ผมมีโอกาสได้ดำเนินการทดลองเป็นคุณเอื้อ ของวิทยาเขตขอนแก่น ในระหว่าง 23-24 สิงหาคม 2551 โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ที่อินเตอร์รีสอร์ท อุดรธานี สาเหตุเนื่องจากว่า ท่านรองอธิการฝ่ายวิชาการ (รองอุดม ล้อมวงศ์พานิช) ให้วิทยาเขตขอนแก่น ทดลองขยายผลนำประโยชน์จากการทำกิจกรรม KM มาทำให้เกิดประโยชน์ให้ได้ ผมเลยปรึกษากับท่าน ผศ.ชวน แพงปัสสา คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม และรับอาสาทดลองเป็นคุณเอื้อ นำร่องในวิทยาเขตขอนแก่นดูก่อน
ปัญหาคือหัวปลาจะให้ชื่อว่าอะไร ผมเลยต้องค้นหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ไปอ่านเจอใน จดหมายข่าวจาก “RMUTI_KM Team”2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 9 เดือนพฤษภาคม 2550 อ้างถึง ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช บอกว่า “หัวปลา ก็คือ วิสัยทัศน์ที่เราจะเอาความรู้ไปตอบสนองต่อองค์กร “และฉบับที่ 15 เดือน พฤศจิกายน 2550 ที่กล่าวถึงแนวคิด TUNA Model ของท่าน ดร.ประพนธ์ ผาสุกยืด แห่งสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้ กล่าวว่า “ส่วนหัว ส่วนตา มองว่ากำลังจะไปทางไหน ต้องตอบได้ว่าทำ KM ไปเพื่ออะไร ต้องมีความสนใจร่วมหรือปัญหาร่วมของชุมชนในองค์กร ”
วิธีการของผมก็คือ จับประเด็นมาได้ 2 ประเด็น คือ วิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ผม Key Word คือคำว่า บัณฑิตปฏิบัติ และ ความสนใจร่วมหรือปัญหาร่วมขององค์กร ก็ได้จากปรัชญาของวิทยาเขตขอนแก่น ที่ใช้กันมายาวนาน ว่า “ฝีมือ ระเบียบวินัย น้ำใจ” (ท่าน ผศ.ชวน แพงปัสสา บอกว่าเราใช้กันมาตั้งแต่ ประมาณ ปี พ.ศ. 2516) ผมเลยได้หัวปลาในชื่อเรื่องว่า “บัณฑิตปฏิบัติ กับ ฝีมือ ระเบียบวินัย น้ำใจ” โดยการทำกิจกรรมเรามีวัตถุประสงค์ว่า “เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน” ในประเด็นของชื่อเรื่องเท่านั้นก่อน แล้วค่อยหาแนวทางให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดรูปธรรมต่อไป
หลังการทำกิจกรรมผมพอจะสรุปได้ว่า วิสัยทัศน์ต้องแสดงภาพออกมาให้ชัดเจน และต้องชัดเจนในบุคลากรทุกคน จำเป็นต้องเข้าใจตรงกัน มองภาพเดียวกัน และถือแผนที่เดินทางไปสู่จุดหมายฉบับเดียวกัน
สวัสดีครับ
เดี๋ยวผมจะทำเป็นคู่มือประกอบการสัมมนาวันที่ 24 นี้นะครับ