เจ็บนะ

              เราเป็นตาปลาที่นิ้วก้อยเท้าขวามาประมาณ 1 เดือน ขนาดประมาณ0.7cm เห็นจะได้ ดูเหมือนไม่ไหญ่  แต่มาอยู่ที่นิ้วก้อยเท้าแล้วใหญ่มากมาย  ในระหว่างที่เป็นก็ใส่รองเท้าได้ตามปกตินะ  เว้นเวลาที่ไปจับมันหรือ ไปเตะโดนอะไรเข้าเท่านั้นที่จะรู้สึกปวด เราปรึกษากับเพื่อนหลายครั้งว่าจะไปหาหมอดีไหม    เพื่อนบอกไปเลยทนเจ็บอยู่ได้    ที่จิงก็อยากไปนะแต่อายอ่ะก็(เราเป็นผู้หญิงนี  ใครถามเป็นอะไรมา  โอ้ยยยไม่รู้เอาหน้าไว้ที่ไหน)  แถมไปถามคนที่เคยเป็นเค้าบอกต้องผ่านะเจ็บมากเลย  เอาล่ะซิคราวนี้ขี้ขึ้นสมอง   

             จนวันนึงเพื่อนบอกต้องไปช่วยงานการกุศลนะ  เค้ามีรายชื่อ

มาด้วย  (เอาล่ะซิงานเข้าตู) งานเริ่ม8.00-20.00 น.โหดสุด ๆ  วันนั้นเราดันใส่ร้องเท้าส้นสูงไป ตอนที่ใส่ไม่รู้สึกปวดเลย   แต่พอกลับมาที่ห้องเท่านั้นแหละโอ้ยยยยแม่เจ้ามันปวด

มากเลย   เลยตัดสินใจไปหาหมอ

             หมอเรียกตรวจ  "คำถามแรกเป็นไรมาคับ" เราตอบ "หนู

เป็นตาปลามาค่ะ" หมอดูเสร็จ บอกเซ็ด OR "โห OR มันก็ห้องผ่าตัดดิ" เราแทบจะเป็นลม  หมอคงสังเกตเห็นสีหน้า  เค้าเลยบอกแค่ตัดเอาหนังที่แข็ง ๆ ออกแล้วก้มให้ทายา ไม่เจ็บเลยคับ    มีเซ้นใบยินยอมผ่าตัดด้วย (เป็นทางการโค้ด   เราชักลังเล จะเอาตูไปทำไรป่าวว่ะ  แต่ก็ไหน ๆ มาแล้ว)

   ที่ห้องผ่าตัดเล็ก   หมอเค้าก็เอายาทาแล้วก็ใช้มีปาด ๆ เลย ปากก็บอกถ้าเจ็บก็บอกนะค่ะ  (โหยเราอยากบอกหมอว่า แค่จับหนูก็เจ็บแทบแย่ ด้วยความที่กลัวเค้าว่าไม่อดทนเราเลยบอก "เอาเลยค่ะหมอเต็มที่หนูทนได้ ว้าวววววดูแมนสุด ๆ  แต่ในใจเราอ่ะ xxx)

 

              อยากจะบอกพี่ ๆ ที่OPD Skin น่ารักมากเค้าพูดเพราะ บริการดี๊ดี ถึงแม้ที่สถานที่มันคับแคบ แต่ใจมันไม่ได้แคบตาม

 

     " โตจนป่านนี้แล้วน่าจะมีความคิดมั่งว่าอันไหนควรทำอันไหนไม่ควรทำ  ไม่ใช่เค้าจะพาไปไหนก็ไป " น้ำตาแทบร่วง(แต่ก็มาร่วงตอนหลัง 55)  " พูดชื่อเรา  และพูดว่าทำงานกิจกรรมมาตลอดไม่น่าพลาดเลยนะ" ตอนที่ฟังคำพูดนี้เราใช้เล็บจิกขาตัวเองไว้

    เราขอจบบันทึกแค่นี้นะ  เรื่องมันยาวไป

     สรุปมีคนเป็นห่วงคงมีกลัวไม่มีคนเหลียวแล  มั้ง

     " กิจกรรมของ.... เราจะพยายามไม่ทำอีก " เรียนเท่านั้นสำคัญที่สุด จิงป่ะ

 

               มันเจ็บอ่ะ  ทำดีก็แค่เสมอตัว พอมันออกมาไม่ดีซ้ำ