การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นการรวบรวมความรู้สู่การปฏิบัติ (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ เจตคติในงาน ประสบการณ์การทำงาน และพฤติกรรมการทำงานของแต่ละบุคคล ซึ่งปฏิบัติงานเรื่องเดียวกันหรือคนละเรื่อง แล้วประชุมหรือสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เมื่อรวบรวมแล้วก็มีการนำความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์ วิเคราะห์ (Analysis) หรือจัดระบบใหม่ เพื่อสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ ยอมรับข้อดีและจุดที่เป็นปัญหาของกันและกัน มีการจัดเก็บข้อสรุปทั้งมวลอย่างเป็นระบบเพื่อนำไปสู่การยอมรับในกฎกติกาขององค์กรที่ทุกคนยอมรับ
รูปแบบการจัดการความรู้
1. รูปแบบหลักในการจัดการความรู้โดยการสานต่อภูมิปัญญา
2. SECI Model (การสร้างองค์ความรู้ โดยนักคิดชาวญี่ปุ่น)
3. CICM Model (รูปแบบการสร้างคุณค่าของความรู้)
4. รูปแบบนิเวศน์วิทยา (Ecology Model)
5. รูปแบบเครือข่าย (Network Models)
6. รูปแบบความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Models)
7. รูปแบบชุมชน (Community Models)
8. รูปแบบระบบนิเวศน์ทางความรู้ (Knowledge ecosystem model) หรือ รูปแบบใหม่ของ
การจัดการความรู้แบบมาตรฐานออสเตรเลีย (Newer Model Australian Standard)
สรุปรูปแบบการจัดการความรู้สมัยใหม่ คือรูปแบบระบบนิเวศน์ทางความรู้
ซึ่งเป็นการผสมผสานรูปแบบของการจัดการความจาก 3 รูปแบบเข้าด้วยกัน ได้แก่
(1) รูปแบบชุมชน (2) รูปแบบเครือข่าย และ (3) รูปแบบระบบนิเวศน์ทางความรู้
ประเด็นสำคัญ ดังนี้
1. การจัดการความรู้เป็นวิธีการเปลี่ยนแปลงมวลพฤติกรรม (trans – disciplinary)
เพื่อพัฒนาผลผลิตขององค์กรโดยการผ่านกระบวนการการจัดการความรู้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้รวมถึงการร่าง ทบทวน และการประยุกต์ใช้กระบวนการและกิจกรรมทางด้านสังคม และเทคโนโลยี และกระบวนในการสร้าง แบ่งปัน และการประยุกต์ใช้องค์ความรู้
2. การจัดการความรู้เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและพฤติกรรมการแบ่งปันความรู้รวมทั้ง
การบริหารงานทุกส่วน / ฝ่ายในองค์กร (Complexity) และการบริหารความไม่แน่นอน (Ambiguity) โดยผ่านเครือข่ายทางสังคมและการเชื่อมโยงที่ก่อให้เกิดกระบวนการที่ดี
และการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการจัดสรรบุคลากรให้เหมาะสม
โรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นหน่วยสำคัญที่สุดในการจัดการศึกษา เนื่องจากโรงเรียนมีหน้าที่จัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและครูเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานที่เกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนจะต่ำหรือสูงจึงขึ้นอยู่กับผู้บริหารและครูเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ของครูจะต้องอาศัยความรู้และกระบวนการที่เหมาะสมในการจัดการความรู้ซึ่งมีอยู่ทุกที่แม้ในธรรมชาติ โดยจะต้องดำเนินงานร่วมกับนักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และชุมชน ทั้งในฐานะผู้ปฏิบัติ ผู้นำ ผู้ร่วมมือ ดังนั้น บทบาทในการจัดการความรู้ของครูจึงอาจกล่าวได้ดังนี้
๑. บทบาทในการจัดการความรู้ของตนเอง เป็นการจัดการความรู้ในระดับบุคคล ในฐานะผู้นำในการจัดการเรียน การสอนและทำงานร่วมกับผู้เรียน ครูผู้อื่นในโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และชุมชน
๒. บทบาทในการจัดการความรู้ในชั้นเรียน เป็นการจัดการความรู้ร่วมกับผู้เรียนในชั้นเรียน โดยเป็นผู้นำ ผู้สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดกระบวนการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียน เป็นทั้งผู้เรียนรู้และเป็นผู้อำนวยการให้เกิดการเรียนรู้ของผู้เรียน
๓. บทบาทในการจัดการความรู้ของโรงเรียน เป็นการจัดการความรู้ระดับองค์กร โดยร่วมมือกับผู้บริหารโรงเรียน คณะครู และนักเรียน เพื่อให้โรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
๔. บทบาทในการจัดการความรู้ในชุมชน เนื่องจากโรงเรียนเป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของชุมชน รวมทั้งมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนครูจึงมีบทบาทร่วมกับโรงเรียนในการจัดการความรู้ในชุมชน
การจัดการความรู้จำแนกตามหน้าที่
(A Few Examples of Knowledge Management Approaches by Function)
การจัดการความรู้เป็นภารกิจของครูที่จะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นทั้งในส่วนของครูเอง ในชั้นเรียน โรงเรียน และชุมชน เพื่อให้การทำหน้าที่การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และการจัดการศึกษาของโรงเรียนบรรลุเป้าหมาย ดังตารางที่จะกล่าวถึงเป็นตัวอย่างการจัดการความรู้จำแนกตามหน้าที่
|
หน้าที่ (Function) |
ข้อมูล (Data) |
สารสนเทศ (Information) |
ความรู้ (Knowledge) |
|
พันธกิจ(Mission) |
ข้อมูลควรจะถูกรวบรวมเกี่ยวกับความต้องการของชุมชน ผู้เรียน ฯลฯ และกราฟ (demographics) และควรเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์กับเป้าหมายที่นำไปสู่ความสำเร็จตามพันธกิจของสถานศึกษา |
สารสนเทศจะต้องเกิดจากการที่คณาจารย์ คณะครูและทีมผู้บริหารร่วมกันประเมิน ประสิทธิผลของการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนว่าดีหรือไม่ และเพียงใดทำให้พันธกิจของสถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ |
ความรู้จะเกิดจากการแลกเปลี่ยน/การอภิปรายเพื่อนำไปสู่การขยายผลหรือเพื่อจัดโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนหรือเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับความต้องการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจซึ่งสัมพันธ์กับข้อมูลและสารสนเทศ |
|
การวางแผน ยุทธศาสตร์ (Strategic Planning) |
ข้อมูลของผู้เรียน (Out-comes) ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอน |
สารสนเทศที่เกิดจากผลผลิต (Outcomes) ที่นำไปสู่การทบทวนโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน |
คณะครู และคณะผู้จัดการความรู้ร่วมกันประเมินข้อมูลและสารสนเทศ และตัดสินใจที่จะต้องหาข้อมูล/สารสนเทศเพิ่ม หรือมีการปรับปรุง/พัฒนาข้อมูลที่ได้รับ |
กิจกรรมการดำเนินการในการจัดการความรู้ของโรงเรียนวัดเจริญร่มเมือง
ครูเป็นผู้มีบทบาทสำคัญและมีความจำเป็นจะต้องเป็นผู้จัดการความรู้ในระดับต่าง ๆ กิจกรรมการดำเนินการในการจัดการความรู้ สามารถกระทำได้ ดังต่อไปนี้
๑) ขั้นการกำหนดความรู้ ครูจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแต่ละระดับ เพื่อนำมากำหนดความรู้ที่ต้องการในการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งให้ความร่วมมือกับโรงเรียน และบุคคลอื่นในการคิดวางแผน กำหนดความรู้ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอน
๒) ขั้นการแสวงหาความรู้ ครูจะต้องตระหนักถึงความสำคัญของการแสวงหาความรู้ พัฒนาความรู้สามารถของตนเองให้เข้าถึงความรู้ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การแสวงหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเพื่อนร่วมงานโดยการยอมรับในความรู้ความสามารถซึ่งกันและกัน
๓) ขั้นการสร้างความรู้ ครูจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมสร้างความรู้ นวัตกรรมของสถานศึกษา เข้าร่วมประชุมสัมมนา ประชุมปฏิบัติการเกี่ยวกับการเรียนการสอนที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น เช่น การประชุมทางวิชาการเกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน เป็นต้น
๔) ขั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครูจะต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา และเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สมาคมหรือชมรมทางวิชาชีพครู จัดขึ้นอยู่เสมอ รวมทั้ง ดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในลักษณะอื่น ๆ เช่น การเขียนบทความทางวิชาการเผยแพร่ในวารสารของสภาวิชาชีพ การแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
๕) ขั้นการเก็บความรู้ ครูจะต้องพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การใช้เทคโนโลยีในการเก็บความรู้ในรูปแบบเว็ปไซต์ วีดีทัศน์ แถบบันทึกเสียง และคอมพิวเตอร์เป็นต้น รวมทั้ง ครูจะต้องจัดทำแฟ้มพัฒนางาน จัดทำเอกสารประกอบการสอนที่ได้จากการสร้าและการแลกเปลี่ยนความรู้
๖) ขั้นการนำความรู้ไปใช้ ครูจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมโดยการนำเสนอความรู้ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การจัดนิทรรศการ การประชุมสัมมนา หรือการประชุมเสนอผลงานเป็นการเฉพาะ รวมทั้ง มีการเผยแพร่ความรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น วารสาร เว็บไซต์ จดหมายข่าว เป็นต้น
กิจกรรมดังกล่าว ถ้าครูกระทำอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดทักษะและความชำนาญในการจัดการความรู้เพิ่มขึ้น เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ (learning worker) ในที่สุด
บรรณานุกรม
“รูปแบบการจัดการความรู้สมัยใหม่”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
www.geocities.com/kmidea05/data/temarticle.pdf -
“สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่กับการเรียนรู้”. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
http://gotoknow.org/blog/daytec/223577
ที่เห็นชัดๆ..อย่างนึงคือครูมีความตั้งใจในการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับพัฒนาทางวิชาชีพของตนเอง..
เป็นกำลังใจให้ค่ะ..^^
ดีมากครับ ขอลอกไปใช้ได้นะครับ