เย็นวานนี้ทานข้าวกับแม่บ้าน แล้วออกจากบ้านมาขึ้นรถทัวร์ที่บุรีรัมย์ บังเอิญที่นั่งบุรีรัมย์-พิษณุโลกเต็ม จึงต้องนั่งรถทัวร์เข้า กทม. รถออก 22.14 . มาถึงดอนเมือง 02.50 . เข้าไปสนามบินนึกว่าผีหลอก รปภ. บอกว่าประตูจะเปิด 03.00 . นั่งรอพักหนึ่งถึงได้เข้าไป ห้องขายตั๋วยังไม่เปิดอีก เจ้าหน้าที่มาทำงาน 04.30 . โธ่..ผมจะหง่าวอยู่ยังไงนี่ เผ่นไปอาบน้ำ-เขียนบล็อกที่ห้อง 814 ย้อนกลับมารอประมาณ 20 นาทีเขาถึงขายตั๋ว ซื้อตั๋วบินไป-กลับ กทม-พิษณุโลก ราคา 3,030 บาท

 

เช้า 06.10 . ก็เหิรเวหามาเมือง 2 แคว ตาหวานพาไปทานข้าวมันไก่เจ้าขึ้นชื่อลือชาที่สุดในภาคเหนือ อร่อยสมคำเล่าลือจริงๆ ข้าวมันหุงได้ร่วนหอม ไก่บ้านสับ 1 จาน น้ำซุปมะระผักดอง น้ำจิ้มกลมกล่อม อาเหลียงไป 2 แควอย่าลืมไปชิมให้ได้นะขอรับ

งานนี้ได้รับอภินันทนาการ รถพร้อมน้าต่ายโชเฟอร์ใจดีจากคุณหมอจอมป่วน ขับรถมาส่งที่จังหวัดน่าน ระหว่างทางผ่านจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดแพร่ รถวิ่งประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ ครูสุมารับ กอดตาหวาน แล้วพากันไปชมวัด ชมพิพิธภัณฑ์ ไปห้างซื้อของ เข้าพักโรงแรมภูฟ้าเพลส คืนละ 350 บาท ห้องกว้างขวางสบายแอร์เย็น ที่โดนใจมากก็คือมีไวเลสนี่สิครับจ๊าบส์จริงๆ

ตอนเย็นเราไปเป็นเจ้าภาพร่วมเคารพคุณแม่ครูสุ บ้านครูสุอยู่ตรงข้ามกับวัด พระเดินข้าม 10 ก้าวก็ถึงแล้ว ใครมาร่วมงานได้เที่ยววัดด้วย เป็นวัดเก่าแก้ที่ช่างเมืองน่านบรรจงฝากฝีมือไว้เป็นพุทธบูชา เราเอาหรีดในนามพี่น้องชาวเฮฮาศาสตร์มอบ.. ผมจุดธูปเทียนในเป็นเจ้าภาพสวดเมื่อคืนนี้ ตาหวานจัดเงินใส่ซองถวายพระ หลังจบพิธีสวดบังสกุลแล้ว หลวงพ่อที่วัด และคณะเราตามไปร่วมงานประจำปีที่วัดแช่แห้ง

สังเกตุ ครูสุอบอุ่นใจ มีพี่น้องมาร่วมด้วยช่วยกันคับคั่ง

คุณพ่ออายุ 82 ปี ยังแข็งแรง


คุณแม่บัวเขียว สมัยที่เป็นสาวสวยมาก

หนุ่ม ๆ เดินมาแอ่วจนถนนเป็นเทือก

ครูสุและพี่น้องได้รอยยิ้มจากคุณแม่บัวเขียวมาเต็ม ๆ

เจอหน้าก็ลองให้ยิ้มดู ยิ้มแบบสาวเมืองน่านเป็นจะได อิอิ

 

คุณแม่ลาลับอายุ 80 อย่าเอาไปซื้อหวยนะขอรับ

 

เราชาวเฮฮาศาสตร์ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันทุกเรื่อง ยามสุขเราสุขด้วยกัน ยามทุกข์ขอเฉลี่ยทุกข์ให้บรรเทาเบาบาง พึ่งพากันในยามยาก พึ่งพิงกันยามระบมเศร้า ใครว่างก็ทำหน้าที่ตัวแทน ไม่ว่างก็ส่งใจมาร่วมอาลัยกันได้.. ตกลงเป็นธรรมเนียมของชาวเราอย่างนี้ดีไหมครับ..

งานหกเป็ง วัดพระธาตุแช่แห้ง

 

..ถ้า บ้านไหนเมืองไหนอากาศร้อนขอให้หลบมาเที่ยวที่นี่ บรรยากาศเย็นสบาย คนไม่พลุกพล่าน จะเดินชมการแสดง ไหว้พระ ซื้อของฝาก ล้วนประทับใจ องค์พระธาตุต้องแสงไฟสวยสง่า ได้ร่วมพิธีสรงน้ำพระธาตุด้วยเทคโนโลยีง่ายๆ ..ตัก น้ำใส่กระบอกแล้วหมุนสายพานกลไกจะไปเทน้ำให้อัตโนมัติที่ตัวพระธาตุข้างบน เราได้ชิมน้ำสมุนไพรจากกระบอกไม้ไผ่ มีของพื้นเมืองแปลก ๆ น่าซื้อ ประทับใจอย่างบอกไม่ถูก มันเหมือนกับเรามาเดินเที่ยวในประเทศเล็ก ๆ ที่มีจารีตประเพณีดีงาม ผู้คนเรียบร้อย ถ้อยทีถ้อยอาศัยอยู่กันอย่างปกติสุข เข้าวัดทำบุญทำทานยิ้มหวานให้กัน ..

คืนนี้มาจบที่ร้านเข้าต้มเจ้าเก่าที่ดังมาก ขายมาตั้งแต่รุ่นพ่อ อายุร้านไม่น้อยกว่า 27 ปี มี 3 สาขา จะเปิดร้านตั้งแต่บ่าย 5 โมงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน มีกับข้าวอร่อยให้เลือกมากมาย อย่าลืมสั่งปลาดุกผัดฉ่าก็แล้วกัน เด็ดขาดมากจนเก็บมาละเมอทำปากจั๊บ ๆ..ป้าจุ๋ม อาเหลียง คุณหมอจอมป่วนมาอย่าพลาดเมนูนี้ เดี๋ยวจะมาไม่ถึงน่าน

ขอรายงานเบื้องต้นเท่านี้ก่อน

ไม่ต้องห่วง ..

ใครไม่มาก็จะเที่ยวเผื่อ กินเผื่อ กอดเผื่อ ทุกกรณีไม่ให้ตกหล่น

ครูสุเห็นหน้าพวกเราก็ยังเผลอระบายยิ้มยามเศร้าโศก

เมือคืนยังมานอนที่โรงแรมกับตาหวาน

คืนนี้ พรุ่งนี้ จะมีหลายคณะติดตามมา

วันที่ 8 กลับกรุงเทพ อิอิ

หมายเหตุ

อย่าลืมเอาโน๊ตบุกส์ติดมือมากด้วยนะขอรับ

โรงแรมมีไวเลสบริการ

ไปก่อนนะครับ ยังมีที่ต้องไปชม ไปชิม อีกเยอะ อิ อิ

จบข่าว.