หนังสือ Goeff Colvin. Talent is Overrated : What Really Separates World – Class Performers from Everybody Else, 2008. บอกว่า คนที่ประสบความสำเร็จ ยิ่งใหญ่ เกิดจากมีแรงบันดาลใจภายในกับแรงบันดาลใจภายนอกบรรจบกัน
ผมเชื่อว่าคนเรามีหน่ออ่อนของแรงบันดาลใจภายในต่อหลายๆ เรื่องอยู่ในตัว หน่ออ่อนเหล่านี้ส่งสัญญาณอ่อนๆ หรือแผ่วๆ มาบอกความรับรู้ของตัวเรา ส่วนใหญ่มันแผ่วเสียจนตัวเราเองไม่ได้ยินหรือไม่รู้สึก แต่ครูที่ดี ครูที่เอาใจใส่ศิษย์ (ครูเพื่อศิษย์) จะรับสัญญาณนี้ได้ แล้วครูก็ทำหน้าที่ “ขยายสัญญาณ” (amplifier) ของแรงบันดาลใจ
นี่คือครูที่สังคมต้องการ
ถ้าเป็นเช่นนี้ ครูที่เราต้องการ ครูที่มีคุณค่าสูงส่งต่อสังคมคือครูที่มี “แก้ว ๓ ประการ” อยู่ในตัว
o แก้วประการที่ ๑ ความเอาใจใส่ศิษย์
o แก้วประการที่ ๒ ทักษะในการจับสัญญาณจากหน่ออ่อนของแรงบันดาลใจของศิษย์
o แก้วประการที่ ๓ ทักษะในการขยายสัญญาณของแรงบันดาลใจของศิษย์
โปรดสังเกตว่า เนื้อความรู้รายวิชา ไม่ได้รับการยกย่องให้เป็น “แก้ว” ความรู้รายวิชาของครู สู้ความเอาใจใส่ศิษย์ไม่ได้ สู้ทักษะในการเติมแรงบันดาลใจแก่ศิษย์ไม่ได้
“แก้ว ๓ ประการ” ของครู ในความเห็นของท่านคืออะไร ขอเชิญ ลปรร. กันครับ
หมายเหตุ
ขอขอบคุณ คุณเจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ แห่ง www.siamintelligence.com ที่มอบหนังสือเล่นนี้ อ่านแล้วเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนบันทึกนี้
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.พ. ๕๒
สวัสดีครับ
ในฐานะเคยเป็นครู และ เป็นพ่อคน อายุเริ่มมาก แล้ว
เห็นว่า การใส่ใจศิษย์ และสอนแบบ ไม่รู้ตัว เช่น สอนโดยการถาม กึ่งคุย แบบ indirect teaching ดีที่สุด แต่วิธีนี้ ใช้กับ การเรียนการสอนกลุ่มใหญ่ในห้อง ไม่ง่ายนัก
สำหรับผม ทักษะการทั้งคำถาม เพื่อการเรียนรู้ สำคัญมาก ถามให้พอเหมาะ พอดี ไม่ง่ายเกินไป ไม่ยากเกินไป ถามถูกเวลา ถูกจังหวะ
เราฝึกถามลูก(ศิษย์ ) ก็อาจจะทำให้ เขามีนิสัย ตั้งคำถามเอง และ หาคำตอบ ที่ดีดีได้จากการค้นคว้าเอง หรือ สอบถามแลกเปลี่ยนจากผู้รู้ทั้งหลาย
ผมจะชม เสริมแรง เมื่อลูก สามารถได้ คำตอบ ถูกต้อง จากการไปศึกษาจากผู้รู้อื่น เทียบกับการค้นคว้าเอง
ครูจึงควร สอนให้ศิษย์เรียนได้เอง จากการค้นคว้า หรือ จากการเฝ้าสังเกตุ เปรียบเทียบ และ เรียนได้จากผู้รู้อื่นๆ