การจัดการศึกษาภาคบังคับมีกฎหมายรองรับ โรงเรียนที่ไม่รับเด็กในเกณฑ์เข้าเรียนภาคบังคับถือว่าทำผิดกฎหมาย

ฤดูกาลนี้เป็นฤดูการรับนักเรียน
โรงเรียนเทศบาลเชิงทะเลฯ กำหนดรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาล และ ป.1
ประจำปี 2552 วันที่ 16-22 กุมภาพันธ์ 2552
ซึ่งความจริงแล้ว ป. 1
เราไม่ต้องเปิดรับสมัครก็มีนักเรียนเต็มแล้ว
เพราะเราผลิตนักเรียนอนุบาลเอง
แต่เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอนุบาลจากที่อื่นได้มีสิทธิเข้าเรียนด้วยจึงเปิดรับสมัครอีก
แต่เรื่องตลกก็เกิดขึ้นจนได้
เมื่อโรงเรียนบ้านเชิงทะเล ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัด
สพท.ที่อยูบริเวณเดียวกัน กำหนดเปิดรับสมัครและมอบตัวก่อน
แถมสำทับว่าถ้ามอบตัวที่โรงเรียนนี้แล้วจะไปสมัคร EP
โรงเรียนเทศบาลไม่ได้แล้ว หรือถ้าสอบ EP ไม่ได้
โรงเรียนนี้จะไม่รับ
ดังนั้นต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง
ผู้ปกครองเครียดหนัก
ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่อยากให้บุตรหลานต้องไปเรียนในเมือง
และกลับเข้าสู่วงจรเดิม ๆ อีก ที่เรียกเด็กคืนถิ่นได้ครึ่ง
ๆ กลาง ๆ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ
ผู้เขียนจึงบอกไปว่าใจเย็น ๆ กันไว้
การจัดการศึกษาภาคบังคับมีกฎหมายรองรับ
โรงเรียนที่ไม่รับเด็กในเกณฑ์เข้าเรียนภาคบังคับถือว่าทำผิดกฎหมาย
ดังนั้น มีที่เรียนแน่นอนขอให้ผู้ปกครองมั่นใจ
ในขณะที่ท่านมีทางเลือกท่านต้องให้โอกาสเด็ก ๆ ได้เลือกก่อน
ว่ามีความสามารถที่จะเรียน EP ได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้เทศบาลจะรับผิดชอบลูกท่านทุกคน
จึงเป็นที่มาของผู้ปกครองในการเรียกร้องให้เทศบาลเปิดเรียนภาคปกติเพื่อรองรับนักเรียนที่เข้า
EP ไม่ได้
ถึง คุณจิตนา
ผู้ปกครองเครียดหนักจริงๆค่ะ เพราะเข้าเทศบาลต้องจ่ายตังค์เยอะเป็นว่าเล่น ไหนค่าครูสอนว่ายน้ำ ค่าครูภาษาอังกฤษ ค่าโน้น ค่านี่
ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ น่าสงสารผู้ปกครองจริงๆค่ะ
เคยมีคนเข้าไปถามกูรู ในGoogle ในประเด็นคำถามที่ว่า>>>เทศบาลสามารถเข้ามาก่อสร้างโรงเรียนบนพื้นที่ของโรงเรียนของ สพฐ. ได้หรือไม่? >>>>คำตอบที่ได้รับคือ>>>>
คำตอบที่1 >>>ตามกฎหมายไม่ว่าใครหรือหน่วยงานราชการใดก็ไม่สามารถใช้พื้นที่ของผู้อื่นได้หากไม่ได้รับอนุญาติ(เป็นลายลักษณ์อักษร) คำถามที่ถามว่าเทศบาลสามารถเข้ามาก่อสร้างโรงเรียนบนพื้นที่ของโรงเรียนสพฐ. จึงตอบว่าไม่ได้ เพราะเทศบาล กับสพฐ.เป็นคนละหน่วยงานกัน ยกเว้นว่าสพฐ.ยินยอมเท่านั้น
คำตอบที่ 2 >>>ได้ครับ ถ้าหากเป็นการช่วยสร้าง และโอนโรงเรียนและทรัพย์สินเป็นของ สพฐ.
คำตอบที่ 3 >>>ไม่มีสิทธิ์แม้แต่ตารางนิ้วเดียวครับ นี่ประเทศไทยนะครับ ถ้าไม่ทำตามกฎหมายไทยก็วุ่นเลย แต่ต้องขออภัยที่จะต้องกล่าวถึงผู้บริหารของเรายอมให้เกิดอะไรที่บานปลายขนาดนี้ได้อย่างไร ทั้งท่านผู้อำนวยการโรงเรียนและท่านผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา และท่านนิติกรทั้งหลายด้วยทำไมไม่ช่วยกันดูแล ไม่สงสารประเทศไทยก็น่าจะสงสารเด็ก สพฐ. เหล่านั้นบ้าง
ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนของเราต้องเป็นโจทก์นะครับ ปรึกษากันแล้วดำเนินการนะครับ
>>>>>>>>>น่าคิดนะ คุณ จินตนา คงเหมือนเพชร นักวิชาการ?!
ทำไมไม่ดำเนินการขอคืนพื้นที่..ถ้าเทศบาลทำไม่ถูกทำให้เด็ก เยาวชน และประชาชนของเชิงทะเลเดือดร้อน ไม่ได้รับประโยชน์จากการสร้างโรงเรียนให้คนในพื้นที่ได้เรียนโรงเรียนใกล้บ้านอย่างมีคุณภาพ สพฐ.ดำเนินการได้ค่ะ แต่นี่เขาสร้างความเจริญ ทางเลือกทางการศึกษาให้เด็กในท้องถิ่น ถ้าเขาผิดก็ดำเนินการไปเลยค่ะ
เราชาวการศึกษาน่าจะดูที่ประโยชน์ของเด็กและประชาชนเป็นหลัก อย่าดูว่าทรัพย์สินเป็นของใครหน่วยงานใด เพราะท้ายที่สุดคือทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งนั้น แล้วใยต้องแย่งชิงกัน ใยไม่ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แต่ก็แฝงไปด้วยผลประโยชน์.....อย่างน่าเชื่อจริงๆเลย!
ในความเป็นจริง....คนเรา ถ้าอยากที่จะพัฒนาจริงๆ มีใจที่บริสุทธิ์ที่จะส่งเสริมการศึกษา หน่วยงานอื่นก็สามารถมาส่งเสริม โรงเรียนที่มีอยู่เดิมแล้วให้มีความพร้อมสมบูรณ์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปสร้างโรงเรียนใหม่ในพื้นที่เดียวกันอีก แต่น่าแปลกที่มีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นด้วย เพียงเพราะความคิดของคนบางคน...แค่นั้นเอง