ช่วงนี้มีปัญหาร้อยแปดทั้งเรื่องเรียน  เรื่องงาน  และเรื่องของหัวใจ  โดยในแต่ละเรื่องก็มีหลายประเด็นจนน่าเวียนหัว  แก้ตรงนั้นพันตรงนี้ ว่าจะปฏิรูปหัวใจรอบสองเหมือนปฏิรูปการเมืองก็หาเจ้าภาพยังไม่ได้...มีใครแถวนี้สนใจบ้างไหม...รับสมัครนะจ๊ะ!!

เมื่อวานแก้ปัญหาอาการคล้ายจะอกหักไปเปราะหนึ่ง  เพียงลดความเป็น "ตัวกูของกู"  ลงมาหน่อยหนึ่ง  ดูอะไร ๆ มันง่ายไปหมดเสียทุกเรื่อง รอยยิ้มหวานจากเธอที่เคยครอบงำหัวใจจนโงหัวไม่ขึ้นได้กลับมามีอิทธิพลอีกครั้ง...ส่วนจะมีวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้ อกหักซ้ำบ่อย ๆ ต้องไปจับเข่าคุยกับพี่ขจิตสักวันคงพอมีแนวทางแก้ไขมั๊ง  อิอิ...

วันนี้ต้องยอมรับว่าท้องฟ้าในความรู้สึกผมแจ่มใสไร้เมฆบัง  เข้าทำนองเพลงที่ว่า "...ฟ้าหลังฝนงามตาความมืดโรยรามลายหายพลัน  มีแต่ความเข้าใจอุ่นไอรักไมตรีต่อกัน  ผ่านมานั้นให้มันลบไป..."

แต่ที่ยังมืดสลัวอย่างต่อเนื่อง  ก็เป็นฟ้าเมืองเชียงใหม่  และเมืองอื่น ๆ ในภาคเหนือนี่แหละ  ยังถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน มองไปทางไหนดูขมุกขมัวชอบกล  หลายคนแถวนี้บ่นไม่สบาย ทั้งหวัด  ทั้งไข้  หายใจลำบาก 

ตอนนี้มีการรณรงค์เป็นการใหญ่ว่าให้ช่วยกันลดการเผาขยะ  เผาเศษไม้หญ้าแห้ง  เผาท้องไร่ท้องนา หรือช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้มีการเผาป่า ซึ่งดูเอาจริงเอาจังน่าดู  ถ้าช่วยกันคนละไม้ละมือดีอย่างนี้คิดว่าน่าจะแก้ปัญหาได้...คือแก้ปัญหาในเมืองได้  แต่แก้ปัญหาชาวบ้านได้หรือเปล่าไม่รู้

ชาวบ้านอาศัยป่าในการทำมาหากินแบบซุปเปอร์มาเก็ตตลอดทั้งปี ทั้งเพื่อการบริโภค หรือจำหน่ายเป็นรายได้ของครอบครัว  ทั้งหน่อไม้ เห็ด ไข่มดแดง กล้วยไม้  ผึ้งป่า ฯลฯ  ยิ่งช่วงนี้ต้องเป็นผักหวานป่า นอกจากมีรสชาติดีแล้วยังมีราคาแพงอีกด้วย... ยิ่งถ้าได้เผาป่ารมควันกันสักหน่อย  ผักหวานป่างามดีนักแล...

โจทย์ข้อใหญ่วันนี้ทำไงดีนอที่จะแก้ปัญหาแบบได้ประโยชน์พร้อมกันทั้งสองฝ่ายเสียที.....