“ความรู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานในโรงพยาบาล” เป็นความคิดเห็นที่ตรงกันของบุคลากรในโรงพยาลบาลท่าวังผา เมื่อได้จับเข่าเล่าเรื่อง ในวันศุกร์ยามบ่าย เกี่ยวกับ “การให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์”การที่ได้ทำงานในโรงพยาบาลมีโอกาสช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ป่วยและญาติ ผู้ด้อยโอกาส ยากจนรวมถึง เพื่อนบ้านใกล้เคียงดังเช่น คุณเยาวลักษณ์ (จนท.การเงิน) ที่อาสารับส่งเพื่อนบ้านที่ยากจนป่วยเป็นโรคโรคปอดยืดที่มีอาการกำเริบบ่อยๆ มารับการรักษาที่โรงพยาบาล เป็นความสุขที่ได้ช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน การได้ให้คำแนะนำในการกินยาที่ถูกต้อง การตรวจตามนัด แก่ผู้ป่วยใกล้บ้านวัย 86 ปี ของคุณเพ็ญทอง (จนท.ห้องยา) ที่เกิดความรู้สึกผูกพันเปรียบเสมือนพ่อของตนเองอยากให้ความช่วยเหลือ คุณศุภลักษณ์ (พยาบาล) เล่าว่า “ได้ให้การดูแลผู้ป่วยที่อยู่ข้างบ้าน รู้สึกผูกพัน ห่วงใย เสมือนญาติ ซึ่งดูแลมาหลายปี จนถึงวาระสุดท้าย ผู้ป่วยก็รู้สึกผูกพัน ถึงแม้จะป่วยหนัก ก็จะเรียกหาตลอดจนเสียชีวิต “ รู้สึกตื้นตันใจและดีใจที่ได้ช่วยเหลือมาตลอด
ขณะที่ปฏิบัติงานได้เห็นความทุกข์ยากจากอาการเจ็บไข้ เกิดความสงสาร เอื้ออาทร อยากช่วยเหลือตามกำลังที่ตนเองสามารถช่วยได้ คุณยุทธ (คนงาน) ได้เล่าความประทับใจให้ฟังว่า “มีผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์มาจากต่างจังหวัด มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลท่าวังผา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับภรรยาและลูกมาก ช่วงนั้นเป็นเวลากลางคืนเขาต้องการติดต่อกับญาติแต่ไม่สามารถโทรศัพท์ได้ คุณยุทธจึงได้ให้การช่วยเหลือในการติดต่อ ญาติที่บ้านอยู่ไกลมาก การรับบริจาคโลงศพ การฉีดยาศพ และเป็นผู้นำส่งกลับบ้านญาติ” สิ่งที่ได้รับคือการยกมือกล่าวขอบคุณทั้งน้ำตาของญาติผู้ป่วย เป็นน้ำใจที่เกิดขึ้นในสังคมของคนโรงพยาบาล เป็นความรู้สึกดีที่เกิดขึ้น ดังที่คุณจรัสศรีเล่าว่า “รู้สึกดีใจที่ได้ดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีญาติ วันหนึ่งขณะปฏิบัติงานที่แผนกผู้ป่วยใน พบผู้ป่วยสูงอายุจะไปห้องน้ำ ไม่มีญาติ จึงได้เข้าไปช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าเป็นการช่วยเหลือเล็กน้อย แต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำเช่นนั้น” การกระทำเพียงเล็กน้อยแต่มีความหมายอันยิ่งใหญ่ เป็นการสร้างความดีที่ไม่มีขีดจำกัด
คุณลุลิดา (พยาบาล) ประชาสัมพันธ์แผนกผู้ป่วยนอก รู้สึกคุ้นเคยกับการทักทายเยี่ยมผู้ป่วยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสทุกเช้า เกิดความประทับใจที่ไ ด้ให้บริการผู้ป่วยด้วยความเห็นอกเห็นใจ เอาใจใส่ มีการแนะนำขั้นตอนการรับบริการ ประเมินผู้ป่วยว่า สมควรจะไปรับบริการที่จุดใด เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย เช่นเดียวกับ คุณภานิศา (พยาบาล) ที่เกิดความประทับใจว่าผู้ป่วยรายหนึ่งเป็นขาประจำ มาโรงพยาบาลต้องขอให้ตนเองวัดความดันโลหิตให้ตลอด รู้สึกมีความสุขในการช่วยเหลือผู้ป่วย
นอกจากการปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานแล้ว ยังต้องออกชุมชนในการติดตามเยี่ยมคนพิการ ผู้ป่วยเรื้อรัง คนด้อยโอกาสในสังคม คุณบุญช่วย (พขร.) เล่าว่า “การออกชุมชนทำให้มีโอกาสเห็นสภาพความเป็นจริงที่บ้านของผู้ป่วย อยากให้การช่วยเหลือ ตนเองเคย การนำสังฆทานและนิมนต์ พระสงฆ์ไปด้วย เพื่อจะให้ผู้ป่วยถวายสังฆทาน แทนการไปวัด ทำให้ผู้ป่วยมีความสุข และดีใจมาก เห็นได้จากรอยยิ้มทั้งน้ำตาของผู้ป่วย” ความรู้สึกไม่แตกต่างจาก คุณบัวผิน (พยาบาล) ที่อาสาสมัครใจเข้าร่วมโครงการเยี่ยมบ้านคนพิการ ประสบการณ์เหล่านี้สามารถนำมาเป็นข้อคิดในชีวิตของตนเองได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็น ความรู้สึกประทับใจ ภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในสถานที่ที่ให้โอกาสในการสร้างความดี ความเอื้ออาทรแก่เพื่อนมนุษย์ เราควรจะสร้างโรงพยาบาลของเราให้เป็นโรงพยาบาลแห่งความดี มีความสุข และสร้างรอยยิ้มให้กับผู้รับบริการทุกคน

เช่นเดียวกันค่ะ
รู้สึกดีนะ
ร่วมภูมิใจด้วยครับ ^^
ติดตามผลงานด้วยความชื่นชม และมีความสุข
เป็นการให้บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์จริงๆครับ
ทำให้มองเห็นภาพที่ประทับใจ รู้สึกอบอุ่น เป็นผลงานที่น่าชื่นชมและสุขใจจริงๆใจจริงๆ
อยากให้เป็นเช่นนี้แหละครับ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายค่ะ
มารพ.แล้วพบพยาบาลหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายด้วยความเป็นกันเอง หายป่วยไปครึ่งแล้วล่ะ ขอให้รักษาความดีนี้ตลอดไปค่ะ
บรรยากาศดี หาได้ที่นี่
ดีใจด้วยค่ะ
ดีใจครับที่เห็นบุคลากรส่วนมากที่พยายามรัษาภาพพจน์องค์กรที่ให้บริการด้านรักษาพยาบาล ให้เป็นที่พึ่งของผู้ใช้บริการด้วยใจจริงและทุ่มเท
แต่น่าเสียดายในมุมหนึ่ง ที่มองเห็นและได้สัมผัสคือมีบุคลากรส่วนน้อยแต่สำคัญทำงานแบบธุรกิจนำหน้ามาก่อนไม่ว่าเหตุผลที่ยกมาอ้างอย่างไรก็แล้วแต่
เช่น ลงทุนมามากในการเรียน หรือ ต้องใช้วิชาที่เรียนมาตั้ง 5-6 ปี ให้คุ้มค่าในการประกอบธุรกิจหาเงิน
ตัวอย่าง
วันธรรมดา เช้า เปิดบริการ 06.00 น.-08.30 น.
บ่าย เปิดบริการ 17.00 น.-20.30 น.
เสาร์-อาทิตย์ 08.00 น.-17.30 น.
บุคคลากรส่วนน้อยที่สำคัญนี้ไปทำงานกี่โมงกลับกี่โมงโดยมีค่าตอบแทนต่างๆสูงสุด
เป็นกำลังใจ และชื่นชมกับทุกท่านที่ทำความดีด้วยหัวใจ นะคะ เมื่อทำดีด้วยหัวใจย่อมได้ความดีที่เป็นความเต็มอิ่มในหัวใจกลับคืนมาแน่นอน ความรู้สึก"หัวใจพองโต"จะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเราทำความดี ช่วยกันกระพือปีก เผยแพร่เรื่องราวของการทำความดีนี้ให้ขจรขจายไปทั่วฟ้าเมืองไทยกันเถอะนะคะ...แล้วเด็กๆ อนุชนคนรุ่นหลังจะได้เอาอย่าง...คนอีกส่วนหนึ่งที่แตกต่าง ก็ปล่อยเขาไป ทำใจให้เป็นอุเบกขา แล้วซักวันเขาก็จะตัวเล็กลงไปในที่สุด...เป็นกำลังใจให้เขียนเรื่องราวถ่ายทอดความร้ดีๆที่ฝังลึกอยู่ในตัวพี่ออกมาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม และชุมชนคนออนไลน์ต่อไปนะคะ...
ตามมาเยี่ยมค่ะ
ขอโทษที่มาช้า
เพราะพี่เขี้ยวงานยุ่งช่วงนี้
ได้อ่านบันทึกเล่าเรื่องนี้แล้ว
รู้สึกดีใจแทนคนเหล่านั้น
นี่คือ การบริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง
ชื่นชมๆๆๆ
สวัสดีครับ คุณน้อยหน่า ตามคุณหมอมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย) มาครับ ผมได้มีโอกาสอยู่โรงพยาบาลเกือบทั้งวันถึง 3 ครั้งแล้ว ทำให้ได้เห็นภาพที่แท้จริง ชาวโรงพยาบาลเขาทำงานด้วยความเหนื่อยยากจริงๆ หากไม่ทำงานด้วยหัวใจคงอยู่ไม่ได้ คนไข้สารพัดโรคบางคนนอนไม่กระดุกกระดิกอยู่บนเตียงคนป่วย ทั้งเด็กเล็กคนหนุ่มคนสาวและผู้เฒ่าผู้แก่ จึงต้องชื่นชมให้กำลังใจ ขอบพระคุณที่ไปเยี่ยม ขอให้โชคดีครับ
สวัสดีค่ะ คุณน้อยหน่า
เอารูปดอกไม้มาให้ค่ะ
แวะไปดูแลสุขภาพที่นี่...นะคะ
×÷•.•´¯`•)» บ้านรักษ์สุขภาพ «(•´¯`•.•÷×
สวัสดีค่ะ
แวะมาชื่นชมค่ะ
คนที่มีความสุขและภาคภูมิใจกับงานของตัวเอง ... เป็นผู้ที่มีความสุขมากที่สุดค่ะ
(^__^)
ชัดเจนดีครับ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
ผู้เสียสละเพื่อสังคม