สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
ก่อนจะต่อชั้นประถมปีที่ ๔ และประถมปีที่ ๕ ผมขอนำถ้อยคำของ "ฯลฯ (paiyanyai)" ถ่ายทอดความคิดไว้ก่อนนะครับ
"ผมนั่งอ่านอยู่นาน อ่านอย่างมีความสุข เกิดความรู้สึกอยากจะหยิบมาท่องใหม่ และก็อยากให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ได้ลองหวนนึกถึง เมื่อครั้งที่เรายังเด็กๆ ต้องท่องจำบทอาขยานเหล่านี้ ยังจำกันได้ไหมครับ ถ้าจำได้ เราลองมาท่องกันรึร่วมเขียนกัน ทดสอบความจำกันบ้างดีไหมครับ.."
ชั้นประถมปีที่ ๔
๏ ๏ สยามานุสติ ๏ ๏
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖
๏ ใครรานใครรุกด้าว...............แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ.......................ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล................ยอมสละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น......................ชื่อก้องเกียรติงาม
๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง.................ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง......................ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง....................ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย..................หมดสิ้นสกุลไทย
๏ ๏ โมกขศักดิ์ ๏ ๏
จากเรื่อง รามเกียรติ์
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๑
บัดนั้น............................................พระยาพิเภกยักษี
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี................อสุรีกราบลงกับบาทา
ทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์.................ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์
อันโมกขศักดิ์อสุรา..........................พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้
ทรงอานุภาพฤทธิรุทร.....................ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว
แต่มียาคู่หอกชัย..............................ให้ไว้สำหรับแก้กัน
แม้นละไว้จนรุ่งราตรี.......................ต้องแสงพระระวีจะอาสัญ
ขอให้ลูกพระพายเทวัญ....................ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า
อย่าเพ่อรีบรถบทจร..........................ข้ามยุคนธรภูผา
แล้วให้ไปเก็บตรีชวา........................ทั้งยาชื่อสังขรณี
ยังเขาสรรพยาบรรพต.....................ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
กับปัญจมหานที...............................สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
แม้นว่าได้บดชโลมลง......................องค์พระอนุชาไม่อาสัญ
จะดำรงคงชีพชีวัน..........................หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา
จบบทท่องจำชั้น ประถมปีที่ ๔ ครับ
ชั้นประถมปีที่ ๕
สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม
ไม่ดูดดื่มบรเพ็ดต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย...........
๏ ๏พวกเราชาวไทย๏ ๏
จากเรื่อง พระร่วง
พวกเราชาวไทยล้วนใจเด็ด
กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย
กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย
ถึงจะมีไพรีมามากมาย
ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง
ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง
ถึงเมียสาวลูกอ่อนนอนผ้าอ้อม
ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง
ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง
แม้ไม่ทิ้งหญิงคงส่งเสียงดัง
และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน
และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน
เพราะทั้งแม่ทั้งเมียล้วนเลิศไซร้
ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ
ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ
ไม่ห่วงแม่ห่วงเมียจนเสียการ
มีแก่ใจไปราญรบไพรี
มีแก่ใจไปราญรบไพรี
ถึงจะรักลูกและรักผัว
ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี
ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี
ยุให้ไปยุทธนารบราวี
และต่อตีเข้มขันป้องกันเมือง
จบบทท่องจำ ชั้นประถมปีที่ 5 ครับ (แฮ่กๆๆ เหนื่อยวุ้ย)
จากคุณ : ฯลฯ (paiyanyai)
ผมคัดลอกมาโดยไม่แก้ไข แม้แต่นิดเดียว ขอขอบคุณ "ฯลฯ (paiyanyai)" ครับ
สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม
ไม่ดูดดื่มบอระเพ็ดต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย...........
อดีตเคยได้ยินแต่
สักวาหน้าหนาว สาวขาแตก แค่นี้ ล้อกันเล่น
ทุกบทได้ท่องมาจริงๆด้วย ทุกวันนี้มีหรือเปล่า คะ หรือแก่แล้ว จะพอๆกัน ยังเหลืออยู่ไหม
มีการกระเส่า แฮกๆ เหนื่อยวุ้ย น่าสงสารชายไทยสมัยนี้จริงๆ
ทุกวันนี้จะเหลือเรอะ!
พวกเราชาวไทยล้วนใจเด็ด กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย
ถึงจะมีไพรีมามากมาย ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง
สักวาหน้าหนาว สาวขาแตก
สาวก็ตอบกลับมาว่า "มันจะแปลกอะไรไอ้หน้าหมา.." ก็ล้อกันเล่นสนุกๆ
เดี๋ยวนี้ สาวเจ้าขาไม่แตกแล้วครับ.. ขาสวยด้วยถุงน่อง สารพัดแบบ ดังนั้น บทนี้ก็เลยไม่มีอาขยานก็พลอยไม่มีไปด้วย
(ว้า....เกี่ยวกันไหมนี่....ฮ่าฮ่า)