Day 8 (1)        21  October  2008         Sendai   --à   Matsushima   

                                                  Matsushima ---------------à Tokyo

เมื่อคืนเดินย่านช้อปปิ้งอิชิบังโชของเซนไดจนขาลาก หมดแรง เช้าแทบไม่อยากลุก แต่พอไหวๆ ไปต่อค่ะ

เช็คเอาท์แล้วลากกระเป๋าไปสถานีรถไฟเซนไดเอากระเป๋าเก็บที่ล็อคเกอร์หยอดเหรียญตามเคย แล้วซื้อเสบียงอาหารเช้าหลากหลายมีให้เลือกจนตาลาย กะว่าไปกินเคล้าบรรยากาศ เมืองสามร้อยเกาะ-มัตซึชิม่า ซึ่งนั่งรถไฟไปแป๊บเดียวราวครึ่งชั่วโมงเองค่ะ  

ที่อยากไปก็เพราะคำร่ำลือค่ะ

 

คนญี่ปุ่นเขาจัดว่ามีสถานที่มีทิวทัศน์สวยงามระดับชาติสามแห่งติดอันดับที่ต้องไปชมให้ได้

เรียกว่าNihon Sankei  หรือ  Japan’s Three Most Scenic Views  ได้แก่

อ่าวมัตซึชิม่า อยู่ตอนเหนือของเมืองเซนได จังหวัดมิยากิ งามด้วยวิวแห่งเกาะน้อยใหญ่เกือบสามร้อยเกาะในเวิ้งอ่าว เห็นว่ามีอยู่ราว 260 เกาะ  

    

  http://en.wikipedia.org/wiki/Three_Views_of_Japan

งามจนแม้กวียังอึ้ง จนต่อถ้อยคำบรรยาย กวี มัตซูโอะ บาโช (Matsuo Basho) เมื่อถูกขอให้แต่งกลอนพรรณนาความงามของ อ่าวมัตซึชิม่า กล่าวได้แต่เพียงว่า

Matsushima ah!

A-ah, Matsushima, ah!

Matsushima, ah!

 (ข้อมูลจาก Wikipedia)  

อามาโนฮะชิดาเตะ หรือ สะพานในสรวงสวรรค์ (Bridge in the heaven) อยู่ทางตอนเหนือของเกียวโต ที่จริงไม่ใช่สะพานแต่เป็นสันทรายธรรมชาติยาว 3.6 กิโลเมตร ที่ปกคลุมด้วยต้นสน ทอดตัวข้าม อ่าวมิยาสุ (Miyasu Bay)

http://en.wikipedia.org/wiki/Three_Views_of_Japan

วิธีการชมความงามก็ออกจะพิสดาร คือเขาให้ยืนหันหลังแล้วก้มตัวลงมองลอดใต้หว่างขาไป อย่างในรูปที่ลิ้งค์นี้   http://www.japan-guide.com/e/e3990.html

 

ศาลเจ้าอิทซึคุชิม่า อยู่ที่ เกาะมิยาจิม่า (Miyajima) หรือ เกาะศาลเจ้า ในจังหวัดฮิโรชิม่า เป็นศาลเจ้าลอยน้ำและมี ประตูไม้สีแดงขนาดใหญ่(Red Tori Gate) ตระหง่านในห้วงมหาสมุทร ซึ่งประตูแดงนี้ทำหน้าที่อารักษ์ศาลเจ้าอิทซึคุชิม่า ศาลเจ้านี้ถือว่าเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกด้วย

http://en.wikipedia.org/wiki/Three_Views_of_Japan

เกาะนี้เขามีข้อห้ามมาแต่โบราณว่า ห้ามมีการเกิด การตาย และการฝังศพบนเกาะ ตราบจน ทุกวันนี้จึงไม่มีโรงพยาบาลและสุสานบนเกาะนี้เลย

หากอยากชมภาพสวยๆชัดๆก็ไปแวะที่นี่นะคะ   http://www.japan-guide.com/e/e3401.html

*************

ดังนั้นเราจึงสมควรที่เราจะมาแวะชม อ่าวมัตซึชิม่า ใช่มั้ยคะ

วิวงามอีกสองแห่งก็เก็บไว้ทริปต่อๆไปก็แล้วกัน(คนเราก็ต้องมีความหวังนะคะ)

เล็มๆขนมได้สองสามคำบนรถไฟสายเซนเซกิ ซึ่งเป็นรถไฟท้องถิ่นขบวนเล็กๆจากสถานีเซนได ก็มาถึงสถานี Matsushima-Kaigan ต้องลงที่สถานีนี้ค่ะถึงจะใกล้อ่าวและวัดต่างๆที่จะไปเที่ยวชม  ช่วยกันดูให้แน่ใจเพราะหากลงผิดสถานีไปลงสถานีหน้า Matsushima ละก็ โน่นอยู่ในเมืองมัตซึชิม่าไกลจากที่เที่ยวค่ะ

สถานีที่ลงก็เป็นสถานีเล็กๆ มีคนลงด้วยกับเราพอสมควร เขามีเอกสารข้อมูลท่องเที่ยววางไว้ให้ใกล้ๆทางออกสถานี เราไปมองๆดู เอกสารทำสวยงามมาก แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยค่ะ มีฝรั่งคนหนึ่งแกไปถามขอเอกสารภาษาอังกฤษ เราเลยได้ความว่าให้เดินเลี้ยวขวาออกไปจะมีศูนย์บริการข้อมูลให้นักท่องเที่ยว

ยังพอได้ชมสีสันของใบไม้ด้วยค่ะ

ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวนี้เป็นอาคารเล็กๆ เห็นมีคนทำงานสองคน คุณน้าสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งอยู่ที่หน้าต่างบริการพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ถึงคิวเราเราก็บอกชื่อสถานที่ที่เราทำการบ้านมาแล้วว่าอยากชม เธอกล่าวอย่างสุภาพมาก ถามว่าก่อนที่จะอธิบายข้อมูลนั้นขอทราบว่าพวกเรามาจากประเทศใด เราตอบว่าประเทศไทย เธอยิ้มกว้างแล้วบอกว่า เธอมีแผนที่ท่องเที่ยวเป็นภาษาไทยให้เรา ว้าว! รู้สึกเท่จัง เธอใช้แผนที่นี้ชี้ให้ดูว่าจุดสำคัญๆอะไรอยู่ตรงไหน ขอบคุณคุณน้าสาวมากค่ะ

เห็นเจ้านี่คิดว่าน่าจะเป็น ลูกชิ้นปลารูปใบไผ่ ของขึ้นชื่อของเซนได แต่เรามีเสบียงมากพออยู่แล้วและคงเหนื่อยๆด้วยเลยไม่มีใครอยากลองชิมค่ะ

 

ถึงเวลาต้องเติมพลังกันก่อนเดินเที่ยวชมค่ะ เราพากันเข้าไปหามุมนั่งทานอาหารเช้าที่ซื้อมาจากเซนไดในสวนสาธารณะหน้าอ่าวให้สบายใจ นี่ค่ะมุมเหมาะของเรา

เพื่อความไม่ประมาทโปรดสังเกตป้ายบอกเส้นทางหลบภัยสึนามิ นะคะ อย่าลืมว่าที่นี่ริมทะเลจริงๆ แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะวัดเก่าแก่บนเกาะเล็กๆอยู่มาได้หลายร้อยปียังไม่เป็นไรเลย หวังว่าเราคงไม่มีดวงพบ  สึนามิด้วยตาตนเองหรอกนะคะ

อิ่มท้องแล้วค่อยว่ากันว่าเมืองนี้มีอะไรที่เป็นจุดเที่ยวชมเด่นๆ และเราจะเลือกไปชมอะไรกันบ้าง

ขอเวลานอกก่อนนะคะ