เด็กได้พบรักแท้ที่บ้านและที่โรงเรียน จะเป็นผู้สร้างรักแท้ในอนาคตต่อไป

รักนั้นดีแน่ รักแท้ดีกว่า*

 

ถึงแม้เศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศจะเผชิญวิกฤตอย่างน่าตกใจเพียงไร   ปีนี้ วันวาเลนไทน์ยังคงเป็นหัวข้อสนทนาติดอันดับของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มห่วงใยวัยรุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ เช่นเคย  วัยรุ่นมีช่องทางแลกเปลี่ยนข่าวสารกันมากมายและรวดเร็ว  ดูเหมือนเป็นเสรีภาพที่เขาพึงพอใจ  แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่ห่วงใยเด็กๆ ค่อนข้างกังวล เพราะข่าวสารที่ส่งกันอย่างรวดเร็วล้วนแฝงไว้ซึ่งเจตนาที่หลากหลายเช่นกัน  ผู้รับข่าวสารที่ขาดความรู้อาจเป็นเหยื่อของผู้ที่มีความประสงค์ร้ายได้  จากเรียงความระดับชั้นประถมปีที่ 5 และ 6 ของโรงเรียนไผทอุดมศึกษา พบว่า เด็กๆ ร้อยละ 90 มีทัศนะต่อวันวาเลนไทน์  แตกต่างจากวัยรุ่นที่คุยกันในอินเตอร์เน็ต  เด็ก ๆ โรงเรียนไผทอุดมศึกษา เห็นว่าการแสดงความรักในวันวาเลนไทน์เป็นความรักที่ไม่จริงจัง เป็นการแสดงออกเพื่อหวังการตอบแทน  ให้ของแสดงความรักที่เลียนแบบและสิ้นเปลือง นับว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่(พ้นยุคกระแสนิยม)  น่าจะเป็นผู้นำสังคมที่เป็นความหวังของสังคม   ในฐานะผู้เขียนอยู่ในกลุ่มผู้ห่วงใยวัยรุ่นจึงอยากบอกวัยรุ่น ผู้ปกครอง และครู ผู้รักวัยรุ่นว่า ที่เอ่ยว่ารักในวันวาเลนไทน์ ใช่รักด้วยความจริงแท้เพียงไร หรือ ผู้ที่ต่อต้าน ปฏิเสธการแสดงความรักในวันวาเลนไทน์ ใช่เกิดจากความรักหรือไม่   ผู้เขียนขอถ่ายทอดสาระจากการบรรยายธรรมของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) แห่ง วัดญาณเวศกวัน เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549  ซึ่งมีทั้งความรู้ที่เสริมพลังความคิด สร้างปัญญาให้รู้เท่าทันต่อความรักแท้ที่ยิ่งใหญ่ และหลักปฏิบัติที่พัฒนาตนจนสามารถให้ความรักแก่ผู้อื่นได้อย่างไร้พรมแดน   ผู้เขียนได้เรียบเรียงนำเสนอ สามหัวข้อ

วันวาเลนไทน์ เกี่ยวข้องกับวันมาฆบูชาอย่างไร

ท่าทีของความรัก ที่สุขและทุกข์

ช่วยเด็กพบรักแท้ และเป็นผู้สร้างรักแท้ อย่างไร

 

วันวาเลนไทน์ เกี่ยวข้องกับวันมาฆบูชาอย่างไร

สองวันนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ และสังคมและวัฒนธรรม

วันมาฆบูชามีประวัติยาวนานกว่ามาก เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา มีเหตุการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้นในวันเพ็ญเดือนสามที่รับรู้รับทราบทั่วโลก  สาระความรู้ที่สืบทอดและถือปฏิบัติกันมา เป็นหัวใจของศาสนาพุทธที่ฆารวาสพึงปฏิบัติ สามประการ คือ ละชั่ว  เว้นการทำอกุศล  ทำดี  ทำกุศลธรรม และ ทำใจให้บริสุทธ์ ทำจิตผ่องใส ชาวพุทธจะถือเป็นประเพณีว่าวันนี้เป็นวันพระใหญ่ เราจะชวนกันไปวัด ทำบุญด้วยกิจกรรมสำคัญ 3 ประการคือ ทำทาน ถือศีล และ พัฒนาปัญญา เรียกการทำบุญอย่างสั้นๆ ว่า ทาน ศีล ภาวนา

วันวาเลนไทน์ มีตำนานเล่ากันมาจากวัฒนธรรมตะวันตก  เป็นเรื่องเล่าต่อกันมาหลายแหล่ง หาหลักฐานยืนยันไม่ได้   ทางคาทอลิกจึงประชุมให้ถอดวันวาเลนไทน์ออกจากวันสำคัญทางคริตศาสนา คงเหลือแต่กระแสความเชื่อ แหล่งที่พยายามทำให้กระแสเกิดเป็นผลประโยชน์ คือธุรกิจ ดังนั้น วันวาเลนไทน์ จึงเป็นวันสำคัญทางธุรกิจ  และมีวัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

จากกระแสความนิยมในยุคนี้ พบว่า วัยรุ่นคนไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญ รับเป็นประเพณีวัฒนธรรมอย่างหลงใหล  ขณะเดียวกัน  อีกกลุ่มหนึ่งจะต่อต้าน ประนาฌการแสดงออกของกลุ่มวัยรุ่นว่าไม่เหมาะสม  จึงเป็นปรากฏการณ์ความขัดแย้งในสังคมที่ไม่สร้างสรรค์ความสงบ โดยเฉพาะความขัดแย้งในครอบครัว ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรมคุณาภรณ์  จึงเห็นว่า เราต้องมองความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ด้วยความรู้เท่าทัน  และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมให้สูงสุด การนำวันมาฆบูชามาให้ความรู้ต่อการให้ความรักที่ถูกต้องในวันวาเลนไทน์จึงเป็นหัวข้อธรรมที่ประสงค์ให้ทุกฝ่ายฟังให้เข้าใจและได้แนวทางไปปฏิบัติให้เกิดต่อตนเอง และคนที่รัก จนสามารถขยายรักคนอื่นๆได้กว้างไปสู่การรักมนุษย์ด้วยกัน ให้เกิดเป็นความรักที่ไร้พรมแดน

ท่าทีของความรัก ที่สุขและทุกข์

ความรักเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อคนมีความรักแสดงว่า เขาเริ่มมองมองจากตัวเอง มีแก่นสารทางศาสนาที่สำคัญที่เราต้องแสดงท่าทีที่ถูกต้อง หลีกทุกข์ พบสุข  ด้วยหลัก 2 ประการ คือ

ท่าทีของเราต่อบุคคลหรือสิ่งที่เรารัก  เป็นแบบใด

พิจารณาตนเองว่า เรามีท่าทีต่อคนที่เรารักอย่างไร

(1)   ชอบใจ ถูกใจ อยากได้เพื่อทำให้ตนเองเป็นสุข เป็นต้นเหตุความรักแบบ ราคะ

หรือ

(2)   อยากเห็น อยากช่วยให้เขามีความสุข เป็นต้นเหตุความรักแบบ เมตตา

 

คุณสมบัติในตัวบุคคลที่เรารัก  

คุณสมบัติหรือลักษณะในตัวเขาที่เราชอบ คือ แบบๆไหน

(1)    รูปสวย รวยทรัพย์ หรือเป็นสมบัติที่ให้ประโยชน์ได้ เป็นความรักที่เกิดจากกาม

หรือ

(2)    ความดี ความงาม ความอ่อนโยน  ความเข้มแข็ง เป็นความรักที่เกิดจากศรัทธา

 

ความรักสองแบบ

แบบที่ 1 เป็น ราคะ  หลงใหลในกาม เป็นต้นเหตุของทุกข์ และภัยที่จะเกิดตามมา ทุกข์จากการหวงแหน ยึด เกาะ  และเป็นภัยต่อคนรัก เมื่อเขาไม่มีสมบัติที่หมายปอง  ก็พร้อมที่จะถูกสลัดทิ้ง

แบบที่ 2 เป็นเมตตา รักด้วยศรัทธา  เป็นความรักที่บริสุทธิ์ มีความสุขเมื่อได้ปฏิบัติช่วยเหลือ  ถ้าคนที่เรารักมีความสูญเสียหรือมีความทุกข์ ความเมตตาที่มีเป็นทุนเดิมจะกลายเป็นกรุณา

 

ช่วยเด็กพบรักแท้ และเป็นผู้สร้างรักแท้อย่างไร

 

หลักการพัฒนาเด็กให้เป็นผู้สร้างรักแท้  ใช้หลักพัฒนาพฤติกรรม ทั้งด้านการกระทำทางกาย การกระทำทางวาจา และการกระทำทางใจ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่มีพ่อแม่ และครูเป็นกัลยาณมิตรภายใต้บทบาทของแต่ละคน  ด้วยความเมตตาและปัญญาของกัลยาณมิตร เด็กจะรับรู้และเรียนรู้ ซึมซับและเปลี่ยนแปลงอย่างฉลาด  เทคนิควิธีที่ใช้กับเด็กแต่ละคน มีการพิจารณาอย่างเหมาะสม  เด็กเริ่มหันเหจากสิ่งที่หมายเพียงเพื่อสนองความชอบ มาเป็นรับรู้และชื่นชมในความดี เกิดความนิยมในคุณธรรม  ความชื่นชมในบุคคลที่มีความสำคัญที่เขาถือเสมือนว่าเป็นมหาบุรุษของเขา   ก็เป็นการชื่นชมในคุณธรรม ในความดี  เด็กเกิดการพัฒนาศรัทธา เพียงแต่เขาได้นึกถึงคนๆ นั้น ก็เป็นการนึกถึงความดีไปด้วย เกิดจิตใจที่เป็นกุศล  ก็เป็นการชื่นชมในคุณธรรม  ศรัทธาเป็นเครื่องมือของเราที่จะโน้มนำเด็กไปสู่ปัญญาเกิดความรักที่ไร้พรมแดน ดังที่พระพรมคุณาภรณ์ได้หยิบยกคำพระ ว่า ความรักที่เกิดจากศรัทธาในพระรัตนตรัยจะนำชีวิตหลุดพ้นจากอบาย  มุ่งสู่ความสันติสุขอย่างแท้จริง

 

พ่อแม่เป็นผู้ที่จะทำให้เกิดการพัฒนารักแท้ให้เกิด โดยใช้ความรักที่มีศรัทธาเป็นแกน  ด้วยบทบาท หน้าที่ และโอกาสของความใกล้ชิด พ่อแม่ และลูกจึงเป็นชีวิตจิตใจที่ผูกพัน เริ่มจากพ่อแม่ให้ความรักอย่างแท้จริงด้วยหลักเมตตา  ลูกจะเกิดความรักพ่อแม่ด้วยศรัทธา  ภาพแห่งความเมตตาของพ่อแม่จะปรากฏขึ้นในมโนทัศน์ การซึมซับของศรัทธาจะสร้างเสริมปัญญาอย่างทรงพลัง  สิ่งใดที่พ่อแม่คาดหวัง ลูกจะไม่ปฏิเสธ ไม่ดื้อ  ไม่ขี้เกียจ ใฝ่เรียนรู้ เป็นเด็กที่มีเหตุผล การเรียนรู้ที่เกิดจากความรักที่แท้จริงจะสืบทอดต่อไป  เกิดความต่อเนื่องเป็นวงจรพัฒนาที่ยั่งยืน

ครู คณะครูในโรงเรียนมอบความรักแบบเมตตาให้ลูกศิษย์ ด้วยการทำหน้าที่ครู เป็นการแสดงออกที่เป็นเมตตา นักเรียนจะย้ำศรัทธาที่มีต่อครู ต่อโรงเรียน การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนสร้างความเข้มแข็งจากการรับรู้ในความรักที่ให้ต่อกัน  เป็นสะพานให้สังคมก้าวสู่ธรรม  โรงเรียนเป็นโอกาสให้เด็กพัฒนาตนและสร้างสังคมสันติสุข

จากที่กล่าวมา ได้เน้นความสำคัญที่พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครอง และ ครู เพราะอยู่ใกล้เด็กและความรับผิดชอบโดยตรง แต่ละฝ่ายมุ่งสร้างโอกาสให้เด็กพัฒนาตามความแตกต่างของกาละและเทศะ  และใช้การประสานความร่วมมือเพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยให้ ลูกและศิษย์ เป็นเป้าหมายความสำเร็จของเรา เด็กได้พบรักแท้ที่บ้านและที่โรงเรียน  และพร้อมที่จะเป็นผู้สร้างรักแท้ในอนาคตต่อไป

*บทความนี้ลงในวารสาร โรงเรียนไผทอุดมศึกษา 2552