ถ้าเปรียบกับผีเสื้อตอนนี้เราคงกำลังจะเปลี่ยนจากช่วงหนอนเข้าสู่ช่วงตัวเต็มวัยอยู่ละมั้ง จากหนอนกว่าจะได้เป็นผีเสื้อที่สวยงามบินไปบินมาบนท้องฟ้าก็คงต้องผ่านช่วงเวลามากมายในชีวิต........

           

           ทำไมแกไม่เหมือนเมื่อก่อนดูไม่เหมือนเดิมเลย? (มีเพื่อนถามตอนไปเยี่ยมลูกมันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา) งานเลี้ยงเป็นไงบ้างดูแกไม่ค่อยพูด ดูไม่สนุกเลย ? (มีเพื่อนคนนึงถามตอนนัดเลี้ยงปีใหม่ที่ผ่านมา)


เป็นคำถามที่ช่วงนี้เจอบ่อยครั้งเวลาไปไหนมาไหนกับเพื่อนๆ ทำให้ต้องมานั่งนึกดูว่า เอ! นี่เราไม่เหมือนเดิมจากสมัยก่อนจริง ๆ รึเปล่า ก็พบคำตอบว่ามันอาจจะเป็นอย่างนั้น เราอาจจะไม่เหมือนเมื่อก่อนจริงๆ ดูขรึมขึ้นพูดน้อยลง ยิ้มแทนการตอบคำถามบ้างในบางครั้ง ฯลฯ ก็ทำให้นึกขำๆ ว่าบางคนที่เจอเราอาจจะนึกว่าเราแกล้งทำขรึมหรือทำพูดน้อยหรือเปล่า หรือมันมีปัญหาอะไรรึเปล่า คงจะมีคนนึกแบบนี้อยู่บ้างล่ะเราว่า แล้วอะไรล่ะที่ทำให้เราเป็นแบบนี้เราเฝ้านึกหาคำตอบให้กับตัวเอง คำตอบที่ได้ก็คืออาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาและอายุที่มากขึ้นก็ได้ ถ้าเปรียบกับผีเสื้อตอนนี้เราคงกำลังจะเปลี่ยนจากช่วงหนอนเข้าสู่ช่วงตัวเต็มวัยอยู่ละมั้ง จากหนอนกว่าจะได้เป็นผีเสื้อที่สวยงามบินไปบินมาบนท้องฟ้าก็คงต้องผ่านช่วงเวลามากมายในชีวิต จาก Egg เป็น Larva เป็น Pupa และ Adult ในที่สุด ชีวิตคนเราก็คงเหมือนกันต้องผ่านช่วงเวลามากมาย ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตมันทำให้เรากลายเป็นคนแบบนี้ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นรึเปล่า

            จากเมื่อก่อนเวลาที่มีปัญหาเราจะเหมือนเด็กวิ่งไปหาใครคนไหนก็ได้ที่คิดออก ณ เวลานั้นแล้วก็เม้าส์เม้าส์และเม้าส์..... แล้วก็จบสบายใจ ร่าเริงเม้าส์เรื่องนั้นเรื่องนี้ได้ทุกเรื่องสนุกสนานไม่คิดอะไรมาก แต่ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาจากสิ่งที่เราระบายออกไปมันกลับมาทำร้ายตัวเราเองอย่างคาดไม่ถึง มันเป็นประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดและคงจะเป็นบทเรียนไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว หลังจากเรื่องนั้นผ่านไปเรากลายเป็นคนที่คิดทุกอย่างที่พูดออกไป ทุกคำที่พูดออกไปจะต้องแวะผ่านสมองน้อยๆ ของเราก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มันสามารถกลับมาทำร้ายเราได้อีกเหมือนที่ผ่านมา นี่ละมั้งเป็นเหตุผลที่เราพอจะคิดออกว่าทำไมเราถึงดูไม่เหมือนเดิมพูดน้อยลงหรือขรึมขึ้นกว่าเดิม ถ้ามองในแง่ดีเรากำลังเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ในขณะเดียวกันถ้ามองในแง่ร้ายเราก็อาจจะกำลังเป็นคนที่เก็บกดมากขึ้นเช่นเดียวกัน แต่จากคำกล่าวที่ว่า ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่คิด แต่ให้คิดทุกอย่างที่พูด คำพูดทุกคำเราเอากลับคืนมาไม่ได้ มันอาจช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เรากำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ได้ คำถามที่เราถามตัวเองอยู่บ่อยครั้งว่าเมื่อเราไม่สามารถจะปรึกษาใครได้เหมือนเดิมอีกแล้ว แล้วเมื่อเวลาที่เราเกิดปัญหาขึ้นจะทำยังไงดีล่ะ วิธีที่พอจะคิดออกก็คือการอ่านหนังสือ  หนังสือจะช่วยให้คำตอบกับเราและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในเวลาที่มีปัญหา หนังสือจะช่วยเราแก้ไขปัญหาได้อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และชัดเจนที่สุด ขอเพียงแต่ว่าเราหาหนังสือเล่มนั้นที่จะช่วยตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหาให้กับเราได้ให้เจอก็พอ อยากขอบคุณเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ช่วยให้เราแกร่งขึ้น ทำให้เราต้องต่อสู้ทั้งๆ ที่ไม่อยากต่อสู้เพื่อข้ามผ่านปัญหาเหล่านั้นไปให้ได้


*******************************

:) Reach for the Star