การจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา

การจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพการศึกษา

การจัดการความรู้เป็นการสร้างเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในองค์กร เช่น วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดเทคนิคใหม่ ๆ หรืออะไรก็ตามที่บุคคลในองค์กรอาจคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ดังนั้น ในการจัดการความรู้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างบุคลากรภายในองค์กร  

การจัดการความรู้กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญคือ เป็นการดึงเอาความรู้ที่กระจัดกระจาย ฝังอยู่ทั่วไปภายในสถานศึกษา  ออกมารวบรวม และแบ่งกลุ่ม จัดเก็บให้เป็นองค์ความรู้ขององค์สถานศึกษา  เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคนในสถานศึกษาให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้  และนำไปสู่ องค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไป 

จากสภาพปัญหา ที่ครูและบุคลากรของสถานศึกษาไม่มีความรู้ในเรื่องการประกันคุณภาพ  สามารถดำเนินการจัดการความรู้ เรื่อง การประกันคุณภาพให้เกิดประโยชน์ต่อสถานศึกษาได้ดังนี้

1.       กำหนดวัตถุประสงค์ของการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพ

2.       จัดทำ Flowchart ระบบ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ๆ ที่ครอบคลุมภาระงานครอบถ้วน

3.       กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงานในแต่ละตอน

4.     จัดทำตารางการวิเคราะห์ระบบที่มีความสอดคล้องกันตลอดแนว  โดยการนำขั้นตอนในแต่ละขั้นตอน จาก  Flowchart ระบบ มาเขียนวิธีการปฏิบัติที่เกิดขึ้นก่อนหลังตามลำดับ เขียนตัวชี้วัดที่เกิดขึ้นจากวิธีปฏิบัตินั้น ๆ กำหนดแบบบันทึกจากการทำงานในแต่ละขั้น

5.       จัดทำแบบบันทึกต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในตารางวิเคราะห์ระบบการประกันคุณภาพ

6.       เขียนบทบาทหน้าที่ปฏิบัติตามระบบการประกันคุณภาพ

7.       จัดทำเป็นเอกสารคู่มือระบบการประกันคุณภาพ

8.       นำคู่มือระบบไปประชุมชี้แจงให้ผู้ร่วมงานและผู้เกี่ยวข้องรับรู้ รับทราบ ทำความเข้าใจเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง

9.       นำคู่มือระบบไปสู่การปฏิบัติจริง

10.    ติดตาม นิเทศ ช่วยเหลือ

11.   ประชุม ประเมินคุณภาพของคู่มือระบบการประกันคุณภาพ ทำการปรับปรุงและพัฒนาคู่มือระบบการประกันคุณภาพให้มีความเหมาะสม นำไปใช้ได้ง่าย

 

ประโยชน์ที่ได้จากการประกันคุณภาพการศึกษา

1.       ผู้เรียนและผู้ปกครองมีหลักประกันและความมั่นใจว่าสถานศึกษาจะจัดการศึกษา

ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

2.                ครูได้ทำงานอย่างมืออาชีพ มีการทำงานที่เป็นระบบ โปร่งใส มีความรับผิดชอบที่

ตรวจสอบได้ มีประสิทธิภาพ และเน้นคุณภาพ ได้พัฒนาตนเองและผู้เรียนอย่างต่อเนื่องทำให้เป็น ที่ยอมรับของผู้ปกครองและชุมชน

3.       ผู้บริหารได้ใช้ภาวะผู้นำและความรู้ ความสามารถในการบริหารงานอย่างเป็นระบบ

และมีความโปร่งใส เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับและนิยมชมชอบของ

ผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

4.                กรรมการสถานศึกษาได้ทำงานตามบทบาทหน้าที่อย่างเหมาะสม เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ 

และมีส่วนพัฒนาสถานศึกษาและคุณภาพทางการศึกษาให้แก่เยาวชนและชุมชนร่วมกับผู้บริหารและครู สมควรที่ได้รับความไว้วางใจให้มาเป็นกรรมการสถานศึกษา

5.       หน่วยงานที่กำกับดูแล ได้สถานศึกษาที่มีคุณภาพและศักยภาพในการพัฒนาตนเอง

 ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระในการกำกับ ดูแลสถานศึกษา และก่อให้เกิดความมั่นใจในคุณภาพทางการศึกษาและคุณภาพของสถานศึกษา

6.       ชุมชนและสังคมประเทศชาติ ได้เยาวชนและคนที่ดี มีคุณภาพและศักยภาพที่จะ

ช่วยพัฒนาองค์กร ชุมชน และสังคมประเทศชาติต่อไป

7.       ผู้รับบริการได้รับความพึงพอใจจากการให้บริการของหน่วยงาน