...

ภาพเด็กๆ นักเรียนเดินทางไปโรงเรียนผ่านเขตกรุงกบิลพัสดุ์ เนปาล (มีนาคม 2550)

  • ชาวเนปาลมีนิสัยใจคอคล้ายคนไทยทั้งๆ ที่อยู่ไกลแสนไกล เช่น ค่อนข้างยิ้มแย้มแจ่มใส รักสงบ (ขณะเดียวกันก็เป็นชาตินักรบ ดังปรากฏชื่อเสียงทหารกูรข่าที่รับจ้างเป็นแนวหน้าในแทบทุกสมรภูมิ) ฯลฯ
  • ถ้าการเมืองของเนปาล "นิ่ง" เมื่อไหร่... ธุรกิจการท่องเที่ยวเนปาลจะก้าวไปอีกไกล โดยเฉพาะทัวร์ "เดินชายขอบเอเวอเรสท์ (trekking)" เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก

...

พวกเราอาจจะคิดว่า การปรับเปลี่ยนโรงเรียนให้เด็กเรียนดีต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมือไฮเทค หรือต้องลงทุนอะไรต่อมิอะไรมากมาย 

ทว่า... การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า เด็กๆ จะเรียนดีขึ้นได้ด้วยมาตรการง่ายๆ ดังต่อไปนี้

...

(1). มีช่วงพักระหว่างคาบเรียน

  • ท่านรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงโรมินา เอ็ม. บาร์รอส และคณะ แห่งวิทยาลัยแพทย์อัลเบิร์ท ไอน์สไตน์ สหรัฐฯ ทำการศึกษาในเด็กอายุ 8-9 ขวบ 11,000 คน
  • ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนที่มีช่วงพัก (Recess time) 15 นาทีต่อวันมีพฤติกรรมดีกว่านักเรียนที่ไม่มีช่วงพัก หรือมีช่วงพักน้อยกว่า 15 นาที

(2). ทำให้เด็กแข็งแรงขึ้น

  • คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นกลาง 1,800 คน
  • ผลการศึกษาพบว่า เด็กที่ฟิต (physical fitness = สมรรถภาพทางกายดี ไม่ใช่เล่นกีฬาเก่ง) กว่ามีแนวโน้มจะทำคะแนนได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ฟิต โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ออกกำลังในช่วงพัก หรือออกกำลังในโรงยิม (คนเราแข็งแรงจากการออกแรง-ออกกำลัง ไม่ใช่จากอาหารบำรุง)

(3). เดินหรือเล่นใน "พื้นที่สีเขียว"

  • การศึกษากลุ่มตัวอย่างเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น (attention deficit hyperactivity disorder / ADHD) พบว่า การให้เด็กๆ มีโอกาสเดินในสวนหรือป่าช่วยให้อาการดีขึ้น
  • การศึกษาอื่นๆ พบว่า เด็กที่ไม่เป็นโรคสมาธิสั้นก็ได้รับประโยชน์จาก "พื้นที่สีเขียว" เช่น สนามหญ้า ฯลฯ ในโรงเรียนหรือละแวกบ้านจะมีสมาธิในการเล่าเรียนดีขึ้นเช่นกัน

...

 > [ FreeFoto ]  

การศึกษาทำในหนูทดลองพบว่า หนูที่ไม่ยอมเล่นกับเพื่อนๆ ในวัยเด็กจะโตไปเป็น "หนูเข้าสังคมไม่เป็น" โดยจะปรับตัวเข้ากับการจัดลำดับชั้น (ใครใหญ่กว่าเล็กกว่า - rat heirarchy) หรือ "ศักดินา" ในสังคมน้องหนูไม่ค่อยได้ ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ จะโตขึ้นเป็นหนูที่ไร้คู่ หาแฟนไม่ค่อยได้ และไม่มีโอกาสพบรัก

การส่งเสริมให้เด็กๆ มีเวลาพักระหว่างคาบ ได้เล่นอะไรๆ กัน เรียนรู้อะไรๆ ซึ่งกันและกันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คนไทยรุ่นใหม่แข็งแกร่งพอที่จะแข่งกับนานาชาติได้ต่อไป

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

... 

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา                       

หัวข้อเรื่องต้นฉบับวันนี้คือ 'The 3 R's? A Fourth is crucial too: Recess' แปลว่า "3 อาร์(R)? อาร์ตัวที่ 4 ก็สำคัญมาก (crucial = very import) เช่นกัน: รีเซสส์ (Recess = ช่วงพัก)?" 

อาจารย์หมอบาร์รอสให้ความเห็นในเรื่องว่า 'Recess should be part of the curriculum.' แปลว่า "ช่วงพักควรเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร(ได้รับความสำคัญ)"

  • 'recess' > [ รี้ - เสส - ส(s) ] > [ Click ] , [ Click ] , [ Click ]
  • 'recess' > noun = break = ช่วงหยุดพัก ส่วน(บริเวณ)ที่จัดไว้สำหรับการพักผ่อน

...

  • ตัวอย่าง > We say 'break' in British English and say 'recess' in American English.
  • แปลว่า > เราพูดคำ "เบรค" ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ และพูดคำ "รีเซสส์" ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน

...

[ FreeFoto ]

...

ขอให้ย้ำเสียงหนัก (accent) ตรงเสียงตัวอักษรหนา (ขีดเส้นใต้) เสียงอื่นๆ พูดให้เบาลง ส่วนตัวเสียงที่ใช้อักษรเอียงให้พูดเบาๆ คล้ายเสียงกระซิบ

พยายามอย่าพูดภาษาอังกฤษโดยไม่ย้ำเสียง (ไม่มี accent) เพราะฝรั่งฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ

...

 

ที่มา                                                       

  • Thank nytimes > Tara Parker-Pope. The 3 R's? A Fourth is crucial too: Recess > [ Click ] > 23 February 2009. / Source > J Pediatrics. Feb. 2009. School Health. Jan. 2009. J Attention Disorders. Aug.2008.
  • ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 28 กุมภาพันธ์ 2552.