แม้พวกเธอจะเขียนอะไรกันได้ไม่มาก เพราะในการเรียนการสอนคุณครูคงไม่ค่อยได้ฝึกให้เด็กๆ เขียนบันทึกกันเท่าไรนัก ก็ไม่เป็นไร...ผมยังเชื่อมั่นว่าถ้าเด็กๆ ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ พวกเธอก็จะมีพัฒนาการที่ดีต่อไป

ค่ายอ่านคิดเขียน โรงเรียนวัดหนองปลิง

ย้อนกลับไปดูบันทึกค่ายและภาพกิจกรรมน่ารักๆ ของเด็กๆ หลายครั้งก็เผลออมยิ้มไปกับความเป็นตัวเป็นตนที่กำลังลองผิดลองถูก เรียนรู้ไปตามกระบวนการอ่านคิดเขียนภาคปฏิบัติ ที่ทุ่งสักอาศรมได้มีโอกาสจัดให้พวกเขา โรงเรียนวัดหนองปลิง อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ก็เป็นโรงหนึ่ง ซึ่งได้ฝากผลงานและภาพแห่งความทรงจำไว้ที่ทุ่งสักอาศรม เมื่อ ๒๙-๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ ครั้งนั้น...โดยการนำพาของ ครูดวงฤดี รองผู้อำนวยการโรงเรียน

...
เนื่องจากย่านอำเภอห้วยกระเจา เป็นย่านถิ่นวัฒนธรรมเพลงพื้นบ้านเพลงเหย่อยและเพลงพวงมาลัย ในกิจกรรมการเขียนร้อยกรองจึงได้ให้เด็กๆ ลองเขียนกลอนหัวเดียว (คำเดียว) ง่ายๆ ฝึกการจับจังหวะคำและสัมผัสก่อนการฝึกเขียนร้อยกรองอย่างอื่นๆ

ลองมาดูผลงานของพวกเธอกันนะครับ...

หลังจากเด็กๆ เขียนกลอนหัวเดียวกันแล้ว ได้ให้ทุกคนฝึกท่องอาขยานจากหนังสือกวีนิพนธ์ “ไม้ตะปูและหัวใจ” ซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ที่เขียนด้วยกลอนบทเดียวจบเรื่องแต่ละเรื่อง ใครท่องได้ ๓ เรื่อง (๓ บท) ครูกานท์จะเซ็นชื่อให้เป็นที่ระลึก ปรากฏว่าเด็กๆ ท่องแข่งกันใหญ่เลย ต่างก็กระตือรือร้นกับกิจกรรมนี้ดีมาก...

 

อีกกิจกรรมอีกหนึ่งในค่าย ได้แก่การฝึกเดินสมาธิิ (เดินจงกรม) หลังจากเดินแล้วก็ให้แต่ละคนเขียนความคิดความรู้สึก พบว่าเด็กๆ เขียนคำผิดๆ ถูกๆ บ้าง เขียนชื่อตนเองผิดบ้าง น่ารักดี...คือดีที่เธอยังอุตส่าห์เขียน และเขียนกันทุกคน ผมไม่ทักท้วงอะไร ปล่อยให้เธอเขียนกันด้วยความสบายใจ แม้พวกเธอจะเขียนอะไรกันได้ไม่มาก เพราะในการเรียนการสอนคุณครูคงไม่ค่อยได้ฝึกให้เด็กๆ เขียนบันทึกกันเท่าไรนัก ก็ไม่เป็นไร...ผมยังเชื่อมั่นว่าถ้าเด็กๆ ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ พวกเธอก็จะมีพัฒนาการที่ดีต่อไป เรามาพิจารณาตัวอย่างงานเขียนบันทึกเล็กๆ กันเถิด...