การทำงานต้องมีวิจารณญาณด้วยว่าควรทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าตามปกติแล้วทำเช่นนี้ แล้วจะทำเช่นนี้ได้ทุกกรณี

วันนี้ปรี๊ด...แตก อย่างชื่อบันทึกเลยค่ะ ไม่ได้เป็นอย่างนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะอารมณ์ดีตลอดปีตลอดชาติหรอกนะคะ ยังพอคุมอยู่ แต่ครั้งนี้ ระเบิดลงทางโทรศัพท์เลย โวยวายด้วยอาการอารมณ์เสียสุดๆ แล้วบอกว่า เดี๋ยวจะเข้าที่ทำงาน จากนั้นเดินไปห้องสมุด คืนหนังสือ ยืมหนังสือ ทำจิตใจให้สงบกว่านี้อีกหน่อย กลับเข้าที่ทำงานตอนนี้เดี๋ยวจะเป็นฮิโรชิมาน้อย..ฮ่าๆ

การทำงานต้องมีวิจารณญาณด้วยว่าควรทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าตามปกติแล้วทำเช่นนี้ แล้วจะทำเช่นนี้ได้ทุกกรณี บางกรณีเร่งด่วน ก็ควรต้องรู้ว่าจะวางเอกสารแบบเดิมไม่ได้ ต้องถึงเนื้อถึงตัว (ด้วยการโทรศัพท์ค่ะ...อย่าคิดมาก) แล้วครั้งนี้ ก็พลาดงาน พลาดการประชุม พลาดการสานเครือข่าย เพราะได้เอกสารไม่ทันเวลา คำพูดที่รับปากไว้ก็กลายเป็นเสียคำพูด เพราะเกิดการประสานงา (น หนู มัวแต่ไปวิ่งเล่น) อย่างนี้ดิฉันเลยต้องร้องเพลงอารมณ์เสียของคุณอาภาพรซะหลายรอบ

ตอนนี้ อารมณ์เย็นลงนิดนึงแล้ว กำลังมองกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเกิดจุดบกพร่องตรงไหนบ้าง คนหรือระบบ และจะกำจัดจุดอ่อนอย่างไร ไม่อยากปรี๊ดแตกอีก เดี๋ยวโรคต่างๆ จะถามหา

...เฮ้อ...