เมื่อวานนี้ โดยการประสานทางโทรจากคุณอภิญญา ทำให้เรามีโอกาสได้พบรู้จักกับคุณเอ้และคณะทำงานรายการคนละไม้คนละมือ พบพูดคุยกันที่ศูนย์บริการท่องเที่ยว จ.น่าน
ในเวลาไม่นานนักได้พูดจากันหลาย ๆ เรื่อง ทราบจากคุณเอ้ว่า ก่อนเดินทางมาที่เมืองน่าน คณะได้ไปที่ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา เพื่อทำรายการที่มีคนพิการเสียสละสอนหนังสือให้แก่น้อง ๆ จนน้อง ๆ หลายคนประสบความสำเร็จในการสอบเข้้าสถาบันการศึกษาต่าง ๆ จะได้นำไปเสนอในรายการที่สถานี ThaiPBS ต่อไป
คุณเอ้ชวนคณะแวะมาท่องเที่ยว จ.น่าน โดยที่ก่อนหน้าเมื่อราว 4 ปีที่ผ่านมา เธอเคยมากับคุณพ่อคุณแม่ครอบครัวมาท่องเที่ยว จ.น่าน มาคราวนี้ได้ไปไหว้พระที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พบกับน้องตาล มัคคุเทศน์ท้องถิ่น เทศบาลเมืองน่าน เห็นพูดจาฉะฉานดี เมื่อมาที่ศูนย์บริการท่องเที่ยวได้พบกับคุณอภิญญา จึงมีการประสานงาน
ผอ.รร.จุมปีวนิดาภรณ์และครูที่ทำงานด้านมัคคุเทศน์ เดินทางมาที่ศูนย์ฯ เพื่อพูดคุยในเวลาต่อไป จับใจความได้ว่า โครงการมัคคุเทศน์เกิดจากการเปลี่ยนระบบการศึกษาให้ชุมชนมามีส่วนร่วม เมื่อปี 2545 จึงเริ่มจัดทำโครงการ ขณะนี้รุ่นแรกเรียนอยู่ ม.5 รุ่นที่ดูเหมือนเด่นชัดเห็นจะเป็น ปี พ.ศ.2547 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
ทราบว่าวันนี้มีการไปพบน้อง ๆ นักเรียน คณะครู ผู้ปกครอง และได้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานความโครงการที่ผ่านมาว่า มีการช่วยกันคนละไม้คนละมือหรือไม่อย่างไร
คณะครูได้พูดว่า มีหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.น่าน ได้สนับสนุนงบประมาณ 7.5 หมื่น และสำนักงานศิลปากรที่ 7 สำนักงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เทศบาลเมืองน่าน ร่วมสนับสนุนโครงการมัคคุเทศน์ท้องถิ่น นับเป็นผลดีที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ และจังหวะเหมาะที่คุณเอ้ได้พบกับน้องตาล เห็นความสามารถได้คุณอภิญญา ประสานงานจึงเกิดมรรคเกิดผลต่าง ๆ เป็นว่าบ้านเมืองช่วยกันคนละไม้คนละมือแบบนี้ดีครับ
สวัสดีค่ะพี่ธนู
ประสานงานจึงเกิดมรรคเกิดผลต่าง ๆ เป็นว่าบ้านเมืองช่วยกันคนละไม้คนละมือแบบนี้ดีครับ
หมายถึงอะไรค่ะ เกิดมรรคเกิดผล กอไม่เข้าใจค่ะ มันมรรคเดียวกันกับ มรรคมีองค์8 ที่ผู้ใหญ่เค้าเรียกกันในภาษาศาสนาพุทธรึเปล่าค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ก่อนอื่นขอบพระคุณทั้ง 2 ความคิดเห็นครับ
เราชาวน่านเป็นเมืองเล็ก ๆ เคยพูดกันเล่น ๆ ว่ามีถนนในเมืองไม่กี่สาย ไปไหนก็มักจะพบเจอกันบ่อย ๆ
อันที่จริงน่านนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่คนในเมือง หรือที่เรียกว่า เขตเทศบาลเท่านั้น เพียงแต่กลุ่มคนที่กล่าวดูเหมือนเสียงดังกว่า
ความจริงผู้คนที่เป็นเกษตรกร หรือพี่น้องชนเผ่าเป็นชาวน่านเช่นกัน เราไม่เคยลืมและจะไม่มองข้ามกันเด็ดขาด เรียกว่า ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ให้เกิดช่องว่างในการเชื่อมประสาน
คำว่าเกิดมรรคผลอะไรที่หยิบยกมาเขียนเป็นข้อความไว้ ก็เพื่อให้เข้าใจว่า การช่วยเหลือเกื้อกูล ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ย่อมเกิดผลดี อย่างไรก็ดี ความร่วมมือในทางสร้างสรรค์นั้นเป็นผลดี แต่ความร่วมมือของหมู่โจร หมู่หรือกลุ่มคนที่คิดร้ายต่อส่วนรวม หรือสุ่มหัวทำเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ แบบนี้จะเรียกว่า "คนละไม่คนละมือ" ไม่ได้แน่ประโยคดังกล่าวเน้นการทำงานในเชิงบวกเป็นสำคัญครับ.
พี๋ธนู
เย็นวันที่ 23 คุณเอ้และทีมงาน ถ่ายปิดสารคดีที่ทำ โดยฉากสุดท้าย ถ่ายก้อนเมฆ ที่ลอยอยู่บนพระวิหารวัดภูมินทร์ หลังจากนั้นจะขึ้นไปถ่ายภาพ อ.เมืองน่าน จากมุมสูง ที่พระธาตุเขาน้อย และก็จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ พี่นูครับ ผมได้ยินจากปากคุณเอ้ และทีมงาน ถึงความเป็นเมืองน่าน แล้ว ดีใจแทน ปลื้มใจแทน ทุกๆคน ที่เกิดเป็นคนเมืองน่าน
วลีที่ว่า "น่านเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่น ไม่ต้องเจริญไปแบบก้าวกระโดด ไม่ต้องรีบเร่งการส่งเสริมการท่องเที่ยว น่านมีจุดขาย คือความเป็นเมืองน่าน"ได้ยินแค่นี้ก็ สุดๆแล้วครับ หรือว่ามันเป็นความบังเอิญของ พี่และผม ที่มักจะไปแส่หาเรื่อง คนที่เขาเข้ามาเที่ยว..555 ความเป็นมาก็คือ บังเอิญเห็นทีมงานโทรศัพท์ติดต่อกับผู้รู้จัก(ขอสงวนนาม)ผมก็คิดว่า ทำไมไม่มานั่งคุยกันและเสนอตัวรับใช้เขาเสียตรงศูนย์ท่องเที่ยว..ผมเลยแนะนำตัว และสอบถาม เมื่อรู้วัตถุประสงค์ จึงไม่ช้าที่จะ โทรฯหาพี่..ผมทำงานเรื่องมุมมองท้องถิ่น นำเสนอ เมื่อคนต่างบ้านต่างเมืองมา จ.น่าน หากไม่ถาม ไม่ให้เขาพูด คง ไม่ใช่ผม..ผมต้องขอบคุณพี่และท่านนายกสุรพล เธียรสูตร,พี่สุเมธ สายสูง ผอ.ลัดดา ฝายนันชัย และทุกๆท่าน ที่เห็นว่า ศูนย์ท่องเที่ยว น่าจะเป็นที่แรก ที่จะรับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาในตัว เมืองน่าน..จะทำอย่างไร จะให้บริการอย่างไร หรืออยากให้เหมือนที่ผ่านๆมา ใครใคร่ปิด ก็ปิด ใครใคร่หยุดก็หยุด นักท่องเที่ยว มาถึงศูนย์แค่ เข้าห้องน้ำ..พักรถ แล้วก็จากไป..ผมไปนั่งทำงานไม่ถึงอาทิตย์ เห็นว่า แหล่งความรู้และการแก้ปัญาห การท่องเที่ยว จ.น่าน..ไม่ยากครับ..หากทุกฝ่าย ทำจริงๆ เพื่อเมืองน่าน ไม่อยากเห็น แค่ราคาคุย..หรือผลาญเงิน งบประมาณแผ่นดิน ไปวันๆๆ
ขอขอบใจนายนกหวีด มา ณ โอกาสนี้อย่างยิ่งครับ
14 มีนาคม 2552 เวลา 13 น.โปรดชมรายการ คนละไม้คนละมือ ตอน ล่ะอ่อนน่านพาแอ๋ว