แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ออกสู่สายตาเราในปัจจุบันมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นก็มาจากแรงผลักดัน 2 ด้านที่แตกต่างกัน คือ Technology push และ Demand pull

สวัสดี Go2know หลังจากหายไปนานเกินเดือน(ไม่ได้ post blog อย่างน้อยเดือนละครั้งดั่งที่ตั้งใจไว้) วันนี้ผมจะบอกว่าผมกลายเป็นพ่อคนแล้วครับ :) มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมี แต่นี่ก็หมายถึงภาระหน้าที่ที่เราจะต้องเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดี ก็ต้องพยายามกันต่อไป สู้ๆ ส่วนประเด็นที่น่าสนใจที่อยากจะหยิบยกขึ้นมาคุยกันในวันนี้คือเรื่องที่มาของ "นวัตกรรมบนอินเทอร์เน็ต"

ผมเชื่อว่าทุกคนจะยอมรับว่าแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ออกสู่สายตาเราในปัจจุบันมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนั่นก็มาจากแรงผลักดัน 2 ด้านที่แตกต่างกัน คือ Technology push และ Demand pull อธิบายง่ายๆ ก่อนก็คือ Technology push เป็นการผลักโดยฝั่งคนเทคนิค นักพัฒนา หรือโปรแกรมเมอร์ ที่อาจเริ่มต้นโดยความบังเอิญหรือความตั้งใจจากงานวิจัยในห้องแล็บเล็กๆ ศึกษาและพัฒนาจนกระทั่งกลายเป็นแอพพลิเคชั่นชั้นยอด หรือเว็บไซต์ชั้นนำในท้องตลาด ในขณะเดียวกันก็มีอีกแรงตรงกันข้ามเรียกว่า Demand pull หรือแรงดึง เป็นความต้องการของผู้บริโภคที่อยากได้อะไรสักอย่างมาตอบสนอง ความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน ความรวดเร็วในการประกอบธุรกิจ เมื่อทราบความปรารถนาดังกล่าวแน่ชัด นักพัฒนาจึงนำไปออกแบบมาเป็นแอพพลิเคชั่นอย่างที่คนต้องการ



ที่มาภาพ http://en.wikipedia.org/wiki/Technology_push

ขอยกตัวอย่าง การวิจัยเล็กๆ เกี่ยวกับ Page Rank หรือค่าความสำคัญของหน้าเว็บเพจ จากสิ่งที่โลกยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร มีความสำคัญอย่างไรเมื่อปี 1997 จนปัจจุบันมันกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ที่ทำให้เรารู้ว่าเว็บเพจหน้าไหนเกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดอะไร นี่คือ Technology push แน่นอน ในอีกด้านหนึ่งฝั่ง Demand pull ก็มีอีกแอพพลิเคชั่นที่เค้าบอกว่าพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบคำถามง่ายๆ ที่ว่า "What are you doing now?" หรือตอบสนองสิ่งที่คนทั่วไปอยากรู้ในยุคเว็บ2.0 นี่ก็แอพพลิเคชั่นชั้นนำของโลกที่เด็กแนวใช้กันอย่างกว้างขวาง

ประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันในวงการคือ แล้วแรงด้านไหนหละที่สำคัญกว่ากัน เราควรเริ่มต้นแบบไหนให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

ก: Technology push
ข: Demand pull

แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?