นี่คือจินตนาการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ใดๆ ทั้งสิ้นของผม    แต่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับสังคมไทย   จึงเอามา “คิดดังๆ” สู่กัน   โดยไม่รับรองว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องในบริบทไทย   และเป้าหมายที่เอามาลงบันทึกไว้ ก็เพื่อกระตุ้น “การเรียนรู้ของสังคม” (social learning) ในเรื่องระบบอุดมศึกษา

ตอนที่ ๑  
ตอนที่ ๒ 
ตอนที่ ๓
ตอนที่ ๔  


          ในตอนที่ ๕ นี้ เป็นเรื่อง พื้นที่ สำหรับสื่อสารแลกเปลี่ยนกับสาธารณชน   ซึ่งหมายความว่า เรามุ่งขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษาด้วยพลังมวลชน   ไม่ใช่ด้วยพลังความรู้ด้าน  การศึกษา หรือโดยนักการศึกษา  

          ที่จริงกล่าวอย่างนี้ผิดนะครับ   เราต้องขับเคลื่อนระบบอุดมศึกษาโดยอาศัยพลังพลังความรู้ด้านการศึกษา หรือโดยนักการศึกษา อย่างแน่นอน ขาดไม่ได้   แต่ต้องอย่าหลงว่านั่นคือพลังหลัก   ต้องให้พลังสังคมหรือพลังมวลชนเป็นพลังหลัก 

          อย่าลืมว่า เรากำลังหาทางทำให้ระบบอุดมศึกษามีลักษณะเป็น “ระบบที่เรียนรู้” (Learning Systems)    คือตัวระบบเองรับรู้เรื่องราวจากสังคมไทย จากโลก    เอามาปรับตัวเองให้มีคุณค่า คุณประโยชน์อย่างแท้จริง  

          ตามหลักการการเรียนรู้สมัยใหม่ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ต้องมี “พื้นที่” ที่เอื้อต่อการเรียนรู้   ในทางศาสตร์ด้าน KM เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ba   ภาษาไทยอาจเรียก “พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้”   ในทางสังคมศาสตร์ถือว่าเป็น “พื้นที่ทางสังคม” (social space)   หรือ “พื้นที่เพื่อการเรียนรู้” (learning space)    ที่มีหลักการสำคัญคือ ความเท่าเทียมกัน  ความรู้สึกมีอิสระ  ปลอดจากความกลัว  และที่สำคัญที่สุด สมาชิกมีความเชื่อถือไว้เนื้อเชื่อใจกัน (mutual trust)

          เราต้องการ “พื้นที่” แบบนี้แหละครับ ในการสื่อสารแลกเปลี่ยนสาระหรือเรื่องราวของระบบอุดมศึกษา    โดยมีหลักสำคัญคือ ต้องเป็นพื้นที่เปิด พื้นที่แห่งความเท่าเทียม   ที่คนในวงการอุดมศึกษาต้องไม่เข้าไปยึดครอง หรือครอบงำ    ต้องใช้ภาษาและการสื่อสารที่เป็นของคนทั่วไป ไม่ใช้ภาษาทางเทคนิค (ซึ่งก็ยากเหมือนกันสำหรับผม)

          คงต้องจัด “พื้นที่” หลากหลายแบบ ทั้งพื้นที่จริงและพื้นที่เสมือน   และทำให้พื้นที่หลายแบบนี้ส่งเสริมกัน

          วิธีการจัด “พื้นที่” นี้สามารถใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ได้อย่างไม่จำกัด   มีตัวอย่างของวงการสุขภาพ   สำนักงานคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีความชำนาญมาก   ใช้วิธีจัดสมัชชาสุขภาพในพื้นที่ และสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ   มีผู้แทนจากทุกภาคส่วนของสังคม และทุกพื้นที่ มาร่วมจัด   ให้เกิดการมีส่วนร่วม หรือเป็นเจ้าของ “พื้นที่” อย่างแท้จริง 

          เทคนิคในการจัด “พื้นที่” ที่ดี ที่แข็งแรง มีมากมาย   เช่นเดียวกันกับเทคนิคในการทำลาย “พื้นที่” หรือช่วงชิงความได้เปรียบใน“พื้นที่” ก็มีมากมายและดูเหมือนจะใช้กันมากกว่าเทคนิคด้านดี   หลักการที่สำคัญคือ คนที่เข้ามาใน “พื้นที่” ควรมีข้อมูลเท่าเทียมกัน   มีโอกาสได้ศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้า    มาร่วมกันใช้ “พื้นที่” ในการร่วมกันตีความข้อมูล   จากหลากหลายมุมมอง หลากหลายวิธีคิด   มีการเติมข้อมูลหรือความรู้จากบริบทที่ต่างกันเข้าไป   ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจระบบอย่างแท้จริง    ได้เข้าใจความซับซ้อนของระบบ  

          ขอย้ำว่า พื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสาธาณชน ต้องเป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียมกัน ไว้วางใจกัน

 

วิจารณ์ พานิช
๖ ก.พ. ๕๒