ตอนอายุ 15 ...
หัวถึงหมอนทีไร เป็นหลับทุกที!
พออายุ 18 ...
ไม่มีสลิง ไม่ใช้ตัวช่วย ไม่ต้องมีตัวแสดงแทน หมอนไม่ต้อง บรรยากาศไม่มีผล ขนาดงานวัดอยู่ข้างๆ บ้านก็ยังหลับได้
จนอายุ 19 ...
เฮ้อ! ไม่หลับซักที นอนมาจะครบชั่วโมงแล้ว
ปัจจุบัน...(ไม่ระบุอายุ)
หลับสบาย ตื่นสั่งได้ สดชื่นแจ่มใสจริงๆ

คุณเคยมีอาการนอนไม่หลับหรือหลับยากหรือเปล่า?
ตอนเด็กๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงบ่นว่านอนไม่หลับ บอกว่าเสียงดังมั่งล่ะ ไฟสว่างเกินไปมั่งล่ะ สารพัด ทีเราแค่ตั้งใจจะหลับก็หลับแล้ว ไม่เห็นจะยากตรงไหน ไม่เข้าใจจริงๆ
พออายุ 19 (โดยประมาณ) รู้สึกเหมือนกรรมตามทัน แต่ละคืนพลิกตัวไปมาอยู่นานกว่าจะหลับได้ บางทีก็เป็นชั่วโมงจึงหลับ ทำไมเราถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ เราต้องสูญเสียแชมป์การนอนหลับได้เร็วที่สุดไปจริงๆ แล้วหรือ...
...และแล้ว เหมือนมีใครมากระซิบที่หูว่า "นี่ๆ สังเกตดูดีๆ ซิ แต่ก่อนก็ไม่เห็นเป็นอย่างนี้ แล้วจู่ๆ ทำไมถึงเป็นได้"
ไม่รอช้า เริ่มปฏิบัติการสังเกตตนเองทันที สังเกตอยู่นานหลายวัน พอจะได้เค้าโครงว่า เหตุที่เราไม่หลับซะทีน่ะ เพราะ...
- พรุ่งนี้มีนัดสำคัญ
- รอการประกาศผลบางอย่าง อย่างใจจดใจจ่อ
- งานที่ต้องส่งยังไม่เสร็จ
- ปัญหาที่ยังไม่เจอทางออก
- มีปัญหากับเพื่อน/ที่ทำงาน
- กังวลเกี่ยวกับงานรู้ว่าจะเจอพรุ่งนี้
- คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย(ทั้งเรื่องตัวเองและชาวบ้าน ซึ่งมักจะไร้สาระ)
ฯลฯ
พอจะเ็ห็นภาพแล้ว ว่าที่นอนไม่หลับน่ะ ทำตัวเองทั้งน๊าน...น ตอนนี้ก็เลยเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงมีปัญหานอนไม่ค่อยหลับ สาเหตุหนึ่งก็คงมาจากความเครียด วิตกกังวล ความว้าวุ่นในจิตใจ ทั้งเรื่องงาน ลูกน้อง เจ้านาย ลูกค้า ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ราคาหุ้น พ่อตา แม่ยาย ลูกๆ ค่าเทอม ญาติขอยืมเงิน ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ฯลฯ ส่งผลให้จิตใจไม่สงบ เหมือนถูกรบกวนอยู่ตลอดเวลา

"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?" เมื่อถึงเวลานอน เราคงวิ่งโร่ไปแก้สาเหตุหรือเคลียร์ตัวต่อตัวกับคู่กรณีตัวต้นเรื่องที่ทำให้เราเก็บมาคิดก็ไม่ได้ เอ้า! ไหนๆ ก็แก้ที่อื่นไม่ได้แล้ว แก้ที่ตัวเองนี่แหละ โดยการปล่อยวางหรือผ่อนคลายความเครียด หลายๆ คนก็มีวิธีที่แตกต่างกันไป อาจจะดูโทรทัศน์ ฟังเพลง สวดมนต์ ฯลฯ แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าทำ คือ...
ขั้นแรกต้องรู้ก่อนว่าตัวเองกำลังเครียด/วิตกกังวลอยู่ อันนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้มีคนเป็นร้อยๆ คนมาบอกว่าคุณกำลังเครียด คุณก็คงไม่รู้อยู่ดีว่าฉันเครียดตรงไหน แล้วมารู้ดีกว่าฉันได้ยังไง ฉันไม่ได้เครียดซะหน่อย มั่วรึป่าว? ลองสังเกตดูซิ ว่ารู้สึกหนักๆ มั้ย ประมาณว่า กำลังแบกอะไรอยู่ หรือหัวมันทึบๆ คิดอะไรก็ไม่ออก ถอนหายใจบ่อยครั้ง นั่นแหละ เอามันออกไป ที่อยู่ในหัวหรืือแน่นในอกน่ะ ถ้ารุ้สึกกำลังแบกอะไรอยู่ก็วางลงซะ แค่นี้ก็โล่งแล้ว
ฟังดูเหมือนง่ายๆ แค่วางมันลง ...และแล้ว ก็มีเสียงแย้งขึ้นมาว่า "จะวางได้ยังไง โปรเจกท์ทั้งอัน ไม่เสร็จก็แย่นะสิ ใครจะวางลง!"
โธ่...คุณ เอากลับขึ้นมาแบกอีกแล้ว แข็งแรงดีจริงจริ๊ง!

เอาล่ะ งั้นเอาอย่างงี้ละกัน เวลาจะทำอะไรก็มีสติ พึงรู้ตัวตลอดว่าเรากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน เช่น "ฉันกำลังคิดถึงอดีตแฟนที่กำลังมีคนใหม่" ก็รับรู้ว่าเรากำลังคิด แล้วท่องในใจว่า"คิดหนอ คิดหนอ..." แล้วเราก็จะหยุดคิด เหมือนรู้สึกกำลังถูกจับได้ว่า"แอบคิดฟุ้งซ่านอีกแล้วนะเธอ" หรือจะคิดในแง่บวก จากตัวอย่างคิดได้ 2 เวอร์ชั่น แบบแรกคือแบบแม่พระ"ถ้าเป็นความสุขของเขาก็ปล่อยเขาไปเถอะ" แบบที่สองแบบนางมารร้าย"เชอะ! แล้วอย่ากลับมาร้องไห้ขี้มูกโป่งขอคืนดีกับฉันก็แล้วกัน" หรือคิดอยู่เสมอว่าทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามกรรม ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนคือความแน่นอน ทุกสิ่งมีเหตุผล(กรรม)ของตนเอง อย่าไปเก็บมาคิดซะทุกเรื่อง ถ้าจะคิดก็คิดเชิงแก้ปัญหาด้วยเหตุผลและความเป็นจริง ทุกปัญหามีทางออก ไม่ว่าจะด้วยตัวเราหรือตัวมันเอง รู้เขารู้เรา เข้าใจและยอมรับกันและกัน มองอย่างเป็นกลางบนพื้นฐานความเป็นจริง มีเริ่มก็ต้องมีจบ มีพบก็ต้องมีจาก มีเกิดก็ต้องมีตาย ไม่มีอะไรอยู่ยั้งยืนยง วิธีคิดแบบหลังนี่แหละที่ผู้เขียนใช้อยู่ สิ่งที่สำคัญมากคือสติ ต้องค่อยๆ ฝึก แล้วมันจะอยู่กับเราตลอดเวลา
ลองดูก็ได้นะ จะเอาใจช่วย
...อ่านแล้ว หวังว่าจะไม่หลับไปซะก่อนนะ

ป.ล. สามารถปฏิบัติได้ไม่จำกัดเพศ วัย เวลา และสถานที่
อาการที่ว่านั้น ผมเคยเป็นบ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงงานมันเข้าพร้อมๆกัน ไม่รู้จะเอาอันไหนก่อนหลัง สุดท้ายไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน และพรุ่งนี้คือกำหนด
คืนนั้นเกือบทั้งคืน ใช่เลยครับ
วิธีแก้ที่แนะนำคือให้ปล่อยวางนี้ก็ดีนะครับ ใช้ได้ผลแต่ต้องฝึกฝนจิตใจพอสมควรไม่เช่นนั้นปล่อยไม่ลง เพราะมันคืองานรับผิดชอบเต็มๆ วางไม่ลง หนีไม่พ้นอยู่แล้ว แต่ผมมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ทำใจได้ง่ายขึ้น คือ คิดว่า "เอาสิ เป็นไงก็เป็นกัน มันต้อง..อยู่แล้วทำตรงหน้า ณ เวลานั้นให้ดีที่สุด สุดฝีมือเที่จะทำได้ ประเดี๋ยวเวลานั้นมันก็ต้องผ่านไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องผ่านไปจนได้"
แล้วบางครั้งเราก็ทำได้ดีกว่าที่คิดเสียอีก และบางครั้งมันก็ม่เลวร้ายอย่างที่เรากลัวด้วยซ้ำไป
นี่แหละครับวิธีช่วยในการทำใจให้ปล่อยวางได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรใช่บ่อบเดี๋ยวจะติดเป็นพฤติกรรมหลักประจำตัว เอาไว้ใช้ยามหลังชนฝาจะเหมาะกว่าครับ
เห็นด้วยนะ! จริงๆก็เป็นอยู่เลย อิอิ
นอนไม่หลับบ่อยๆคะ โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนที่นอน แต่เดี๋ยวเป็น เดี๋ยวหายคะ
ดีคะ สำหรับเรื่องนี้ ขอบคุณคะ
สวัสดีครับ
ปกติหลับง่าย
แต่ถ้าต้องตื่นมากลางดึก กว่าจะหลับอีกทียากมาก
นอนง่ายมากคะ หัวถึงหมอน มักจะหลับภายในสองสามนาทีคะ
แต่ถ้าทำใจแข็งไม่หลับก็ได้นะ
เรื่องนี้ไม่เคยเป็นปัญหาคะ ยิ่งนั่งรถยิ่งหลับง่ายคะ
ช่วงนี้เริ่มหลับยากแล้วล่ะ ก็รู้อยู่นะว่ามีเรื่องให้คิด แต่ก็ปล่อยไปไม่ได้สักที
จะพยายามทำตามที่แนะนำนะ