จะขอนำเสนอในตอนที่2นี้ซึ่งอยู่ในขั้นที่3 ต่อจากตอนที่1นะครับ

 

 

สวัสดีครับ สำหรับวิธีการปลูกมันสำปะหลังของคุณวันเพ็ญ สิงห์สร้อยจะขอนำเสนอในตอนที่ 2 นี้ซึ่งอยู่ในขั้นที่ 3 ต่อจากตอนที่1.นะครับ

 

          ขั้นที่ 3.  วิธีการปลูก ส่วนใหญ่ก็จะคำนึงช่วงเวลาของการปลูกช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ ระยะปลูกระหว่างแถว 80 ซม.และระหว่างต้น 30 ซม.  โดยการนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้ความยาว 20-25 ซม.ปักลงไปบนสันร่องให้ลึกประมาณ 10-15 ซม. ท่อนพันธุ์จะโผล่ดิน ประมาณ 1 คืบ โดยให้ปักตรงจะทำให้หัวมันออกกระจายรอบต้น

 

          ขั้นที่ 4. การให้น้ำ ตลอดฤดูการปลูก ได้ให้จำนวน 2 ครั้ง ครั้งที่1.ให้ก่อนปลูก(ก่อนปักท่อนพันธุ์ ) ครั้งที่2. ให้ช่วงต้นมันฯมีอายุ 7 เดือน วิธีการให้โดยสูบน้ำจากคลองธรรมชาติชื่อคลองสวนหมากแล้วปล่อยน้ำไปตามร่องมันฯ หากช่วงในฤดูฝนก็ไม่ต้องให้น้ำ

 

         ขั้นที่ 5. การกำจัดวัชพืชในแปลงมันฯ หลังจากได้ปลูกท่อนพันธุ์ไปแล้ว ได้ทำการฉีดยาคุมวัชพืช จำนวน 1 ครั้งโดยฉีดพ่นขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่  หลังจากนั้นที่ทำการฉีดปุ๋ยชีวภาพทำให้ต้นมันเจริญเติบโตเเร็ว ปกคลุมร่องปลูกจึงไม่เกิดวัชพืชขี้นมาได้เลย

 

 

       ขั้นที่ 6. การใส่ปุ๋ยในแปลงมันฯจะมีการใส่ปุ๋ยดังนี้

 

            (1 ) ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ สูตรเร่งต้นเร่งใบ โดยทำการหมักจากหอยเชอร์รี่ จำนวน 60 กก. จุลินทรีย์EM จำนวน 1 ลิตร โมลาส(กากน้ำตาล) จำนวน 5 ลิตร  และน้ำสะอาด  เติมหลังใส่วัสดุแล้วให้เต็มถัง 200 ลิตร แล้วหมักทิ้งไว้ 1 เดือน   ทำการฉีดพ่นทางในและลำต้นทุกๆ15 วัน ในช่วงเวลาเช้าและเย็น อัตราที่ใช้ 25 ซีซี. ต่อน้ำ 25 ลิตร ทำการฉีดตั้งแต่ต้นมันเริ่มแตกใบอ่อนจนถึงอายุ 3 เดือน (มันเริ่มลงหัว )จะสังเกตจากดินที่แตก

 

           ( 2 ) ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรฮอร์โมนไข่(สงวนสูตร)ใช้ในการเร่งหัว ฉีดพ่นทางใบและลำต้น โดยทำการฉีดพ่นทุกฯ 15 วัน อัตรา 50 ซีซี ต่อน้ำ 25 ลิตร ทำการฉีดตั้งแต่มันเริ่มลงหัว จนถึงต้นมันฯอายุ 7 เดือน(ให้หยุดฉีด) หากมากกว่านี้หัวมันจะแตก

 

 

        ขั้นที่ 7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต จะทำการเก็บเกี่ยวหัวมันฯเมื่อมีอายุ 11 เดือน 9 วัน โดยทำการตัดต้นให้สูงจากโคนต้น(พื้นดิน)ประมาณ 25 ซม. แล้วใช้รถไถใหญ่ติดผานหัวหมู ขุดหัวมัน ผลผลิตที่ได้หัวมันสดประมาณ 8,700 กก.ต่อไร่

 

         สำหรับการตลาด โดยจะนำหัวมันสดไปขายที่ลานมันฯในท้องถิ่น ในราคาประกัน(จำนำ) ตันละ 1,700 บาท (หักสิ่งเจือปนแล้ว )  โดยจะลงทุนไปไร่ละ 2,949 บาท ขายได้เงินจำนวน 14,790 บาท เพราะฉะนั้น ได้กำไรไร่ละประมาณ  11,841 บาท นับได้ว่าเป็นการลงทุนต่อไร่ต่ำและได้กำไรอยู่ในระดับดี

 

แหล่งข้อมูล ;คุณวันเพ็ญ สิงห์สร้อย หมู่ 1 บ้านสักงาม ต.สักงาม อ.คลองลาน