แนวความคิดในการดำเนินงาน
การดำเนินงานตามโครงการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ จะไม่จัดเป็นรูปแบบงานธุรกิจ โดยให้จัดเป็นรูปแบบ การศึกษานอกระบบและงานสาธารณกุศลอย่างแท้จริง ดังนั้น หากผู้ใดมีความตั้งใจจริงที่จะขวนขวายหาความรู้ เป็นวิชาชีพใส่ตนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์และหรือหาสถานที่ศึกษาไม่ได้ เมื่อมีความประสงค์ที่จะสมัครเข้ารับการฝึกอบรมใน หลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง ทางมูลนิธิพระดาบสยินดีจะถ่ายทอดความรุ้ให้โดยเจ้าตัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีเงื่อนไข ว่าในระหว่างที่เข้ารับการฝึกอบรม จะต้องปรนนิบัติครูบาอาจารย์หรือพระดาบสเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ท่านได้ ถ่ายทอดความรู้ให้ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เป็นไปตามกระแสพระราชดำริ
ผู้ที่จะสมัครเข้ารับการฝึกอบรมตามโครงการนี้ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง เพศ วัย และคุณวุฒิ ขอเพียงให้อ่านออกเขียน บวก ลบ คูณ หารได้ และมีความตั้งใจศรัทธา อยากได้ความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตนเท่านั้น โดยปกติจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มาจากครอบครัว ที่ยากจนมีปัญหาชีวิต ประจำวัน ขาดแคลนทุนทรัพย์และความรู้พื้นฐานที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้ ถ้าปล่อยไว้จะเสียอนาคต เกิดเป็นปัญหาแก่สังคมส่วนรวม เช่น ติดยาเสพติด เป็นอาชญากร ฯลฯ นอกจากนี้ทาง มูลนิธิฯ ยังยินดีช่วยเหลือฝึกอบรม ให้แก่ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน ซึ่งทุพพลภาพในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศชาติที่สามารถช่วยตัวเองได้พอสมควค ตามประเด็นดังกล่าวข้างต้น มูลนิธิพระดาบส ขอซ้อมความเข้าใจว่าโครงการนี้มิใช่สถานที่ดัดสันดานเด็กหรือรับเลี้ยงดู คนพิการ ผู้ปกครองบางท่านไม่สามารถว่ากล่าวอบรมเคี่ยวเข็ญบุตรหลานให้เข้าเรียนได้ มักจะนำมาฝากไว้ให้อบรม ซึ่ง มูลนิธิฯ ไม่สามารถ จะรับตัวไว้ได้ เพราะเจ้าตัวไม่มีความสมัครใจศรัทธาที่จะได้รับความรู้ใส่ตนอย่างใด
เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการที่จะทำงาน มูลนิธิฯ มีแผนงานที่จะรับงาน บริการ เช่นงานซ่อมเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ งานซ่อมเครื่องไฟฟ้า เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เตารีดไฟฟ้า พัดลม ฯลฯ งานติดตั้งไฟฟ้า ภายในอาคาร งานซ่อมรถยนต์ เครื่องยนต์ เป็นต้น แล้วให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่มีความรู้ภาคทฤษฎี และ ปฏิบัติพอสมควรแล้วดำเนินการภายใต้การควบคุมของพระดาบสที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ เพื่อหารายได้ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมโดยจัดเป็นรูปสหกรณ์
ผู้ที่จะอาสาสมัครเป็นพระดาบสช่วยสอน โดยเสด็จพระราชกุศลตามโครงการนี้ จะต้องมีคุณลักษณะพิเศษประจำตัว คือ มีจิตใจเปี่ยมไปด้วยเมตตากรุณาทั้งศรัทธาที่จะเสียสละถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ของตนเองให้เป็นวิทยาทานโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น
วิชาชีพที่จะถ่ายทอดให้แก่ศิษย์นั้น ไม่จำเป็นต้องเจาะจงว่าจะเป็นวิชาช่างไฟฟ้าวิทยุ หรือ วิชาช่างเครื่องยนต์เท่านั้น ในโอกาสต่อไปจะเปิดการฝึกอบรมวิชาแขนงอื่นๆ เช่น ภาษาต่างประเทศ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ก็ได้
หากบุคคลใดมีจิตศรัทธาที่จะถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ของตนในสาขาวิชาการต่างๆ เป็นวิทยาทาน โดยเสด็จพระราชกุศลตามโครงการนี้ อาจดำเนินการด้วยตนเองเป็นเอกเทศ ณ บ้านพักของตนเอง หรือสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาทำการสอนที่มูลนิธิพระดาบสเสมอไป เพราะการปฏิบัติทำนองนี้ย่อมบังเกิดกุศล เป็นการส่งเสริมบารมีแก่ตนเอง และถือได้ว่าเป็นการสนองกระแสพระราชดำริและโดยเสด็จพระราชกุศลเช่นกัน
สถานที่และบุคคลที่จะติดต่อ
* มูนิธิพระดาบส
เลขที่ 384 - 386 ถนนสามเสน (ตรงข้ามหอสมุดแห่งชาติ) ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 282-7000, 281-0377
* พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ เลขาธิการมูลนิธิพระดาบส
บ้านเลขที่ 108 หมู่บ้านนวธานี ถนนสุขาภิบาล2 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร
10240 โทรศัพท์ 376-1800, 376-1776
* ตู้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
อยากเข้าร่วมโครงการพระดาบส ด้วยนะคะ
อยากนำความรู้ที่มีอยู่ด้านช่างที่เรียนมาให้ความรู้แก่น้องๆที่เรียนนะครับไม่ทราบว่าผมมีคุณสมบัติในการสอนหรือป่าวผมจบด้านงานเชื่อมโลหะ ผมยากตอบแทนแผ่นดินบ้างครับในชีวิตที่เกิดมาใต้ร่มบารมีของนายหลวง ครับ
ดิฉันทำงานอยู่กองสาธารณสุขเทศบาลตำบลบ้านดอน อู่ทอง สุพรรณบุรี ค่ะ อยากทราบว่าจะติดต่อแพทย์มาออกหน่วยในนาม
โครงการพระดาบส ต้องทำอย่างไรบ้างคะ และติดต่อกับหน่วยงานใดของมูลนิธิฯ รบกวนช่วยตอบคำถามทางเมลล์ด้วยนะคะ
กราบขอบพระคุณในความกรุณาค่ะ
อยากร่วมโครงการจัง ต้องทำงัยบ้างครับ