ผมนี่เสียววาบเลย หวั่นใจว่าจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกศึก

เมื่อตอนที่ผมไปพบมะเฮตีไท้ซานครั้งแรก ก็พบว่าพ่อแม่ไม่มีบัตรแรงงาน ไม่มีเลข 13 หลัก อาศัยในจังหวัดระนองด้วย Border Pass ซึ่งขณะนั้นก็หมดอายุแล้ว ยังไม่ได้ไปต่อการอยู่ชั่วคราว

ในขณะนั้น ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่เทศบาลด้วยวาจาว่าพ่อแม่ที่ไม่มีหลักฐานใด ๆ เลย สามารถแจ้งการเกิดให้แก่ลูกได้หรือไม่ คำตอบก็คือ "ไม่ได้" ด้วยความที่ผมเห็นแตกต่างออกไป ว่าแจ้ง "ได้" แต่ในเมื่อเจ้าหน้าที่ปฏิเสธอย่างนั้น และผมก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่มีบัตรประจำตัว หากไปแจ้งการเกิดเป็นลายลักษณ์อักษรก็เสี่ยงต่อการถูกรวบกลางเทศบาลเมืองระนองแน่นอน

ผมก็เลยต้องกลับไปค้นหาพ.ร.บ.การทะเบียนราษฏร ที่มีอยู่ทั้งหมดในเวบไซค์ราชกิจจานุเบกษา ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ผลปรากฏว่าตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 46 อนุญาตให้พ่อแม่สามารถมอบหมายให้ใครไปแจ้งแทนก็ได้ ผมก็เลยใช้ผลของมาตรานี้ทำหนังสือมอบอำนาจขึ้นมาเพื่อไปแจ้งเกิดให้แก่มะเฮตีไท้ซาน

ผมจำได้เลยว่าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ ผมก็เกลี่ยกล่อมไปว่าให้รับคำร้องผมไปแล้วก็ปฏิเสธมา เพื่อผมจะอุทธรณ์คำร้อง และก็บอกต่อไปเลยว่า "พี่ไม่เห็นด้วยกับผม ในเวลาที่ผมอุทธรณ์ พี่ก็ตั้งประเด็นสู้หนังสือมอบอำนาจของผมสิ"

แล้วเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ตั้งประเด็นสู้อุทธรณ์ที่ผมเขียนขึ้นไปจริง ๆ ผมนี่เสียววาบเลย หวั่นใจว่าจะแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกศึก (ยังไม่ถึงเนื้อแท้ของการต่อสู้) ก็ตายกลางคัน (แพ้ในชั้นศาลปกครอง) แต่ก็มีอ.แหวว และคณะมาช่วยกั้นศึกเอาไว้ ผมเลยโล่งใจ

แม้ว่าในเวลาที่ผมไปยื่นคำร้องขอออกท.ร.100 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2552 เจ้าหน้าที่จะบอกกับผมว่าในวันที่สามารถออกสูติบัตรได้ให้นำหลักฐานของพ่อแม่มาด้วย ผมยังคิดอยู่ในใจหากพ่อแม่เป็นคนไร้รัฐจะหาเอกสารอะไรมายืนยันความเป็นตัวเขาละ และหากเป็นอย่างนั้นจริงพ่อแม่ที่เป็นคนไร้รัฐก็ไม่สามารถแจ้งการเกิดได้สิ เพราะไม่มีเอกสารใด ๆ และหากถูกบีบให้เอามา สงสัยว่ามะเฮตีไท้ซานรอบ 2 คงต้องเบิกโรงอีกครั้ง สู้ไว้ย !

แต่พอวันที่ 3 มีนาคม 2552 ผมก็ไม่ได้นำไป เพราะผมคิดว่าหนังสือมอบอำนาจนั้นสมบูรณ์โดยตัวมันอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็มิได้โต้แย้งหนังสือมอบอำนาจนั้นอีก แล้วมีความจำเป็นไฉนที่ต้องนำตัวผู้มอบอำนาจและพ่อแม่ไปยืนยัน หากต้องนำพ่อแม่ และลูกไปยืนยันแล้ว ก็เสมือนหนึ่งไม่มีการมอบอำนาจ ดังนั้นมาตรา 46 ที่ผมกล่าวข้างต้นก็เป็นหมันในทางปฏิบัติ

ผมต้องยืนยันว่าต้องออกสูติบัตรให้ผม ตามพ.ร.บ.การทะเบียนราษฏร พ.ศ.2534 มาตรา 46 ให้ผม และผมคิดว่าหากจะโต้แย้งเรื่องหนังสือมอบอำนาจคงต้องใช้ตามประมวบกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องตัวแทน แต่ก็ไม่มีการโต้แย้งอีก ผมจึงลงลายมือชื่อในฐานะผู้แจ้ง (ผู้ได้รับมอบหมาย)

ส่วนเด็กที่ไม่มีหนังสือรับรองการเกิดยังไม่ได้ทำ รอ...รอก่อนครับผม