เพียงแค่ใจเผลอแว๊บเดียวเราก็ไม่รู้เท่าทันใจแล้ว

 

ลูกสอนผมอยู่เสมอๆ เขาเป็นดังเสียงระฆังแห่งสติกับผมได้ดีทีเดียว ลูกเป็นกระจกเงาชั้นดีสำหรับผมเลย

เมื่อวานเย็นขณะที่ผมขี่รถจักรยานยนต์พาเขาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น อันเป็นวัตรปฏิบัติที่ผมทำเป็นประจำทุกวัน ขณะที่รถกำลังติดไฟแดงที่สี่แยกไฟแดงอยู่นั้น

ไฟแดงมีเวลานับถอยหลังกำกับให้เห็นด้วยว่าเหลืออีกกี่วินาทีจะไฟเขียว

เมื่อไฟแดงเหลือเวลาอีก ๒ วินาทีสุดท้าย ไฟเขียวจะออกแล้ว รถคันอื่นๆ ทะยานตัวออกไปทันที ด้วยความเคยชินผมก็ทะยานรถจักรยานยนต์ตามคันอื่นๆ ไป

น้องซอมพอบอกว่า ไฟยังไม่เขียวจะรีบไปไหน เดี๋ยวจะไปบอกแม่เลย

ผม ????

ผมนึกได้อีกที สติกลับมา พ่อขอโทษจ๊ะ พ่อได้แต่ตามคนอื่นไป 

แต่ในใจผมกลับคิดว่า แท้จริงเราก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร เราซึ่งพยายามฝึกทำตนเองให้ช้าลง แล้วทำไมเราต้องตามคนอื่นไปอย่างรีบเร่งด้วยล่ะ ชีวิตเป็นของเราทำไมต้องตามคนอื่น ช้าลงอีกนิดเราก็ถึงจุดหมายเช่นเดียวกันมิใช่หรือ

การฝึกใช้ชีวิตที่ช้าลงและมีสติอยู่ทุกปัจจุบันขณะไม่ง่ายเลยทีเดียว เพียงแค่ใจเผลอแว๊บเดียวเราก็ไม่รู้เท่าทันใจแล้ว น้องซอมพอจึงเป็นเสมือนระฆังแห่งสติ ที่คอยเบรกผม คอยเตือนให้ผมกับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ให้มาอยู่ชีวิตที่ไม่เร่งรีบตามใครๆ ไป

ขอบใจนะลูกพ่อ

๙ มีนาคม ๒๕๕๒