฏว่า "โดนปรับ"
อ๊ะๆ ถ้าจบแค่นั้นคงไม่อินดี้ให้ท่านคุ๊กแสดงอภินิหาร
ปรากฏว่า...ท่าคุ๊กบอกอย่างนี้ตัดสินไม่ได้
เพราะตามกฎหมายอังกฤษ(ขณะนั้น)
เมื่อปรับแล้ว คณะกรรมการแพทยสภาจะได้ค่าปรับกึ่งหนึ่ง
แล้วท่านก็เอามาเข้าศาลตามปกติ ซึ่งหมอโทมัสก็ไม่รอดอยู่ดี
ฟังแล้วอินดี้ดี แต่นี่ล่ะก่อให้เกิดหลักการหนึ่งขึ้นมาคือ
"หลักผู้มีส่วนได้เสียไม่สามารถพิจารณาคดีนั้นได้"
เอากับเขาสิ!!!
ต่อมาความเปรี้ยวของท่านคุ๊กเริ่มเปรี้ยวเป็นทวีคูณ
เพราะมีคดีเรื่องหนึ่งพระเจ้าเจมส์แกสนใจมาก
แกจึงออกกฎมาว่า คดีไหนที่แกสนใจ
ให้รอการพิจารณาไว้ก่อนจนกว่าตุลาการจะได้ความเห็นจากแก
คุณถูกจับก็งานเข้าสิครับ ถ้าพระเจ้าเจมส์ลืม กรูก็ซวยสิฟร่ะ!!!
ท่านคุ๊กไม่ยอมครับ แกวอนคุกสมชื่อแกจริงๆ
แกพิจารณาคดีไปตามปกติ ไม่สนอีตาพระเจ้าเจมส์
เมื่อทราบเรื่องพระเจ้าเจมส์ก็ควันออกหู
เรียกท่านคุ๊กมาพบด่วน
และได้มีการโต้เถียงกันประมาณว่า
ทำไมเรา(พระเจ้าเจมส์)จะตัดสินบ้างไม่ได้เล่า
เพราะกฎหมายเป็นเรื่องของเหตุผล
เรา(เจมส์)จะมีเหตุผลแบบนั้นบ้างมิได้หรือ
สรุปว่าพระเจ้าเจมส์บอกว่ากรูโง่นักหรอที่จะทำอย่างเอ็งมิได้?
พี่คุ๊กก็ตอบอย่างไม่เกรงใจเลยว่า
"พระเจ้าประทานสติปัญญามาให้พระองค์
แต่กฎหมายในราชอาณาจักรนี้ พระองค์หาได้รอบรู้หมดไม่
เพราะมันมิใช่เหตุผลทั่ว แต่เป็นเหตุผลของนักกฎหมาย"
และยังเปรี้ยวต่อว่า
"ซึ่งกฎหมายนั้น พระองค์ต้องยอมรับว่า
มิได้ศึกษาวิชากฎหมายอย่างบรรดาข้าพเจ้า(ตุลาการ)ศึกษามา"
สรุป จะบอกว่าเอ็งโง่ว่ะเจมส์ เอ็งไม่ได้เรียนนิติมา อย่าเสล่อ!!!
พระเจ้าเจมส์ก็โกรธสิครับท่าน
ผลออกมาท่่านคุ๊กแกโดนปลด
แกก็ยอมรับนะ เพราะนี่คืออริยะขัดขืนของแท้
ทำแล้วต้องรับผลร้ายนั้นเอง
(สำหรับประเทศไทยไม่น่าจะใช่นะ)
เหตุการดังกล่าวก่อให้เกิด "หลักอิสระของตุลาการ" ขึ้น
ภายหลังได้คลี่คลายตัวเป็น "หลักนิติธรรม (The Rule of Law)"
ท่านคุ๊กแกไม่ยอมแพ้ จึงลงเล่นการเมือง
และได้เป็นสมาชิกสภาขุนนาง(คล้ายๆ ส.ว.)ในที่สุด
จบแว้ว....
ป.ล.ตุลาการภิบัติ เอ๊ย ภิวัฒน์ในประเทศไทยน่าจะเอาอย่างนะ..
