ผมเป็นคนไม่ชอบทำอะไรแบบเดิมๆ ที่ยึดถือกันมา    ผมชอบแสวงหาวิธีการใหม่ๆ ที่ให้ผลหรือคุณค่าสูงส่งกว่าเดิม    นี่คือนิสัยของผม

          คนที่มีนิสัยอย่างนี้ ทำผิดได้ง่ายและบ่อยมาก   นี่คือความจริงของชีวิตผม    แต่คนมักจะไม่รู้    สิ่งที่ผมทำ มีผลที่ผิด ๑๐๐ ส่วน  แต่มีผลที่ถูกต้องเพียง ๑ ส่วนเท่านั้น    นี่คือความจริงที่ผู้คนไม่สังเกต แต่ผมรู้ เพราะทำมากับมือ (ที่จริงทำด้วยสมองและใจ)

          เคล็ดลับก็คือ อย่าปล่อยให้สิ่งผิดคงอยู่นาน   ให้ตรวจหามันให้พบโดยเร็วที่สุด   ยิ่งพบก่อนจะเกิดผลเสียยิ่งดี   จะเป็นอย่างนี้ได้ ต้องฝึกให้เป็นนักตั้งคำถามหรือข้อสงสัย    ยิ่งสิ่งที่ตนเองเชื่อมากๆ เชื่อฝังใจ ยิ่งต้องตั้งคำถามให้แรง ให้มองอีกขั้วหนึ่งที่เป็นขั้วตรงกันข้าม   คือใช้ paradox เข้ามาตรวจสอบความเชื่อ ทฤษฎี หรือสิ่งที่เราลงมือทำ

          เมื่อชีวิตเป็นเช่นนี้   สิ่งผิดมันจะไม่ปรากฎชัด มันเป็นเพียงทางผ่านไปสู่สิ่งถูก   เพราะเราตรวจสอบและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

          นั่นเป็นเรื่องเล็กๆ ประจำวัน ในระดับบุคคลหรือปัจเจก

          แต่เรื่องใหญ่ โครงการใหญ่ หรือองค์กรที่ใช้ทรัพยากรเป็นปีละพันล้านหมื่นล้านก็ใช้หลักการนี้ได้   คือเมื่อทำไประยะหนึ่งก็ตั้งคำถามใหญ่ๆ แล้วหาคนมาประเมิน   เพื่อเสาะหา และตะครุบ เอาสิ่งบกพร่อง ผิด หรือไม่เหมาะสม มาชำระเสีย    และตั้งคำถามให้ผู้ประเมินช่วยแนะนำวิธีทำงานที่ ไม่ใช้อยู่ในระดับ do it right แต่อยู่ในระดับ do it wise   เพื่อให้ได้ผลงานในระดับคุณค่าที่ต้องการ

          ชีวิตที่เต็มไปด้วยคำถามแบบนี้ เป็นชีวิตที่สนุก และผ่อนคลาย

          เพราะเป็นชีวิตที่ใช้พลังจากคนที่เก่งกว่าเรา และจากขั้วตรงกันข้าม

วิจารณ์ พานิช
๒๐ ก.พ. ๕๒