ถ้าคุณเป็นโอบามา... จะขึ้นภาษีแบบนี้ไหม?


...

รัฐบาล(ท่านประธานาธิบดี)โอบาม่าตัดสินใจขึ้นภาษีบุหรี่ ซึ่งอาจทำให้คนอเมริกันเลิกบุหรี่ทันที 1 ล้านคน > Reuters

... 

 

รัฐบาลท่านโอบามาประกาศขึ้นภาษีบุหรี่ในวันที่ 1 เมษายน 2552 ประมาณซอง (pack) ละ 1.01 ดอลลาร์ฯ (35.05 บาท) จากเดิมภาษีซองละ 39 เซนต์ (13.65 บาท) บุหรี่ที่นั่นราคาประมาณซองละ 4.35 ดอลลาร์ฯ (152.25 บาท คิดที่ 35 บาท/ดอลลาร์ฯ)

รายได้จากภาษีบุหรี่จะนำไปใช้สร้างสรรค์เรื่องดีๆ คือ ขยายโปรแกรมระบบประกันสุขภาพให้เด็กๆ ยากจน

...

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์เทอร์รี เพคาเซค จาก CDC (ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ) กล่าวว่า บุหรี่ฆ่าคนอเมริกันปีละไม่มากเลย เพียง 440,000 คนต่อปี (kill annuarlly; kill = ฆ่า; annually = ต่อปี) เท่านั้นเอง

นี่เป็นความเห็นที่เกือบเป็นเอกฉันท์ (almost unanimous; almost = เกือบ; un-= ไม่; animous = แตกแยก เสียงแตก; unanimous = เอกฉันท์) ทั้งจากชุมชนทางวิทยาศาสตร์ และผู้วางแผนนโยบาย (policy = นโยบาย; makers = ผู้สร้าง ผู้ทำ; policy makers = ผู้ออกกฏหมาย)

...

กลไกที่เป็นไปได้คือ บุหรี่แพงจะทำให้คนซื้อมาสูบน้อยลง ผู้เชี่ยวชาญประมาณการณ์ว่า หลังจากขึ้นภาษี... บุหรี่จะแพงขึ้น ทำให้คนอเมริกันตัดสินใจเลิกบุหรี่ 1 ล้านคน และจะทำให้เด็กๆ อีก 2 ล้านคนตัดสินใจไม่สูบบุหรี่ (รวมเป็น 3 ล้านคน หรือเกือบ 1% ของประชากรสหรัฐฯ)

ผลจากการเลิกบุหรี่และไม่เริ่มสูบบุหรี่จะทำให้เกิดการประหยัด่าใช้จ่ายสุขภาพเพียง 44.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 1,557,500 ล้านบาท หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท และจะทำให้คนรอดตายจากโรคภัยไข้เจ็บอีก 905,000 คน

...

อาจารย์โตมัส ไบรแอนท์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมขายบุหรี่แห่งชาติกล่าวว่า ภาษีครั้งเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ จะทำให้ยอดขายบุหรี่ลดลง 10% ทำให้คนตกงานได้ 117,000 บาท

สถิติการสูบบุหรี่ของสหรัฐฯ ตกลงเรื่อยๆ มาหลายสิบปีแล้ว ปี 2007 หรือ พ.ศ. 2550 มีผู้ใหญ่สูบบุหรี่ประมาณ 19.8%

...

รัฐที่มีอัตราภาษีบุหรี่ต่ำจะมีคนสูบมาก รัฐที่มีอัตราภาษีบุหรี่สูงจะมีคนสูบน้อย ช่วง 6 ปีที่ผ่านมา... ภาษีท้องถิ่น(ระดับรัฐ)เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า และมีการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ที่มา                                                       

  • Thank Reuters > Maggie Fox & Todd Eastham ed. Enough of the puff: tax may cut smoking rates > [ Click ] > March 15, 2009.
  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 16 มีนาคม 2552.
หมายเลขบันทึก: 248707เขียนเมื่อ 16 มีนาคม 2009 08:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 05:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

สวัสดีครับ อาจารย์หมอฯ

ภาษีบาปต้องเอาให้หนักครับ

เหล้า เบียร์ บุหรี่ สถานบริการ สถานบันเทิงยามค่ำคืน

พวกนี้ใช้ต้นทุนของสังคมมาเป็นกำไรให้ตัวเอง

เก็บภาษีให้แพง เพื่อเอาเงินไปทำประโยชน์อย่างอื่นครับ

อยากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเราทำอะไรแบบนี้มั่ง

สวัสดีค่ะ

* มาเชียร์โอบามาค่ะ

* สุขกายสุขใจนะคะ

ขอขอบคุณทุุกๆ ท่าน + ทุกๆ ความเห็นครับ...

  • คนไทยเราเสียภาษีให้คนดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ และแอลกอฮอล์ปีละมากๆ

งานเลี้ยงนี่...

  • ต้นทุนค่าเหล้าบางทีปาเข้าไป 40-50% 
  • แล้วพวกขี้เมามักจะบังคับให้คนอื่นหารค่าเหล้าไปด้วย
โรงพยาบาลก็คล้ายๆ กัน...
  • เราเสียภาษีให้คนเมาไปขับรถชนคนอื่นบ้าง ขับรถชนหรือรถล้ม แล้วใช้ค่ารักษาพยาบาลมากๆ เป็นประจำ
  • เราเสียภาษีให้คนสูบบุหรี่ไปรักษามะเร็ง ไปรักษาถุงลมโป่งพองเป็นประจำ

ขอขอบคุณทุกๆ ท่าน + ทุกๆ ความเห็นครับ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี