วสันตดิลกฉันท์ ๑๔๐ แผ่นน้ำ ณ ท่ามศศินะแสงดุจะแต่งระลอกรอผืนกว้าง ณ กลางวตะพะนอดุจะรอระริกผืน๐ ลมโรยประโปรยชละระลอกดุจะหยอกจะยั่วคืนแนวพฤกษ์ผนึกนิละทะมื่นระกะตื่นระรื่นตาม๐ วงจันทร์ถวัลยะโพยมกละโคมนะส่องคามวงพักตร์สุลักษณ์พฤติพิรามฤจะห้ามละห้อยเห็น๐ ใจคนระคนทุขะสภาพฤจะบาปะสาบเป็น-บ่วงล่าม ฤ ห้าม ฤ ละ ฤ เร้นขณะเค้นก็สุดคลาย๐ ฝ่าขวัญประจันฤดิพิมลปะทุผละพริ้งพรายแผ่วผ่านประสารกมละหมายรสะผายก็พร่างพรม๐ โหยเห็นบ่เว้นระยะถวิลขณะจินตะจ่อมจมห่างเห็นก็เข็ญอุระระทมฤจะข่มฤดีคอย๐ หลับฝันก็มั่นจะเจอะจะเจอขณะเผลอก็เหม่อลอยตื่นตาผวานัยนะพลอย-จะละห้อยระโหยเห็น๐ เต็มตรองคระลองรหัสะนัยก็พิไลพิลาสเพ็ญอกใจไฉนผิวะจะเร้นก็จะเค้นซะเค็มขม๐ อบอุ่นละมุนระยะคะนึงขณะหนึ่งก็นานนมงามหนึ่งก็ถึงบทะปฐมระดะห่ม ณ ห้องใจ๐ โอ้..งามละลามนยะระบัดปฏิพัทธะอำไพดวงมานสมานกะพิสมัยระยะใจก็เชื่อมถึง๐ เที่ยวทางระหว่างระยะกมลรติ..ดละเหนี่ยวดึงอ่อนเอนกระเวนบทะคะนึงดละซึ้งผสานเสริม๐ ลมรื่นระผืนทกะสะท้อนอุระตอนก็ตวงเติมหวานซึ้งก็ถึงภวะกระเหิมรสะเริ่ม..ก็เพิ่มแรง๐ เหมือนหวานและคราญสิริพิสุทธิ์จะประทุษและเสียดแทงโอ้ใจ..ไฉนจะผละจะแผลงยุติแว้งบ่วกเวียน๐ หอมกรุ่นกะสุนทริยภาคจะประจาคก็จวนเจียน-เกินหมายจะถ่ายนยะเสถียร-ฤดิเพียระผูกพัน๐ เกินการณ์จะผ่านนยะประพจน์มธุรสะโรมรันสุดที่จะลี้จะผละจะผันรตินั้นนิรันดรแปล.....๐ น้ำแล่นริ้วปลิวผืนในคืนค่ำระลอกลำก็ระริกระริวไหวผืนแผ่นกว้างลมโหมตระโบมไปค่อยค่อยไหลริ้วตื่นเป็นคลื่นครวญ๐ ลำลมโชยเฉื่อยหยอกระลอกน้ำเมื่อมืดดำโลมรุกไปทุกส่วนแนวพฤกษ์พรรณลมเห่ก็เรรวนระกะซวนเซซบตระหลบลม๐ จวงจันทร์ครองฟ้าโอ่แสงโอภาสดั่งโคมสาดป้องคืนจากขื่นขมวงพักตร์งามแตะตื่นความรื่นรมย์จะขับข่มละห้อยเห็น..ยากเข็ญนัก๐ ใจเอยเมื่อห่างเห็นก็เป็นห่วงจะเลือนล่วงโฉมเผชิญก็เกินหักราวบ่วงบาปล่ามร้อยผ่านรอยพักตร์สุดกร่อนกักบีบเค้นให้เว้น...คลาย๐ ฝ่าขวัญฝากฤดี..เกินลี้หลบเมื่อบรรจบก็สุดที่จะหนีหายครั้นแผ่วผ่านสะท้านไปทั้งใจกายคือความหมายหอมหวาน..เผยผ่านชม๐ ละเมียดละมุนทรวงในบ่วงถวิลสอดแทรกจินตนาการผสานผสมครั้นห่างเห็นเติมขวัญ..ด้วยรันทมด้วยสุดข่มหวั่นระรัว...แห่งหัวใจ๐ หลับฝันก็รอคอยละห้อยหวนเฝ้าคร่ำครวญผูกพัน..แสนหวั่นไหวหลับตื่นแต่วาบหวามด้วยความนัยโอ้กระไรเฝ้าคะนึงเพียงหนึ่งเดียว๐ ลอบเร้นเสน่หาความอาลัยเก็บกักไว้หวังแค่..ได้แลเหลียวหวังสายใยสองเส้น..ถักเป็นเกลียวไว้หน่วงเหนี่ยวโอบล้อมประนอมคะนึง๐ ระหว่างความอบอุ่นละมุนละม่อมก็พรั่งพร้อมสุจริต..แรงคิดถึงระหว่างนัยลึกล้ำ..พากย์รำพึงรวมเป็นหนึ่งห่มครอง ณ ห้องใจ๐ เมื่องดงามวามเห็นราวเส้นสร้อยดาลพร่างพร้อยแววระยับขึ้นขับไขก็เมื่อนั้นถ้วนปวง..ความห่วงใยจะทอถักผสานให้เป็นนัยเดียว๐ ท่ามทางระยะก้าว..ที่เท้าเหยียบเกรงจะเยียบเย็นเหงา..ด้วยเปล่าเปลี่ยวสายใยเอยสองเส้น..จะเป็นเกลียว-ก็แต่ร่วมแนบเหนี่ยว..ทุกเสี้ยวทรวง๐ ริ้วลมล่องผันผ่านฝ่าลานน้ำและอกกรำคะนึงแสน, ความแหนหวง-ความหอมหวาน, เงียบเหงา-อันเปล่าปวงก็เริ่มทวงทาบบทให้ทดลอง๐ เหมือนหวานจะผ่านบทให้ทดสอบเข้ารายรอบคละระคนด้วยหม่นหมองและเพียงนัยหนึ่งระยับให้จับจองก็สุดป้องปัดถวิลให้สิ้นแรง๐ หอมเอย..หวานหอมเมื่อน้อมแนบอาจตระหลบปวดแปลบเข้าแอบแฝงทั้ง..งดงามอาจเวียนเข้าเปลี่ยนแปลงเพื่อเติมแต่ง..ลึกล้ำ..ในสัมพันธ์๐ งามเอย...พจนารูปวาทีจะแผ่ผ่านห้วงฤดีเติมสีสันและฟังเถิดครวญคร่ำ..ถ้อยจำนรรจ์จะขอเคียงคู่ขวัญ...นิรันดร
สวัสดีค่ะคุณสดายุ
แวะมาเยี่ยมชมค่ะ ยังไพเราะเหมือนเคย
สวมแว่นดำดูมีเลศนัยเป็นคนลึกลับนะคะ
แถมประวัติก็ไม่ให้รู้ ดูจะเอาเปรียบคนอื่นนะคะ
คุณสดายุกับคุณอัณณ์ริน เป็นคนเดียวกันหรือเปล่าคะ สำนวนกลอนดูคล้ายกันคะ
ดีค่ะ..นู๋อัล
อ่านรู้เรื่องไหมนี่..อุตส่าห์มาเวปการศึกาแล้วนา
อิๆๆ
.
.
.
.
รัชนีวรรณ
การรู้ประวัติคนอื่น..มันได้เปรียบตรงไหนครับ
อย่าเป็นพวกมากระแวง...
.
สำนวนกลอนจะดูออกได้จากประสบการณ์คนนั้นเอง
พูดมาอย่างนี้แสดงว่าอ่านกลอนมาน้อย...
ข้างล่างนี่คือบ้านผม...ไปดูได้ครับ
V
V
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sdayoo&month=17-02-2009&group=2&gblog=65