รูปแบบการจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากร
รูปแบบการจัดการความรู้ในสถานศึกษาใช้รูปแบบการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ซึ่งเป็นรูปแบบที่ครูและบุคลากรทุกคนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ได้กำหนดไว้ โดยในแต่ละโรงเรียนมีภาระกิจ งานที่ทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน แต่ส่วนใหญ่ดำเนินการในเฉพาะกลุ่ม ทำให้การพัฒนางานมีข้อจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการใช้รูปแบบการสนทนากลุ่ม ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งมีขั้นตอนการจัดกิจกรรมดังนี้
1. ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ ขององศ์กร ในประเด็นต่าง ๆ เพื่อนำไปกำหนดลำดับความสำคัญ ในการนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
2. กำหนดประเด็นในการสนทนากลุ่ม นำข้อมูลที่บุคลากรในหน่วยงานมีความสนใจที่ต้องการพัฒนาหรือเกิดปัญหาในองค์กร เช่น การพัฒนาบุคลากรด้านการทำงานเป็นกลุ่ม ปัญหานักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ โดยนำประเด็นหล่านี้ มากำหนดกรอบรายละเอียด ในการสนทนากลุ่ม
3. กำหนดบุคลากร โดยบุคลากรที่เข้าร่วมสนทนากลุ่มต้องมีความสนใจและเกี่ยวข้องกับภาระงานที่รับผิดชอบ ซึ่งในแต่ละกลุ่มควรมี 5- 8 คน และมีการกำหนดรุปแบบ กติกา ข้อกำหนดในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
4. ดำเนินการจัดกิจกรรมสนทนากลุ่ม โดยการให้ทุกคนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำข้อมูลที่ได้มาจัดลำดับ จนเกิดการจัดการความรู้
5. การนำข้อมูลจากการจัดการความรู้ ไปจัดทำเป็นสารสนเทศ และนำไปสู่การพัฒนาหรือการแก้ปัญหาต่อไป
6. เผยแพร่ข้อมูลการจัดการความรู้สู่ ครุและบุคลากรของโรงเรียนต่อไป
ทฤษฏีและนวัตกรรมที่ใช้ในการปฏิบัติ
การพัฒนาบุคลากรมุ่งที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นสำคัญ และได้เสนอขั้นตอนการพัฒนาบุคลากร แบบ PDCA ไว้ ดังนี้
P คือ การวางแผน ได้แก่ การศึกษาความต้องการ กำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนา และ กำหนดวิธีการพัฒนาด้วยการตระหนักถึงหลักการเรียนรู้ของผู้รับการพัฒนา
D คือ ดำเนินการพัฒนา เป็นขั้นที่ดำเนินการพัฒนาตามวัตถุประสงค์ ให้ผู้รับการพัฒนามีความรู้ ทัศนคติ และทักษะในเรื่องนั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
C คือ การประเมินผล (Evaluation) การประเมินผลเป็นกิจกรรม ภายหลังการพัฒนา
A คือ การนำผลการประเมินไปพัฒนาสู่ความยั่งยืน
ขั้นตอนการปฏิบัติ
กลุ่มบริหารงานบุคคล ได้ดำเนินดังนี้
1. ศึกษาความต้องการ (Needs Assessment) หมายความว่า โรงเรียนต้องการพัฒนาอะไรบ้าง ใครต้องการพัฒนา และต้องการพัฒนาในเรื่องใด เพียงใด เมื่อไร หรือทำการสำรวจการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในองค์กร
2. กำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนา (Development Objectives) เพราะวัตถุประสงค์จะช่วยชี้ให้เห็นกิจกรรมต่างๆ ที่จะทำให้สนองวัตถุประสงค์นั้นๆ
3. กำหนดขอบข่ายของหลักสูตร (Program Content) ที่จะจัดขึ้นในกิจกรรมนั้นๆ ว่าควรจะแบ่งช่วงเนื้อหาในการพัฒนาเป็นกี่ระยะ หรือจะพัฒนารวดเดียวทั้งหมด
4. กำหนดวิธีการพัฒนาด้วยการตระหนักถึงหลักการเรียนรู้ของผู้รับการพัฒนา (Learning Principles)
5. ดำเนินการพัฒนา (Actual Program) เป็นขั้นที่ดำเนินการพัฒนาจริงๆ ทั้งนี้เพราะการดำเนินการพัฒนามีวัตถุประสงค์ ให้ผู้รับการพัฒนามีความรู้ ทัศนคติ และทักษะในเรื่องนั้นเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
6. การประเมินผล (Evaluation) การประเมินผลเป็นกิจกรรมที่ต้องทำทุกครั้งเพื่อผู้จัดการพัฒนาได้รู้ถึงข้อบกพร้องต่างๆ ที่จำเป็นต้องปรับปรุงในครั้งต่อไป
7. การติดตามผล (Follow - up) ภายหลังการพัฒนา ควรมีการติดตามผลการปฏิบัติงาน เพื่อวิเคราะห์ดูว่า การพัฒนาได้ผลมากน้อยเพียงใด คุ้มกับค่าใช้จ่าย ที่องค์การต้องการลงทุนหรือไม่