จำได้ว่า สมัยเรียนหนังสือ คุณครูให้เขียนเรียงความ เรื่องชีวิต ความใฝ่ฝัน หรือประสบการณ์ใดๆก็ตาม ผู้เขียนชอบลงท้ายหัวข้อว่า....ของข้าพเจ้า ดูมีความเป็นส่วนตัว เฉพาะตน และยิ่งใหญ่สำคัญจริง

  วันนี้ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในปีนี้ แต่เมื่อปีที่แล้ว เดือนมีนาคม มีความสำคัญ ต่อชีวิตผู้เขียนมากทีเดียว เพราะเป็นเดือนแห่งการเดินทางไปเป็นอาสาสมัคร ที่วัดไทยกุสินาราคลินิก เป็นครั้งแรก และคนแรกของประเทศไทย ที่ไปทำงานด้านนี้

   ถือว่าเป็นเส้นทางสายใหม่ ที่ได้มีโอกาสเดินไป

     ครั้งแรกที่ตัดสินใจไปเป็นอาสาสมัครนั้น เกิดเพราะคุณพลเดช วรฉัตร ขณะนั้น เป็นอัครราชทูตไทย ประจำกรุงนิวเดลี ท่านได้ไปบวช และ ได้นำความคิด ที่อยากให้คนไทย ไปเป็นอาสาสมัคร ช่วยงานวัดไทยที่กุสินารามาแจ้งใน Gotoknow เป็นเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ ผู้เขียนสนในมากๆ และอยากจะได้มีโอกาสไปทำงานอย่างนั้น จนวันหนึ่งท่านพลเดช ก็ได้ให้คุณพ่อสกล คุณแม่เพียรวิชญ์ พลเดช พาผู้เขียนไปกราบ พระราชรัตนรังษี ประธานสงฆ์วัดไทยกุสินารา ซึ่งเดินทางกลับมาประเทศไทย

  การไปกราบครั้งนั้น ดูท่านพระราชฯ ก็ไม่ได้เชื่อถือความตั้งใจของผู้เขียนสักเท่าไหร่ ท่านบอกว่า มีคนหลายคนมาบอกแบบนี้ แล้วสุดท้ายก็ไม่ไป หรือบางทีไปถึงยังไม่ทันจะอยู่ ก็หาวันกลับแล้ว อินเดียไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่ารื่นรมย์ แต่เป็นสถานศึกษาของจิตวิญญาณคน ท่านบอกว่า ให้หาวันลาไปลองดู ว่าจะอยู่ได้หรือไม่ ท่านไม่ได้ตื่นเต้นที่จะมีอาสาสมัครไปช่วย หรือแสดงความชื่นชมอะไร เพราะท่านคงคิดในใจว่า ก็แค่คนอยากไปเที่ยวอินเดียเสียมากกว่า เมื่อไปถึง ก็คงลืมความตั้งใจ ที่จะอยู่ให้นาน เพื่อช่วยงานวัด

  วันนั้นผู้เขียนกราบลาท่าน กลับมาด้วยใจที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ท้อแท้หมดหวัง กลับยิ่งอยากรู้ อยากเห็น ว่าทำไมคนจึงไม่อยากอยู่ที่อินเดีย ก็ในเมื่อพระราชฯท่านรับรองว่า อินเดียเป็นสถานศึกษาทางจิตได้จริง ทำไมคนจึงยังไม่สนใจอีก และที่สุด ก็คืออยากให้ความตั้งใจนี้ สำเร็จตามที่ปรารถนาไว้

   แล้วเรื่องราวการเดินทาง ไปเป็นอาสามัคร ที่วัดไทยกุสินารา ก็เริ่มถูกวางแผนขึ้นในใจของผู้เขียน ระหว่างนั้น ทำให้ได้มีโอกาสพบปะผู้คนมากมายเหมือน จิ๊กซอร์ ที่มาต่อแผนที่เดินทางให้ จนถึงเป้าหมาย

 ดังนั้น เพื่อระลึกถึงบุคคลที่ล้วนมีความสำคัญต่อ"การเดินทางสายใหม่ของข้าพเจ้า" จึงจะได้บันทึกถึงบุคคลเหล่านั้นไว้ เพื่อเตือนความจำ และจะเล่าสู่กันฟัง ในบันทึกต่อๆไป

     ไม่มีการเดินทางบนเส้นทางไหน ที่จะไม่พบคำว่า

อบอุ่น

และ

 เปล่าเปลี่ยว

เลยค่ะ