มีเจ้าเมืองอยู่เมืองหนึ่งเกิดป่วยด้วยโรคประหลาดที่ไม่ทราบสาเหตุ จึงได้สั่งให้ทหารออกประกาศตามหาคนที่สามารถช่วยรักษาโรคนี้ได้.................

             มีอยู่วันนึงก็นั่งคุยเล่นกับน้องชายไปเรื่อยเปื่อยตามประสาพี่ๆ น้องๆ ประเด็นคืออะไรจำไม่ค่อยได้ แต่เท่าที่จำได้ช่วงนั้นเรามีเรื่องไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่น้องชายจึงได้เล่านิทานเรื่องนึงให้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่ามีเจ้าเมืองอยู่เมืองหนึ่งเกิดป่วยด้วยโรคประหลาดที่ไม่ทราบสาเหตุ จึงได้สั่งให้ทหารออกประกาศตามหาคนที่สามารถช่วยรักษาโรคนี้ได้ วันหนึ่งก็ได้มีนักบวชรูปหนึ่งเข้ามาพบและบอกว่าตนเองมีหนทางที่จะช่วยรักษาโรคประหลาดนี้ได้ จากนั้นก็เข้าไปทำการตรวจและได้แนะนำวิธีการรักษาโรคให้กับท่านเจ้าเมือง วิธีการรักษาก็คือต้องให้ท่านเจ้าเมืองมองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีเขียวให้หมด ถ้าทำได้เช่นนี้แล้วท่านเจ้าเมืองจึงจะสามารถหายจากอาการป่วยได้ หลังจากนั้นนักบวชรูปนี้ก็ได้จากไป เมื่อได้รับคำแนะนำดังนี้ท่านเจ้าเมืองจึงได้สั่งการให้ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถมองเห็นได้เป็นสีเขียวให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หรือตึกรามบ้านช่องต่างๆ ก็ให้ทาสีใหม่เป็นสีเขียวให้หมด หลังจากที่ได้ปฏิบัติตามที่นักบวชรูปนั้นแนะนำก็ปรากฎว่าท่านเจ้าเมืองก็หายจากอาการป่วยนั้นจริงๆ ................ แล้วมาวันหนึ่งนักบวชรูปเดิมก็ได้มาแวะผ่านเมืองนี้อีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าได้สร้างความประหลาดใจให้กับนักบวชยิ่งนัก ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อาคาร ฯลฯ ในเมืองนี้กลายเป็นสีเขียวไปจนหมด นักบวชไม่สามารถเก็บความสงสัยนี้ไว้ได้จึงได้เข้าไปขอพบท่านเจ้าเมืองเพื่อสอบถามถึงสาเหตุดังกล่าว เมื่อได้พบกับท่านเจ้าเมืองนักบวชจึงได้ถามท่านเจ้าเมืองว่าเหตุใดบ้านเมืองถึงได้กลายเป็นสีเขียวไปหมดเช่นนี้ ท่านเจ้าเมืองก็ตอบด้วยความสงสัยว่า  อ้าว ! ก็ท่านเองไม่ใช่หรือที่บอกว่าถ้าเราต้องการหายจากอาการป่วยก็ให้มองทุกอย่างให้เป็นสีเขียว เราจึงได้สั่งการให้เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสีเขียวจนหมด นักบวชจึงตอบกลับไปว่าสิ่งที่ได้บอกไปไม่ได้หมายความว่าให้ท่านเจ้าเมืองเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างที่มองเห็นให้เป็นสีเขียวให้หมดเช่นนี้ แต่ต้องการให้มองทุกอย่างเป็นสีเขียวต่างหาก สิ่งที่ต้องการจะบอกก็คือให้ท่านเจ้าเมืองสวมแว่นตาสีเขียวเพื่อจะได้มองทุกอย่างเป็นสีเขียวต่างหากเล่า

             นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราควรที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองก่อนที่คิดจะไปเปลี่ยนแปลงผู้อื่น

             และนิทานเรื่องนี้ก็ยังได้สอนเราให้รู้ว่าอย่าคิดว่าน้องชายของเราเป็นเจ้าเด็กตัวเล็กตลอดไป ที่ผ่านมาเรามักคิดเสมอว่าน้องชายยังเด็กอยู่ (เพราะเราอายุห่างจากน้องชายประมาณ 13 ปี คือได้เลี้ยงเค้าบ้างน่ะ เลยทำให้รู้สึกว่าเค้ายังเด็กในความรู้สึกของเราอยู่เสมอ) แต่เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าจริงๆ แล้วเค้าโตแล้ว มีความคิด และยังสามารถเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำพี่สาวอย่างเราได้อีกด้วย

***********************************************************************************


:) เพลง "ก้อนหินก้อนนั้น"  by ROSE  ^_^