
...
> [ BBC ]
...
สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง"'Econocide' to surge as recession bites" แปลว่า "การฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจเพิ่มเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ (econo- = เกี่ยวกับปากท้อง เศรษฐกิจ; -cide = ฆ่า; surge = เพิ่มขึ้นมาก; recession = เศรษฐกิจถดถอย; bite = กัด)"
อาจารย์ดอกเตอร์อลัน เบอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมวิชาการฆ่าตัวตายอเมริกา (suicide = การฆ่าตัวตาย; -logy = วิชา; suicidology = วิชาว่าด้วยเรื่องฆ่าตัวตาย) กล่าวว่า เรื่องนี้มีแนวโน้มจะจริง
...
ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (great depression) ในปี 1929 หรือ พ.ศ. 2472 อัตราการฆ่าตัวตายได้เพิ่มขึ้น 50% เป็น 17.5 ต่อแสน ซึ่งหมายถึงคน 100,000 คนมีโอกาสฆ่าตัวตาย 17.5 คนต่อปี
สมาคมป้องกันการฆ่าตัวตายสมาริทันส์กล่าวว่า กลไกที่เป็นไปได้คือ เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ... คนจะตกงานมากขึ้น ไม่มีแรงกำลังพอที่จะชำระ(จ่าย)หนี้ และไม่มีความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย
...

การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำมีส่วนเพิ่มความรุนแรง(ทำร้ายร่างกายกัน)ในครอบครัว การติดเหล้า ยาเสพติด การหย่าร้าง และเพิ่มแรงกดดันต่อคนเราได้
ทว่า... ในท่ามกลางวิกฤตก็มีโอกาส เช่น อาจถือโอกาสใช้เวลากับคนที่บ้านมากขึ้น ออกแรง-ออกกำลังมากขึ้น โดยเฉพาะการปั่นจักรยานนี่ดีมาก... ดีจนมีคำกล่าวว่า "ไม่มีใครร้องไห้บนจักรยานได้" (เพราะปั่นแล้วมันสนุก ถ้ายังไม่สนุกให้ชวนเด็กๆ ไปปั่นด้วยทั้งบ่าย) ลดค่าใช้จ่าย (เช่น เลิกเหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) ฯลฯ บางทีวิกฤตก็กลายเป็นโอกาสขึ้นมาได้
...
ถ้ารู้สึกหดหู่ไร้ค่าเสียจริงๆ การไปขอทำแบบทดสอบซึมเศร้าที่โรงพยาบาลก็เป็นทางออกที่ดี เนื่องจากโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายประมาณ 90% และทุกวันนี้ก็มียาดีขึ้นแยะ
การรักษาโรคซึมเศร้าอาจทำให้คนเรามีโอกาสสัมผัสกับชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิมเยอะเลย

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา
-
Thank BBC > Claire Prentice. 'Econocide' to surge as recession bites > March 11, 2009.
-
ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
-
ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 15 มีนาคม 2552.
เห็นด้วยทุกประการกับคำแนะนำค่ะ
คนเราถูกสอนให้เติบโตเพียงร่างกาย แต่บางครั้งลืมที่จะสอนให้เติบโตทางด้านจิตใจด้วย จิตใจจึงอ่อนแอ อ่อนไหวง่ายเมื่อมีสิ่งใดมากระทบ
ดังนั้นการพึ่งพากระบวนการทางจิตวิทยาจึงเป็นเรื่องจำเป็น ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ทำไมเวลาใครไปโรงพยาบาลจิตเวชถึงชอบมีคนมองมาด้วยสายตาแปลกๆ จริง
จริงครับ...
อีกเรื่องที่ไม่ควรลืมคือ
ขณะเดียวกัน... กลุ่มอาสาสมัครมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ (จากภาคประชาชนทั่วโลก ไม่ใช่จากนักจิตวิทยา หรือหมอ)
ชาวพม่ามีอะไรดีถึงได้ทนได้...