นี่คือจินตนาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้นของผม    แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมไทย   จึงเอามา “คิดดังๆ” สู่กัน   โดยไม่รับรองว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องในบริบทไทย   และเป้าหมายที่เอามาลงบันทึกไว้ ก็เพื่อกระตุ้น “การเรียนรู้ของสังคม” (social learning) ในเรื่องระบบอุดมศึกษา

ตอนที่ ๑ 
ตอนที่ ๒
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔
ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖
ตอนที่ ๗
ตอนที่ ๘                                                                                                                                                             ตอนที่ ๙                                                                                                                                                              ตอนที่ ๑๐                                                                                                                                                             ตอนที่ ๑๑


          ในตอนที่ ๑๒ นี้ เป็นเรื่อง ปรัชญา วิธีคิด มุมมอง ในเรื่องอุดมศึกษากับสังคม   และในเรื่องวิธีกำกับแบบสร้างสรรค์   มากกว่ากำกับแบบควบคุม  

          หนังสือที่จัดพิมพ์โดย Global University Network for Innovation (GUNI)  ชื่อ Higher Education in the World 3. Higher Education : New Challenges and Emerging Roles for Human and Social Development. 2008. ช่วยให้ผมเถียงว่า เขามองบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อสังคมผิด   (อย่าลืมว่าผมนั่นแหละอาจผิดเสียเอง    แต่นี่คือวิธีทำแบบฝึกหัดของผม   คืออ่านหนังสือเพื่อกระตุ้นความคิดของตนเอง    ในการแสวงหาความเข้าใจใหม่ๆ) 

          ที่ว่าเขามองผิดเพราะผมตีความว่า เขามองบทบาทของมหาวิทยาลัยต่อสังคมแบบเอามหาวิทยาลัยเข้าไปแนบชิดกับสังคม   โดยใช้คำว่า engagement   เขาใช้คำว่า university engagement in society   ผมมองว่าถ้าเขา (และเรา) ตีความว่ามหาวิทยาลัยแสดงบทบาทต่อสังคมในลักษณะคล้ายของ ๒ ชิ้นเข้ามาแนบชิดกัน   อย่างนี้ผมว่าผิด   เพราะยังอยู่ในสภาพมีเขามีเรา    ยังแยกกัน   ผมอยากเห็น social engagement ของมหาวิทยาลัยในลักษณะที่ทำงานแนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน   ในลักษณะ interdependent but independent    คือทำงานสัมพันธ์กันแบบชิ้นส่วนของ Complex Adaptive Systems

          นั่นคือสภาพที่ กกอ. ในฐานะผู้กำกับดูแลระบบอุดมศึกษาน่าจะส่งเสริมให้เกิด   ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับปรัชญา วิธีคิด และมุมมองต่อระบบอุดมศึกษา และต่อสังคม   ซึ่งผมคิดว่าแต่ละคนก็จะมีมุมมองต่างกัน ไม่มีใครถูกใครผิด   ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำจะเป็นตัวพิสูจน์  

          ระบบอุดมศึกษาไทยจะสามารถทำหน้าที่ให้แก่สังคมไทยได้เพิ่มขึ้นเป็น ๓ เท่าของที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้   หากมีการกำกับดูแล/การจัดการ ให้แต่ละสถาบันมีอิสระที่จะใช้ความสร้างสรรค์ของตนในการทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาสังคมอย่าง interdependent but independent

          วิธีกำกับดูแลแบบสร้างสรรค์ ในวิธีคิดของผม คือการร่วมกันกับทั้งระบบอุดมศึกษา ร่วมกันหาคุณค่าของระบบต่อสังคม   คือร่วมกันสร้าง Shared value / Shared vision ของระบบ   และร่วมกันคิดยุทธศาสตร์การทำงานเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์นี้  

          กกอ. (ถ้ามีอำนาจจริง) ก็ใช้อำนาจขับเคลื่อนทรัพยากรไปหนุนตรงที่ทำงานได้ผลดีตามวิสัยทัศน์ตามที่ตกลงกัน   และใช้พลังการสื่อสาร บอกแก่สังคมว่าตรงไหนดีอย่างไร   เพื่อให้องค์กร/โครงการที่ดีได้รับการยอมรับจากสังคม

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.พ. ๕๒