จงทำงานไปตามหน้าที่ และบทบาทของเราอย่างดีที่สุด

        ในการทำงานนั้นเป็นธรรมดาที่เราจะพบเห็นความขัดแย้งอยู่ทั่วไป  ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งเล็กๆ น้อย อย่าความขัดแย้งทางความคิด  ไปจนถึงความขัดแย้งที่ทะเลาะกันใหญ่โต

        เราคงจะไปห้ามใครต่อใครไม่ให้มีความขัดแย้งกันได้  แต่ประเด็นที่ผมขอนำมาบันทึกนี้  น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้พวกเราที่ทำงานในพื้นที่ควรรับรู้ไว้บ้าง  เผื่อจะได้ไม่เป็นคนที่ตกหลุมพรางของความขัดแย้งไปเสียเอง

        ที่ว่าอย่าตกหลุมพรางนั้น  หมายถึงเราอย่าได้เอาตัวของเราเองลงไปเป็นส่วนหนึ่ง หรือเลือกข้างหนึ่งข้างใดของความขัดแย้ง  ขอให้เรียนรู้และมองความขัดแย้งอย่างรู้เท่าทัน และทำความเข้าใจกับมัน ว่าเหตุที่มาเกิดจากอะไร  สถานการณ์และสิ่งที่แสดงออกเป็นอย่างไร  และเราตัวเราเองควรทำอย่างไร

        ความขัดแย้งที่ว่านั้น  ทั้งความขัดแย้งที่มีอยู่ก่อนแล้วในองค์กร หรือหน่วยงานที่เราจะลงไปทำงานนั้นเป็นประเด็นแรก  และประเด็นที่สองความขัดแย้งในพื้นที่ที่เราลงไปทำงาน

        จุดแรกคงต้องทำใจไว้ก่อนว่าต้องมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้   หากมีจะมากหรือน้อยอันนี้บอกไม่ได้   เพียงแต่เราอย่าตกหลุมพรางไปกับมัน  จงพยายามเดินทางสายกลาง  เรียนรู้และปรับตัว เพราะเราตั้งใจมาทำงานไม่ได้มาขัดแย้งกับใคร

        ประเด็นที่สองคือความขัดแย้งในพื้นที่   ข้อนี้สำคัญมาก  และสำคัญต่อผลการทำงานของเราด้วย  เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน  ผู้นำ  นักบริหารในท้องถิ่น  จะใช้ระบบการเลือกตั้ง  ลงคะแนนในการเข้ามาทำงานในชุมชน-ท้องถิ่น  ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธว่ามันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์  อำนาจและเงินทอง  บางพื้นที่ผู้นำก็อยู่กันคนละทีม-คนละฝ่าย-คนละพวก การทำงานก็จะขัดแย้งกันให้ได้เห็นบ่อยๆ  นี่ก็อาจจะต้องพบเจอ

ขอเพียงเราอย่างตกหลุมพรางของความขัดแย้งเหล่านั้น  เอียงข้างเลือกข้าง  เลือกฝ่าย    จงทำงานไปตามหน้าที่ และบทบาทของเราอย่างดีที่สุด จนสุดความสามารถ  ทำงานได้กับทุกคน-ทุกฝ่าย  เราก็จะสามารถเข้ากับทุกคนได้อย่างไม่มีปัญหา

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร. ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  27 ก.พ. 2552