ผมแทบไม่เชื่อสายตา ครับ...ที่เห็นคุณลุงอายุ ๗๐ ปี นั่งลงกับพื้นแล้วกราบผมที่ตัก แล้วบอกว่า ผมมากราบขอบพระคุณ คุณหมอมากๆ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ในวันนั้น ผมไม่มีอะไรมาตอบแทนได้นอกจากอยากจะขอทำในสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรจะทำ”...

 

ระหว่างนี้แม่ต้อยมีหน้าที่อ่านเอาเรื่องทุกๆวัน แม่ต้อยหมายความว่า อ่าน แล้วต้องมีเรื่องราว มีประเด็น ที่จะสะท้อนให้เห็นภาพรวมของโรงพยาบาลในการพัฒนาคุณภาพจริงๆ เพื่อนำมาอภิปรายและพิจารณาเป็นรายโรงพยาบาล ในการเข้ารับประกาศนียบัตรโรงพยาบาลคุณภาพในเร็วๆนี้

       ระหว่างพักการอ่าน เอาเรื่อง แม่ต้อยก็ยังนึกถึงเรื่องราวที่เคยได้รับฟัง ได้สัมผัสจากการออกไปเยี่ยมน้องๆที่ทำงานต่างจังหวัด....

คิดอยู่เสมอว่า เรื่องเล่าที่ดีดี สามารถสร้างความเข้าใจในแง่มุมชีวิตของมนุษย์ ได้เรียนรู้ คุณค่าของใครสักคนหนึ่งที่เกิดมาในโลกนี้ แม้ว่าจะเป็นเพียงคนเล็กๆ คนหนึ่งก็ตาม เป็นศิลปะชั้นยอดของการอยู่ร่วมกันและการใช้ชีวิตร่วมกันของพวกเรา

อย่างเช่น เรื่องเล่าของหมอคนหนึ่ง ที่นั่งคุยกับแม่ต้อยถึงเรื่องราวการทำงานของคุณหมอ ตั้งแต่เกิด และโตศึกษาในระดับมัธยม และจนจบแพทย์ศาสตร์บัณทิต  ชีวิตของคุณหมอ วนเวียนทำงานในพื้นที่บ้านเกิดในแถวภาค อิสาณ ทำงานในโรงพยาบาลชุมชน และไม่เคยคิดย้ายไปทำงานที่อื่นที่ดีกว่า

คุณหมอเล่าว่าการทำงานในโรงพยาบาลชุมชนบ้านนอกนั้น เป็นการทำงานท่ามกลางความขาดแคลนทุกด้านเลยทีเดียว เราต้องพยายามทำทุกวิธีที่จะให้คนไข้ที่มาหาได้รับบริการที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น

วันหนึ่ง มีคนไข้คนหนึ่งอายุประมาณ ๗๐ ปีมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการหอบมากหายใจไม่สะดวก น่าจะเป็นอาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอย่างรุนแรง   อาการของคุณลุงน่าวิตกมาก และจากการประเมินไม่สามารถรักษาได้ที่โรงพยาบาลชุมชน คุณหมอจึงได้การรักษาเบื้องต้นอย่างเต็มที่ พร้อมกับนำส่งโรงพยาบาลในระดับสูงด้วยตนเอง ตลอดเวลาคุณหมอช่วยใส่เครื่องช่วยหายใจให้คนไข้ และประเมินอาการตลอดเวลา พร้อมกับ ติดต่อรพ.ที่จะนำคนไข้ไปรักษาต่อด้วย แต่ละวินาที ..ต่อวินาที คือความอยู่รอดของคนไข้ที่มีอายุ ๗๐ ปีคนนั้น

เรื่องราวคงไม่มีอะไรที่ประทับใจหากไม่มี สิ่งที่คุณหมอจะเล่าต่อไป...

เมื่อคนไข้ปลอดภัย ผมก็ขับรถกลับบ้าน ด้วยความ ปิติ และรู้สึกโล่งใจที่คนไข้ปลอดภัย สิ่งที่เหลือคือเมื่อคนไข้มีอาการปกติแล้วจะประสานมารับการดูแลต่อที่โรงพยาบาลต่อไป

เมื่อคนไข้มีอาการดีขึ้น จึงประสานการรักษาต่อเนื่องจากโรงพยาบาลจังหวัดมาที่รพ.ชุมชน

เมื่อถึงวันนัด คุณลุงคนนั้นก็มาที่รพ.ด้วยอาการที่ปกติ นั่งรอคุณหมอพร้อมกับคนไข้คนอื่นๆ อีกจำนวนมากมายซึ่งเป็นเรื่องปกติของโรงพยาบาลทุกแห่ง

แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือเมื่อคุณพยาบาลเรียกชื่อคุณลุง เพื่อเข้ามาพบหมอ...คุณลุงปฏิเสธอย่างแผ่วเบา ด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า รอก่อนครับ

คุณลุงยืนยันที่จะรอก่อนตามที่ได้บอกกับทุกคน  จนกระทั่งคุณหมอตรวจ และพุดคุยกับคนไข้คนอื่นๆจนหมด จึงยอมเข้าไปหาคุณหมอในห้องตรวจ..

ผมแทบไม่เชื่อสายตา ครับ...ที่เห็นคุณลุงอายุ ๗๐ ปี นั่งลงกับพื้นแล้วกราบผมที่ตัก แล้วบอกว่า ผมมากราบขอบพระคุณ คุณหมอมากๆ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ในวันนั้น ผมไม่มีอะไรมาตอบแทนได้นอกจากอยากจะขอทำในสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรจะทำ...

ผมแทบที่จะทรุดตัวลงรับคุณลุงขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ไม่ทัน .. คุณลุงอายุมากพอๆกับคุณพ่อของผมหรืออาจจะมากกว่า....

แม่ต้อยสังเกตเห็นแววตาอันอ่อนโยนของคุณหมอเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ เห็นรื้นน้ำตาบางๆของลุกผู้ชายคนหนึ่งที่อาสามาทำงานในที่ทุรกันดาร  เห็นความภาคภูมิใจที่ปรากฏในน้ำเสียงที่เล่าอย่างแผ่วเบา

และแม่ต้อยแน่ใจว่า ยังได้เห็นความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อคนไข้ของคุณหมอต่อไปอย่างชัดเจน

รอก่อนครับ  ของคุณลุง จึงเป็นการรอก่อน ที่มีความ หมายเพื่อที่ จะตอบแทน คนคนหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่อย่างแท้จริงของความเป็นแพทย์ เป็นการรอ เพื่อขอตอบแทนในสิ่งที่มีความหมายยิ่งกว่าเกียรติยศ เงิน หรือคำชื่นชมอื่นใด

บรรยากาศง่ายๆของการคุยกันคะ คุณหมอเจ้าของเรื่องนี้เป็นคนหนึ่งในภาพนี้นะคะ

ด้วยรักคะ จากแม่ต้อย