ผู้ที่ศึกษาน้อยบ้าง มากบ้าง หรือ ยังไม่ได้ศึกษาเลยก็ตาม อาจมีมุมมองเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่ต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม อยากให้ท่านศึกษาให้ดี และเลือกแหล่งศึกษาจากต้นตอที่มาจากพระไตรปิฎกจริงๆ เพื่อให้แน่ใจว่าแนวคิดเป็นพุทธศาสนาจริงๆครับ มาถึงคำถามว่า ทำไมต้องพุทธศาสนา...?

ศาสนาพุทธ มีทั้งความเหมือนและต่างจากศาสนาอื่นๆ
จุดหนึ่ง ก็คือ เป็นศาสนาที่เป็น อเทวนิยม หรือ ไม่มีพระเจ้า นั่นเอง ท่านเคยสงสัยแบบนี้บ้างมั้ยครับ

คนเรามีจุดเริ่มต้นมาอย่างไร ?
โลกเรามีจุดเริ่มต้นที่ไหน? และจะสิ้นสุดอย่างไร? ฯลฯ

สำหรับศาสนาที่มีพระเจ้า จะตอบได้ว่า "พระเจ้าเป็นผู้สร้าง"
แล้วศาสนาพุทธ จะตอบอย่างไรล่ะ ?

สำหรับคำถามเหล่านี้ จริงๆแล้ว พระพุทธเจ้าได้ทรงตอบไว้เรียบร้อยแล้ว

"ถึงบุคคลผู้ใดจะกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคยังไม่ทรงพยากรณ์(ตอบปัญหา) แก่เราว่า "โลกเที่ยงหรือโลกไม่เที่ยง โลกมีที่สุดหรือโลกไม่มีที่สุด ชีวะอันนั้น สรีระอันนั้น หรือชีวะก็อย่าง สรีระก็อย่าง สัตว์หลังจากตายมีอยู่ หรือไม่มีอยู่ สัตว์หลังจากตายจะว่ามีอยู่ก็ใช่ ไม่มีอยู่ก็ใช่ หรือว่าสัตว์หลังจากตาย จะว่ามีอยู่ก็ไม่ใช่ ไม่มีอยู่ก็ไม่ใช่" ดังนี้ ตราบใด เราก็จะไม่ครองชีวิตประเสริฐ(พรหมจรรย์) ในพระผู้มีพระภาคตราบนั้น ตถาคตก็จะไม่พยากรณ์ความข้อนั้นเลย และบุคคลนั้นก็คงจะตายไปเสีย(ก่อน)เป็นแน่ เปรียบเสมือน บุรุษถูกยิงด้วยลูกศรอาบยาพิษที่อาบยาไว้อย่างหนา มิตรสหาย ญาติสาโลหิตของเขา ไปหาศัลยแพทย์ผู้ชำนาญมาผ่า บุรุษผู้ต้องศรนั้นพึงกล่าวว่า "ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังไม่รู้จักคนที่ยิงข้าพเจ้าว่าเป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ หรือเป็นศูทร มีชื่อว่าอย่างนี้ มีโครตว่าอย่างนี้ ร่างสูง เตี้ย หรือปานกลาง ดำ ขาว หรือคล้ำ อยู่บ้านนิคม หรือนครโน้น ข้าพเจ้าจะยังไม่ยอมให้เอาลูกศรออกตราบนั้น ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าธนุที่ใช้ยิงข้าพเจ้านั้น เป็นชนิดมีแล่งหรือชนิดเป็นเกาทัณฑ์ สายที่ใจยิงนั้นทำด้วยปอ ด้วยผิวไม้ไผ่ ด้วยเอ็น ด้วยป่าน หรือด้วยเยื่อไม้ ลูกธนูที่ใช้ยิงนั้น ทำด้วยไม้เกิดเอง หรือไม้ปลูก หางเกาทัณฑ์ เขาเสียบด้วยขนปีกแร้ง หรือนกตะกรุม หรือเหยี่ยว หรือนกยูง หรือนกสิถิลหนุ เกาทัณฑ์นั้นเขาพันด้วยเอ็นวัว เอ็นควาย เอ็นค่าง หรือเอ็นลิง ลูกธนูที่ใช้ยิงเรานั้นเป็นชนิดไร ข้าพเจ้าจะไม่ยอมให้เอาลูกศรออกตราบนั้น" บุรุษนั้นยังไม่ทันรู้ความที่ว่านั้นเลย ก็จะต้องตายไปเสียโดยแน่แท้ ฉันใด...บุคคลนั้น ก็ฉันนั้น"

"แน่ะมาลุงกยบุตร เมื่อมีทิฐิว่า โลกเที่ยง แล้วจะมีการครองชีวิตประเสริฐ(ขึ้นมา)ก็หาไม่ เมื่อมีทิฐิว่า โลกไม่เที่ยง แล้วจะมีการครองชีวิตประเสริฐ(ขึ้นมา)ก็หาไม่ เมื่อมีทิฐิว่า โลกเที่ยง หรือว่าโลกไม่เที่ยงก็ตาม ชาติก็ยังคงมีอยู่ ชราก็ยังคงมีอยู่ มรณะก็ยังคงมีอยู่  โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส ก็ยังคงมีอยู่ ซึ่ง(ความทุกข์เหล่านี้แหละ) เป็นสิ่งที่เราบัญญัติให้กำจัดเสียในปัจจุบันทีเดียว ฯลฯ"

"ฉะนั้น เธอทั้งหลาย จงจำปัญหาที่เราไม่พยากรณ์ ว่าเป็นปัญหาที่ไม่พยากรณ์และจงจำปัญหาที่เราพยากรณ์ ว่าเป็นปัญหาที่พยากรณ์เถิด อะไรเล่าที่เราไม่พยากรณ์(คือ) ทิฐิว่า โลกเที่ยง โลกไม่เที่ยง ฯลฯ เพราะเหตุไรเราจึงไม่พยากรณ์ เพราะข้อนั้น ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นหลักเบื้องต้นแห่งชีวิตประเสริฐ ไม่เป็นไปเพื่อนิพพิทา เพื่อวิราคะ เพื่อนิโรธ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อนิพพาน อะไรเล่าที่เราพยากรณ์(คือ) ข้อว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เพราะเหตุใดเราจึงพยากรณ์ เพราะประกอบด้วยประโยชน์ เป็นหลักเบื้องต้นแห่งชีวิตประเสริฐ เป็นไปเพื่อนิพพิทา เพื่อวิราคะ เพื่อนิโรธ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน" (ม.ม.13/ข้อ 150-152/หน้า147-153 อ้างใน พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต), 2545)

สรุปความสั้นๆ ก็คือ
คำถามที่เป็นอภิปรัชญาต่างๆ เช่น โลกมาจากไหน มีจุดจบอย่างไร ฯลฯ ถึงแม้จะได้คำตอบไปก็ไม่ได้ทำให้ท่านผู้นั้นลงมือปฏิบัติ เพราะ ท่านก็ยังต้องสงสัยต่อไปอยู่ดีว่า คำตอบที่ได้รับนั้นจริงหรือ ฯลฯ สุดท้ายเมื่อท่านไม่ได้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้แก้ทุกข์ที่เกิดขึ้นกับท่านขณะปัจจุบัน และไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

เปรียบเสมือนผู้ต้องศร หรือเกิดทุกข์ขึ้น แต่มัวแต่จะไปหาว่าใครเป็นผู้ยิงท่าน ผู้ยิงมีลักษณะเช่นไร ศรทำจากอะไร ฯลฯ ท่านคงจะตายเสียก่อนจะรู้เป็นแน่ แต่หากท่านสามารถเอาศรออกได้ แผลหายดีแล้ว ท่านค่อยไปตามหาว่าใครเป็นผู้ยิง จะไม่ดีกว่าหรือ ? และสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น คือการเอาศรออกและการรักษาแผลนั้นเอง ซึ่งก็คือ อริยสัจ4

ดังนั้น ถ้าท่านได้ศึกษาพุทธศาสนา ท่านจะทราบว่าเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ หรือลงมือกระทำ เพื่อพ้นจากความทุกข์

ผมเคยได้ยิน ผู้ที่บอกว่าจริงๆแล้วตนมิได้นับถือศาสนาใดเลย แต่เชื่อในการกระทำของตัวเอง อยากให้ท่านศึกษาพุทธศาสนาดูจริงๆสักหน่อยครับ เพราะการเชื่อในการกระทำ ก็คือเชื่อเรื่องเหตุและผลนี่แหละครับ คือ พุทธศาสนา และอย่าเพิ่งปฏิเสธหรือยอมรับครับ ลองดูก่อน ว่าเกื้อกูลกับชีวิตมั้ย :)
 

อ้างอิง:

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต), (2545), พุทธธรรม, บริษัท สหธรรมิก จำกัด, หน้า894