แนวปฏิบัติการพยาบาล เรื่อง การลดช่องปากอักเสบผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

แนวปฏิบัติการพยาบาล เรื่อง การลดช่องปากอักเสบผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

Clinical Nursing Practice Guideline to Prevent and Relieve Oral Mucositis in Cancer Patients  Receiving Chemotherapy

ความหมาย          เยื่อบุช่องปากอักเสบ เป็นการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุในช่องปากเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด โดยมีอาการบวมแดง มีแผลในช่องปาก ทำให้มีความเจ็บปวด  แสบร้อน ปากแห้ง การับรสและการรับประทานอาหารเปลี่ยนแปลง  มีโอกาสติดเชื้อในช่องปากและทั้งระบบของร่างกาย

 เครื่องมือที่ใช้ :  แบบประเมินช่องปาก ตาม WHO6

 เกรด 0  เยื่อบุช่องปากปกติ

 เกรด 1 เยื่อบุช่องปากเริ่มมีสีแดงบวม  เป็นแผล เริ่มมีอาการเจ็บในช่องปากเล็กน้อย   

เกรด 2 เยื่อบุช่องปากมีสีแดง  มีแผลและปวดแต่รับประทานอาหารธรรมดาหรืออาหารอ่อนได้  

เกรด 3  เยื่อบุช่องปากมีสีแดงบวม  มีแผลและปวดมีแผลรับประทานอาหารเหลวได้

เกรด 4  เยื่อบุช่องปากอักเสบรุนแรง  ไม่สามารถรับประทานอาหารได้  ต้องให้อาหารทางสายยางหรือทางหลอดเลือดดำแทน

 

 

การประเมิน (Assessment)

การปฏิบัติ(Intervention)

ผลลัพธ์(Outcome)

1. ประเมินความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก

1. พยาบาลสร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วยและญาติ

2. พยาบาลประเมินความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับโรค และการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด

2. บันทึกผลการประเมินใน Nurse's note

ผู้ป่วยได้รับการประเมินความรู้ความเข้าใจ  เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก

2. ประเมินช่องปากตาม WHO

1. พยาบาลประเมินช่องปากตาม WHO โดยการสอบถามอาการเจ็บปวดในช่องปาก  การรับประทานอาหาร และตรวจดูแผลในช่องปาก

2. บันทึกผลการประเมินในช่องปาก ในบันทึกทางการพยาบาล

ผู้ป่วยได้รับการประเมินช่องปากอักเสบ

 

การประเมิน (Assessment)

การปฏิบัติ(Intervention)

ผลลัพธ์(Outcome)

3. การดูแลกรณีที่ช่องปากปกติ

 

  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบแก่ผู้ป่วยและญาติ

   1. แนะนำการดูแลสุขภาพช่องปาก

   2. การแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้แปรงที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม ด้วยเทคนิคบาสส์ (Bass technique) แปรงทำมุม 45 องศากับเหงือกและฟัน โดยเริ่มที่โคนฟันก่อน ใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์

  3.  บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือ หลังแปรงฟัน หลังอาหารทุกมื้อและก่อนนอน ไม่ควรใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ผสม

4.  ถ้ามีฟันปลอม  ควรถอดทำความสะอาดทุกครั้งหลัง

รับประทานอาหาร และถอดฟันปลอมออกทุก 8 ชั่วโมงต่อวัน

5. ทาริมฝีปากด้วยวาสลีน

6. แนะนำการรับประทานอาหารโปรตีนสูง เช่นเนื้อสัตว์ ปลา นม ไข่ ที่อ่อนนุ่ม กลืนสะดวก ไม่เผ็ด

7. ดื่มน้ำมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน

 

ผู้ป่วยไม่มีแผลในช่องปาก

4. การดูแลกรณีที่

ช่องปากอักเสบระดับ 1-2

 

1.   แนะนำให้ดูแลเหมือนการดูแลช่องปากปกติ 

 เพิ่มการปฏิบัติตัว โดย บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุก 2 ชั่วโมง และ รับประทานอาหารอ่อนหรืออาหารเหลว

2.  อมน้ำแข็ง เพื่อบรรเทาอาการปวดในช่องปากทุก 2 ชั่วโมง นานครั้งละ 5 นาที

3.  ประเมินช่องปาก วันละ 2 ครั้ง

ผู้ป่วยบรรเทาอาการปวด สามารถรับประทานอาหารได้

5. การดูแลกรณีที่

ช่องปากอักเสบระดับ 3-4

 

1.   แนะนำให้ดูแลเหมือนการดูแลช่องปาก โดยใช้ผ้าสะอาดนุ่มชุบน้ำเกลือพันนิ้วมือเช็ดปากแทนการแปรงฟัน ห้ามใช้ไหมขัดฟัน  บ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุก 1-2 ชั่วโมง และทาริมฝีปากด้วยวาสลิน

2.  อมน้ำแข็ง เพื่อบรรเทาอาการปวดในช่องปากทุก 2 ชั่วโมง

3.  ให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์ เช่น 2% Xylocaine viscious  อมกลั้วปากและคอก่อนรับประทานอาหาร  และให้ยาต้านเชื้อราและต้าน    จุลินทรีย์

4.  ประเมินช่องปากวันละ 8 ชั่วโมง

 

ผู้ป่วยบรรเทาอาการปวด สามารถรับประทานอาหารได้

6. ให้ข้อมูลเรื่อง  การดูแลช่องปากเมื่อกลับบ้าน

 

1. ให้คำแนะนำ เรื่องประเมินช่องปากตนเองวันละครั้งและปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการช่องปากอักเสบ

2. แจกคู่มือการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและบรรเทาอาการช่องปากอักเสบ

3. ติดตามผลการปฏิบัติเมื่อผู้ป่วยมาตามนัด

ผู้ป่วยสามารถดูแลช่องปากได้ถูกต้อง ไม่เกิดแผลในช่องปาก

 

อุบล จ๋วงพานิช

บันทึกวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552

19.32 น.