ผมลองถามคำถามนี้ลึกลงในใจตัวเองก้เข้าใจว่า เราเลือกทางเดินชีวิตถูกไหน? คำตอบชัดเจนยิ่ง คือคุณค่าของงานเวชศาสตร์ครอบครัวที่แท้จริง คือ “งานที่เติมเต็มคุณค่าของการชีวิตของผมอย่างแท้จริง”

เมื่อวานผมได้ e-mail จาก โครงการความร่วมมือทางด้านสุขภาพระหว่าง ไทย-สหภาพยุโรป สนับสนุนการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข เกี่ยวกับงานปฐมภูมิ ทำให้ผมได้ทบทวนตัวเองในหลายเรื่องครับ

1.    สิ่งที่ทำให้เลือกทำงานในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว?

a.     คุณค่าที่มองเห็น

คุณค่าของงานเวชศาสตร์ครอบครัวที่แท้จริง คือ งานที่เติมเต็มคุณค่าของการชีวิตของผมอย่างแท้จริง

- เปลี่ยนมุมมองการดูแลผู้ป่วยจากงานที่จำเจและน่าเบื่อเป็นการเรียนรู้ชีวิตผู้คนผ่านเรื่องจริงเปลี่ยนทัศนคติจากทำงานไปวันๆ เป็นช่วยเหลือผู้คนและเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตผู้ป่วย/ครอบครัวมาใช้กับตนเองเป็นการเติมพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี

- งานเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นงานที่ท้าทาย เป็นงานที่ปรับหลักการปฐมภูมิมาใช้ในภาคปฏิบัติได้โดยสามารถ ใช้จิตนาการอย่างไม่สิ้นสุด มีส่วนผสมของงาน clinicกับการทำงานเชิงระบบที่ต้องวางแผนดูแลครบวงจรมากกว่ารอรักษาเชิงรับ โดยมีกฎหลักคือ ต้องเหมาะกับบริบท ทำเป็นทีม และผลลัพธ์เพื่อ สุขภาวะของประชาชน

b.     แรงผลักดันในด้านอื่นๆ

เมื่อตอนผมเป็นนักศึกษาแพทย์ปี3 ได้เรียนในภาคเวชศาสตร์ชุมชน(พ.ศ.2539) มีอาจารย์ท่านหนึ่งได้นำหัวข้อเกี่ยวระบบสุขภาพในประเทศต่างๆมาให้เราได้เรียนรู้ ในขณะนั้นผมสนใจระบบสุขภาพของประเทศอังกฤษที่มีแพทย์ GP ที่เข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของชุมชนค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำกว่าประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกันมีการวิเคราะห์ว่าระบบ primary care ของประเทศอังกฤษมีความเข้มแข็งจึงนำซึ่งผลดังกล่าว หลังจากนั้นผมก็เริ่มหาข้อมูลว่าถ้าอยากจะทำงานด้าน primary care ต้องเรียนอะไร ก็ได้คำตอบว่าเป็นหมอ fammed จะได้ทำงานนี้ ผมนำเรื่องนี้ปรึกษาอาจารย์รหัสที่เป็นหมอสูตินรีเวชว่าจะเรียน Fammed ท่านแนะนำให้ผมคิดทบทวนดีๆ เพราะงานนี้ "ขาดอนาคต เรียนจบก็คงไม่มีที่ทำงาน คงต้องไปตรวจ GP เท่ากับหมอที่จบ 6 ปี ไม่สามารถเติบโตได้"  ผมเริ่มดูผู้ป่วยบน ward ไปตาม ward ต่างๆ สิ่งที่เห็นคือ

1.มีความรู้ต่างๆให้เรียนมากจนเรียนไม่ไหว อาจารย์ก็เก่งมาก (ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่เหลือเกิน)

2.เห็นแต่ผู้ป่วยนอนบนเตียง ทุกคนเรียนคนไข้ด้วยชื่อเตียง/ชื่อโรค ถ้าย้ายเตียงก็จะทำให้เดือดร้อนมากเพราะจะลืมประวัติเวลาที่อาจารย์มา round มีน้อยคนที่จำชื่อผู้ป่วยได้

3.ทุกคนสนใจในสาขาความเชี่ยวชาญของตนเองจนเมื่อพบปัญหาทางสุขภาพอื่นๆ ก็โยนแผนกอื่นทันทีถึงแม้ปัญหานั้นๆจะเป็นปัญหาที่ธรรมดามากสามารถแก้ได้ไม่ยากก็ตาม

4.ในผู้ป่วยบางรายที่ต้องมีแพทย์ดูแลหลายสาขา ก็จะเกิดสภาวะ "หมด condition ทาง.........." เมื่อแพทย์ทุกคนที่ดูแลคิดว่าหมดภาระแต่ผลลัพธ์คนไข้ก็ยังไม่หายและไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของไข้ตัวจริง

และเมื่อผมลงจาก ward มาขึ้นแผนก fammed ปี 2541 สิ่งที่ผมพบคือต้องไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ตอนนั้นผมเบื่อมากเพราะไม่มีใครบอกผมเลยว่าเยี่ยมทำไม (ช่วงนั้นการเรียนการสอนยังไม่ค่อย work) ผมไม่เห็นหมอ fammed มีอะไรดี ผมเริ่มไม่มั่นใจว่าทางที่ผมอยากเดินจะเป็นทางที่ถูกต้อง พอผมขึ้นปี 6 ผมตัดสินใจไปดูงานที่ เวชศาสตร์ครอบครัวที่เชียงใหม่ ผมพบอาจารย์ท่านหนึ่งที่มีความเป็นแพทย์ที่พิเศษ ทุ่มเทการสอน นศพ. พาผมไปเดินสลัมและทำให้ผมแปลกใจคือ คนส่วนใหญ่รู้จักอาจารย์และให้ความนับถือ  ผมถามอาจารย์ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น อาจารย์ตอบผมว่า "การทำงานแล้วยกผลงานให้คนอื่น การดูแลคนโดยไม่หวังผลตอบแทนจะช่วยให้น้องทำงานสำเร็จ" ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ประทับใจอาจารย์มาก เขาคนนั้นเป็นต้นแบบของผมมาตลอด

c.     บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในการทำงานด้านนี้ในช่วงที่ผ่านมา?

หลังผมเรียนจบ วว. เวชศาสตร์ครอบครัว ผมกลับมาทำงานที่ รพ. แม่สอด จ. ตาก ได้ทำงานศูนย์สุขภาพชุมชนหน้าที่หลักๆ มีคือ

1. ตรวจรักษาในศูนย์สุขภาพชุมชน

2. เป็นที่ปรึกษาให้กับเครือข่ายปฐมภูมิในเขตอำเภอแม่สอด จ. ตาก(จัดเครือข่ายมี PCUหลักเป็นแม่ข่ายและให้คำปรึกษากับ สอ.)

3. พัฒนาระบบการดูแลต่อเนื่องให้กับ รพ. แม่สอด (ระบบ home health careและ ระบบการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย)

4.อาจารย์พิเศษ เวชศาสตร์ครอบครัวชุมชนและอาชีวเวชศาสตร์ (CFOM) มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

2.    ตีความ เวชศาสตร์ครอบครัว เข้ากับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะผู้ดูแลสุขภาพอย่างไร และรูปธรรมสาธิต?

เวชศาสตร์ครอบครัวในความเห็นของผม คือ

-เป็นศาสตร์ที่ใช้ในการดูแลผู้คนโดยให้ความสนใจกับ สุขภาวะต่างจากสาขาอื่นโดยสาขาอื่นๆ ให้ความสนใจกับโรคหรือพยาธิสภาพ อาจใช้คำว่า ผู้จัดการสุขภาพ ที่ดูแลคนอย่างต่อเนื่องโดยอยู่บน ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วย -ครอบครัว-ชุมชน

-เป็นสาขาที่ต้องมีความรู้กว้างในหลายเรื่องเพื่อสามารถมองเห็นองค์รวมของปัญหาและแก้ปัญหาได้ตรงจุดและต้องรู้ลึกในเรื่องที่เป็นปัญหาที่พบบ่อย (ตามบริบท)

-งานหลักของแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัวต้องทำ คือ ทำงานสุขภาพปฐมภูมิให้เข้มแข็งโดยทำงานเป็นทีม

ยกตัวอย่าง การดูแลคนไข้โรคเรื้อรังต่างๆที่จะสนใจในการ ควบคุม parameter ต่างๆ เพียงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน แต่หากใช้หลักการเวชศาสตร์ครอบครัว จะมองไปถึง ผู้ป่วยทุกข์สุขอย่างไร(ระดับบุคคล) ครอบครัวผู้ป่วยเป็นอย่างไรมีปัญหาอย่างไร/มีจุดแข็งอย่างไรและมีผมต่อผู้ป่วยอย่างไร(ระดับครอบครัว)และในชุมชนเป็นอย่างไรมีปริมาณผู้ป่วยเรื้อรังมากน้อยอย่างไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง(ชุมชน) สุดท้ายดูแลผู้ป่วยในบริบทครอบครัว ตลอดจนพัฒนาระบบที่ดูแลคนในชุมชนอย่างไรให้ไม่ป่วย

 

3.    ประสบการณ์ที่ประทับใจ หรือจุดประกายความคิด ที่ทำให้ตระหนักหรือชี้ชัดถึงคุณค่าของงานเวชศาสตร์ครอบครัว

ข้อเด่นของชาวเวชศาสตร์ครอบครัวคือ จะมีเพื่อนมาก มีเครือข่ายเยอะ ผมรู้สึกดีที่เวลาเดินไปซื้อของก็จะมีคนมาทักเป็นระยะ ผมมีความสุขที่ร่วมงานกับพยาบาลที่-เจ้าหน้าที่ สอ. และเพื่อนที่จบเวชศาสตร์ครอบครัวด้วยกันจะสนิทกันมากถึงแม้ต่างสถาบันก็ตาม

 

4.    มองอนาคต/สิ่งที่จะทำต่อไปอย่างไร?

ท้าทายครับ...ผมสนุกกับสิ่งที่ทำ เรากำลังร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้กับประเทศของเรา ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับประโยชน์ ถึงแม้งานนี้จะไม่จบในชั่วชีวิตผมก็ตามที ผมก็คิดว่าจะมีรุ่นน้องที่เก่งกว่า ที่มีความมุ่งมั่นมาสานงานนี้ต่อไป