*ชีวิตคู่กับ 10 นิสัย ต้องห้าม* (นพ.สมชาย มาลสุขุม)
...ความราบรื่นในชีวิตคู่เป็นสิ่งคาดหวังสำหรับคู่รักที่คิดตกลงปลงใจย้ายชีวิตไปอยู่ร่วมภายใต้ชายคาเดียวกัน
...สิ่งที่เห็นก่อนแต่งอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณจะได้พบหลังจากนั้น
...คนเราคบกันมา 7 ปี อาจจะมีอะไรบางอย่างที่พบได้อีกในปีที่ 8 ของการคบหา
...สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่จะไม่ใช่สาระที่ต้องเอามากังวลอีกต่อไป
ถ้าเราสามารถควบคุมนิสัยต้องห้าม 10 ประการดังต่อไปนี้ได้
* 1. นิสัยเอาแต่ใจตัว *
ถ้าคุณยังเอาแต่ใจตัวเอง โดยให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนตามใจ อย่าลืมว่าความอดทนมีขีดจำกัด เขาหรือเธออาจจะไม่ยอมทนคุณอีกต่อไป คิดดูสิว่าขนาดตัวเราเองยังอยากให้เขาเอาใจเราเขาก็ต้องอยากให้เราเอาใจเขาบ้าง ตามใจกันไป ตามใจกันมาบ้าง ชีวิตคู่ก็จะสนุกสนาน ตื่นเต้นกันดี คิดดูอีกที ถ้าเขาเอาใจเราเสียทุกอย่างจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาก็จะไม่รู้สึกภูมิใจในชีวิตคู่ที่ได้อยู่กับเรา เพราะ
ไม่มีใครหรอกที่อยากเป็นผู้ติดตามเสมอไป ใครๆ ก็อยากจะมีโอกาสเป็นผู้นำบ้าง ไม่ว่าเรื่องเรือรบหรือเรื่องไม้ขีดไฟ ลองทดสอบในทำนองกลับกัน ถ้าให้เราต้องตามใจเขาทุกอย่างจนเราไม่เป็นตัวของตัวเอง เราก็คงรู้สึกไม่ชอบเช่นกัน ใช่ไหมล่ะ
* 2. นิสัยเจ้าระเบียบ *
อย่าลืมว่าบ้านคือวิมานของเรา และเป็นสถานที่ที่ทุกๆ คนรู้สึกผ่อนคลายที่สุด ดังนั้นถ้าพ่อบ้านหรือแม่บ้านจะขอ ปลดปล่อยความเจ้าระเบียบละเอียดลออจากที่ทำงานลง ก็ต้องยอมให้เขาไปบ้าง
จะคอยเป็นคุณครูระเบียบที่บ้านอยู่ตลอดเวลาก็พานจะทำให้ชีวิตคู่รู้สึกอึดอัด อย่างไรก็ดีการจัดระเบียบก็ต้องมีบ้าง อาจจะเก็บกวาดบ้านวันละครั้ง ไม่ใช่ชั่วโมงละครั้ง อย่าลืมว่า บ้านไม่ใช่ที่ทำ
งาน ไม่มีการประกวด 5 ส. หรือที่ทำงานดีเด่นใดๆ ทั้งสิ้น สร้างความผ่อนคลายให้มากเข้าไว้ ก่อนที่คู่ชีวิตจะหนีไป หาความผ่อนคลายนอกบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยทิ้งเสียรกเป็นบ้านร้างล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นข้ออ้างไปหาที่เจริญหูเจริญตานอกบ้านเข้าให้อีก
* 3. นิสัยเจ้าชู้ *
แน่นอนว่าสัญชาตญาณเบื้องลึกของมนุษย์ปุถุชนนั้นจะมีเรื่องความใคร่กับเรื่องความก้าวร้าวฝังลึกอยู่
แต่ชีวิตคู่ที่ต้องการความมั่นคงนั้นก็ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ เพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการสร้างชีวิตคู่อย่างยั่งยืนสถาพร เมื่อเกิดความเชื่อมั่นแล้ว ศักยภาพในการสร้างฐานะ ทั้งฐานะทางครอบครัวและฐานะทางสังคมก็จะมีสูงมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อปักใจเลือกคู่ของเราแล้วการซื่อสัตย์ต่อกันและกันโดยใช้สติก็จะส่งเสริมกันและกันให้อยู่ด้วยกันได้อย่างราบรื่นสม่ำเสมอ
* 4. นิสัยชอบจับผิด *
ถ้าคู่รักแต่ละคนต่างทำเป็นนักสืบ คอยจับผิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วล่ะก็เจอสิ่งผิดแน่ๆ เพราะมาตรฐานหรือเกณฑ์ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นถ้าต่างฝ่ายต่างขยันจับผิดกัน รับรองเลยว่ามีแต่เรื่องผิดเกิดขึ้นมากมาย พาให้เกิดเรื่องขุ่นข้องหมองใจกันแน่นอน ลองเปลี่ยนมาเป็นจับถูกกันดีไหมครับ เรื่องถูกต้องมีมากมายแน่นอนจากอีกฝ่าย
ลองหาข้อถูกต้องหรือข้อดีของคู่รักของคุณสักวันละ 3 อย่างดูสิครับ รับรองความรักจะเบ่งบานมากขึ้น
มาจับถูกกันดีกว่าเพราะการจับผิดมันก็ผิดตั้งแต่วิธีจับแล้วล่ะ
* 5. นิสัยชอบแบ่งฝ่าย *
ลงถ้ามีการแบ่งเป็นฝ่ายเธอหรือฝ่ายฉันแล้วละก็ สัญญาณความแตกแยกก็มาถึงแล้ว คู่ชีวิตที่ดีหรือที่รักกันมักจะมีเพียงฝ่ายเดียวคือ "ฝ่ายเรา" เท่านั้น ถ้าเกิดมีการแบ่งเป็นฝ่ายเธอหรือฝ่ายฉันมากกว่าเป็นฝ่ายเราแล้ว การคิดอะไรปรึกษาอะไรร่วมกันก็จะน้อยลง หันไปหาคนนอกบ้านแทนการเชื่อหรือปรึกษาคนนอกบ้านมากกว่าปรึกษากันเองมากขึ้นก็มักนำไปสู่ความแตกแยกโดยเฉพาะการเชื่อคนอื่น
มากกว่าโดยไม่มีสติ
* 6. นิสัยไม่วางแผนชีวิต *
การวางแผนชีวิตร่วมกันย่อมนำไปสู่เป้าหมายหรือจุดหมายชีวิตที่สอดคล้องกัน เช่น ถ้าเป้าหมายชีวิตของฝ่ายหนึ่งต้องการสร้างฐานะใหญ่โต อีกฝ่ายหนึ่งขออยู่ไปวันๆ ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะขัดกันที่กระบวนการทางความคิด แล้ววิธีปฏิบัติก็จะแตกต่างไปคนละทาง ดังนั้น ช่วยวางแผนกันนิดชีวิตคู่จะได้ราบรื่นไปในทางเดียวกันได้ดี
* 7. นิสัยเพิกเฉย *
ถ้าคู่รักของคุณรู้สึกว่าคุณเพิกเฉยต่อเขาแล้ว ทั้งๆ ที่คุณก็พยายามเต็มที่ในการให้ความสำคัญของอีกฝ่ายต้องลองมาพิจารณาดูแล้วล่ะว่าเขาพยายามให้คุณสนใจเขามากเกินไปหรือคุณสนใจความรู้สึก ของเขาน้อยเกินไป เพราะถ้าจูนคลื่นไม่ตรงกันแล้ว ผลของการรับฟังมักจะออกมาไม่ดีส่งให้การสื่อสารไม่เป็นไปอย่างราบรื่นและความเข้าใจกันก็น้อยลง
* 8. นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น *
อย่าลืมว่าคุณทั้งคู่เป็นคู่รักกัน จะโกรธจะแค้นกันไปถึงไหนกันล่ะกับคนอื่นๆ ในสังคม คุณยังไม่โกรธเขาขนาดนี้เลยใช่ไหมละ ลองมองหาข้อดีของกันและกันไม่ดีกว่าเหรอหรือลองหาพฤติกรรมที่ทำให้คุณโกรธเขาอยู่ไม่ดีเหรอ อาจจะมีเหตุผลลึกๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้นี่นา เอ่ยปากถามเขาสิครับ
การสื่อสารที่ดีมักช่วยแก้ปัญหาไปในทางที่ดีเสมออย่าลืมว่า การบรรลุวุฒิภาวะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ
การให้อภัยซึ่งกันและกันนั่นเอง
* 9. นิสัยชอบคิดว่าคนรักของคุณเป็นของตาย *
การระมัดระวังคำพูดก็เลยไม่มีเท่าที่ควรการพูดจาที่เคยไพเราะเพราะพริ้งแทบจะคัดสรรออกมาจากพจนานุกรมหรือบทกวีที่อ่อนหวานก็เลยกลายเป็นไปขุดออกมาจากตำรารวมคำด่า 108
แสบถึงกึ๋นอะไรทำนองนั้น พูดจาให้เพราะตามธรรมชาติของคุณนั่นแหละครับ เสน่ห์มันมีอยู่ในตัวคุณเองแล้วนี่นา การแต่งตัวก็เช่นเดียวกันอย่าลืมว่าเขาหรือเธอชอบคุณที่ความหล่อเหลาหรือสวยงาม สมาร์ท ดุจนายแบบนางแบบของคุณไม่ใช่เหรอ อย่าปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวมากเกินไปล่ะ ยกเว้นถ้าเป็นตามสังขารก็อีกข้อหนึ่ง
* 10. นิสัยลืมขอบคุณ *
คนรักกันมักสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กันและกันเสมอ เมื่อคุณได้สิ่งอะไรต่างๆ ที่ดีที่สุดที่เขาสรรหามาให้แล้ว อย่าลืมเอ่ยปากกล่าวคำว่า "ขอบคุณ" กับเขาอย่างอ่อนหวานและจริงใจ สิ่งนี้คือน้ำทิพย์ชโลมใจอีกอย่างหนึ่ง ให้เขารักคุณมากขึ้นและพร้อมที่จะสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้อีกต่อไป อาจมีอีกหลายนิสัยที่ยังไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ แต่ผมคิดว่าถ้าคุณผู้อ่านได้ลองพิจารณา ลด ละ เลิก นิสัยต้องห้ามเหล่านี้ชีวิตคู่ก็จะมีความสุขและอบอุ่นต่อไปอีกนานเท่านาน
##########################
ความสำเร็จไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
เป้าหมายชัดเจน วิธีการยืดหยุ่นได้
หมั่นทำความดี คุณจะสุขใจและมั่งคั่ง
ขอบคุณค่ะ
คุณเสือเหลืองคะ...
ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในคนคนเดียวได้ทั้ง 10 ข้อ.
แต่ดีหน่อยที่มันค่อยๆโผล่มาให้เห็นทีละข้อๆ....
เวลาล่วงมาเข้าปีที่ 10 ปีนี้พอดีที่เราใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน...ปีนี้เป็นปีที่สาหัสที่สุด
เพราะใน 10 ข้อนั้นมันกำลังจะหลุดมาเกือบครบ 10 นี่คือเรื่องจริงแต่ไม่ได้ผ่านจอ...
มีข้อ 7และข้อ 2 ที่ดิฉันเริ่มกระทำ...เพราะทนไม่ไหวแล้ว...เลยเมินเฉยเย็นชา..
เขาก็เลยไปหาของร้อนนอกบ้าน..ควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม..
อยากให้เขาได้อ่านบทความนี้บ้างจังเลย..แต่ไม่กล้า forwardไป...
ดังนั้นเราก็คงต้องก้มหน้ารับสภาพที่เลวร้ายอย่างนี้ต่อไป...จนกว่าอาจจะถึงวันที่
"ผิดที่ผิดทาง"ตามอีก Blog นู้นของคุณ...
" รักและคิดถึง...รีบมานะ...ทุกคนรออยู่ "...
จะมาเป็นแขกประจำนะคะ...
คุณพริมาครับ ขอขอคุณที่คุณได้แสดงความคิดเห็น แต่คุณจะต้องเข้าระบบก่อนถึงจะแสดงความคิดเห็นจะได้ขึ้นภาพและสามารถติดต่อกลับได้ ใจเย็นๆ ครับปัญหาย่อมแก้ได้ ให้ทั้ง 2 ฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ยอมรับกัน มีเหตุผล เข้าใจและเสียสละ ผมก็เกือบเข้าเกณฑ์เหมือนกัน แต่ต้องยอมรับ ยอมทำใจ ยอมเข้าใจ คิดอย่างเดียวคือ ลูก
ขอบคุณอีกครั้งครับ