จำแนกปัญญาของมนุษย์

  

เทพเจ้ากวนอูผู้ซื่อสัตย์  เก่งกล้า  สามารถ

ซื่อสัตย์  เก่งกล้า  สามารถ

อัจฉริยภาพที่หลากหลายมิติที่น่าค้นหาของมนุษย์

(พหุปัญญา)

       เด็กบางคนเก่งทุกเรื่อง เด็กบางคนเก่งเฉพาะเรื่องไม่มีใครที่ไม่เก่งเลยสักเรื่องเด็กที่ไม่เก่งทางคณิตศาสตร์ อาจจะมีความสามารถในการใช้ภาษาได้ดี  เด็กที่ไม่เก่งทางภาษา อาจจะมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ดีก็ได้หรือไม่เก่งทางภาษาและทางคณิตศาสตร์แต่อาจเป็นเลิศทางศิลปะถ้าไอคิวปกติอาจเป็นอัจฉริยภาพทางกีฬาก็ได้ เด็กที่ไอคิวต่ำกว่าปกติเป็นอัจฉริภาพทางดนตรี  ไอคิวสูงอาจเก่งหลายเรื่องแต่ขาดทักษะทางสังคมที่ดี หรือถ้าไม่เก่งทั้งคณิตศาสตร์  ภาษา  ดนตรี  กีฬา และศิลปะแต่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข มีเพื่อนฝูงมากมายได้เช่นกัน ตามแนวคิดของการ์ดเนอร์ในปัจจุบันปัญญามีอยู่อย่างน้อย 8 ด้าน ดังนี้

1.      ปัญญาด้านภาษา ความสามารถในการใช้ภาษารูปแบบต่างๆตั้งแต่ภาษาพื้นเมืองจนถึงภาษาอื่นๆได้ด้วย สามารถรับรู้  เข้าใจภาษา อาชีพที่โดดเด่นทางด้านนี้ เช่น กวี  นักเขียน  นักพูด  นักหนังสือพิมพ์  ครู ทนายความ  หรือ นักการเมือง

2.      ปัญญาทางด้านตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์  คือความสามารถในการคิดแบบมีเหตุมีผล การคิดเชิงนามธรรม  การคิดคาดการณ์และการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ คนมีปัญญาโดดเด่นทางด้านนี้มักเป็น นักบัญชี นักสถิติ  นักคณิตศาสตร์  นักวิจัย  นักวิทยาศาสตร์  นักเขียน โปรแกรมหรือวิศวกร

3.      ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ คือความสามารถรับรู้ทางสายตาได้ดีสามารถมองเห็นพื้นที่ รูปทรง ระยะทางและตำแหน่งอย่างสัมพันธ์เชื่อมโยงกันแล้วถ่ายทอดแสดงออกอย่างกลมกลืน มีความไวต่อความกลมกลืน มีความไวต่อการรับรู้ในเรื่องทิศทาง คนโดดเด่นทางด้านนี้มีทั้งสายศิลป์และสายวิทย์ มักเป็นนักประดิษฐ์  วิศวกร  ส่วนผู้ถนัดด้านสายศิลป์ก็มักเป็นศิลปินในแขนงต่างเช่น จิตรกร  วาดรูประบายสี  เขียนการ์ตูน นักปั้น  นักออกแบบช่างภาพหรือสถาปนิก

4.      ปัญญาทางด้านร่างกายและเคลื่อนไหว คือความสามารถในการควบคุมและแสดงออกซึ่งความคิดและความรู้สึกโดยใช้อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย รวมถึงความสามารถในการใช้มือประดิษฐ์  ความคล่องแคล่ว  ความเข็งแรง  ความรวดเร็ว  ความยืดหยุ่น  ความปราณีตและความไวทางประสาทสัมผัสสำหรับผู้มีความโดดเด่นทางด้านนี้ มักเป็น นักกีฬาหรือไม่ก็ศิลปินในแขนงนักแสดง  นักฟ้อน  นักเต้น  นักบัลเลต์  หรือนักแสดงกายกรรม

5.    ปัญญาทางด้านดนตรี คือ ความสามารถในการซึมซับและการเข้าถึงสุนทรียภาพทางด้านดนตรีทั้งการได้ยิน  การรับรู้  การจดจำ  การแต่งเพลง  สามารถจดจำจังหวะ ทำนองและโครงสร้างทางดนตรีได้ดีถ่ายทอดโดยการฮัมเพลงและเคาะจังหวะเล่นดนตรีและร้องเพลงสำหรับผู้มีปัญญาด้านนี้โดดเด่น มักเป็นนักดนตรี   นักประพันธ์เพลงหรือนักร้อง

6.    ปัญญาทางด้านมนุษยสัมพันธ์ คือความสามารถเข้าใจผู้อื่น   ทางด้านความรู้สึกนึกคิด  อารมณ์และเจตนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน มีความไวในการสังเกต สีหน้าท่าทาง  น้ำเสียง  สามารถตอบสนองได้อย่างเหมาะสมสร้างมิตรภาพได้ง่าย  เจรจาต่อรอง  ลดความขัดแย้ง สามารถจูงใจผู้อื่นได้ดี เป็นปัญญาที่จำเป็นต้องมีอยู่ในทุกคน สำหรับผู้มีปัญญาทางด้านนี้มักเป็น ครูอาจารย์  ผู้ให้คำปรึกษา นักการทูต เซลส์แมน  พนักงานขายตรง  พนักงานต้อนรับ   ประชาสัมพันธ์  นักการเมือง หรือนักธุรกิจ

7.    ปัญญาทางด้านเข้าใจตนเอง คือความสามารถในการรู้จักตระหนักตนเองสามารถเท่าทันตนเอง  ควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมตามกาลเทศะและสถานการณ์ รู้ว่าเมื่อไรควรเผชิญเมื่อไรควรหลีกเลี่ยงเมื่อไรต้องขอความช่วยเหลือ มักเป็นนักคิด  นักปรัชญา  นักวิจัย

8.    ปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา คือความสามารถในการรู้จัก และเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง มีความสามารถในการจัดจำแนก มักเป็นนักธรณีวิทยา  นักวิทยาศาสตร์  นักวิจัย   นักสำรวจธรรมชาติ

       เพื่อให้เป็นประสิทธิภาพสูงสุดโดยเน้นความสำคัญในสองทางเรื่องดังนี้

1.      แต่ละคนควรได้รับการส่งเสริมให้ใช้ปัญญาด้านที่ถนัดเป็นเครื่องสำคัญในการเรียนรู้

2.      ในการจัดกิจกรรมส่งเสริม  เรียนรู้  ควรมีรูปแบบที่หลากหลายให้สอดคล้องกับปัญญาที่มีอยู่หลายด้าน

ดังนั้น ควรวิเคราะห์ปัญญาของแต่ละคนหรือปัญญาของเราเองว่าเก่งทางด้านใด จะสามารถเดินได้ถูกทางและพัฒนาเยาวชนได้ถูกต้อง

บทความพิเศษ โดยนายแพทย์ ทวีศักดิ์  สิริรัตน์เรขา จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น