ได้ไปปฎิบัติธรรมมาหลายวัน ก็หมดสงสัยไปเลยว่าทำไม พระสงฆ์ในสายตาเราจึงสำรวม
เพราะ "ทำข้อวัตรปฏิบัติให้เข้มแข็ง" ดังท่านว่าไว้ในโอวาทนี้เอง
และนี่คงจะเป็นเครื่อง เตรียมพร้อมอย่างดี สำหรับการ ต่อไป คือ
การฝึกจิตฝึกใจให้แข็งแกร่ง .......พอได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้วจึง อ๋อ การอยู่ง่ายกินง่าย ก็สามารถลดความอยากภายในได้ด้วย นี่เอง
การฝึกกายใจ ก็ต้องมองโลกแง่ดีด้วย เอาทุกอย่างมาเป็นบทเรียน เพราะเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะทำให้เรารู้จักทำจิตใจให้สงบ ได้สร้างบุญบารมี ทั้งนั้น ไม่ว่าจะขัดห้องน้ำ กวาดพื้น ก็หัดดูกายใจไปเรื่อย.......ได้
อื่ม! ต้องฝึกอ่านอะไรให้ขาด ปัญญาต้องแวววาว
ขอบพระคุณที่แบ่งปัน คนธรรมดา อย่างเราก็สามารถนำมาใช้ได้
(ที่มาจากบันทึก โอวาทพระใหม่... )
การต่อสู้ เดินทวนกระแสกิเลสนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยการคิด การอ่าน หรือการฟัง...
การคิด การอ่าน การฟังทำให้มีความรู้ "มีความรู้ แต่ไม่มีกำลัง"
การต่อสู้ต้องใช้ทั้งกาย ใช้ทั้งใจ ต้องใช้กำลังกาย และกำลังใจ
ข้อวัตร ข้อปฏิบัติ เป็นสิ่งที่สร้างให้ทั้งกายและใจมีกำลัง มีพลังที่จะไปสู้ ไปเดินทวนกระแสกิเลสนั้นได้
ถึงแม้ว่ามีความรู้มาก แต่มีกำลังน้อย กิเลสและตัณหาย่อมเข้ามาถล่มทลายเราได้เสมอ
การทำความดี ทำให้มีพลัง
การเสียสละ ทำให้กำลังนั้นบริสุทธิ์
พลังอันบริสุทธิ์นั้น เป็นพลังที่สามารถต่อสู้กับศัตรูคือพญามารได้
และเป็นการต่อสู้ที่ไม่เจ็บทั้งกาย และปลอดภัยทั้งใจ
การต่อสู้ในสนามรบทั่วไปนั้นจักต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายหรือสูญเสีย "ชนะได้ แพ้ก็เสีย..."
แต่การต่อสู้ในสนามรบแห่งธรรมนี้จัดได้ว่าเป็น Win-Win Solution คือ เป็นการชนะทั้งสองฝ่าย ได้ทั้งคู่ ถึงแพ้ก็ได้ ถึงชนะก็ได้
แพ้ก็ได้ปัญญา ชนะก็ได้ปัญญา
การต่อสู้ตามแนวทางแห่งอริยมรรคนี้ ไม่มีสิ่งใดเสีย ทุกย่างก้าวล้วนสร้างความแข็งแกร่ง เสริมความแข็งแรง
พระก็คือคน คนก็คือพระ
เพราะการเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ
คนที่มีใจสู้ ไม่ขี้เกียจ ขี้คร้าน มีปฏิปทาตั้งมั่นที่จะปล่อย ละ วางซึ่งความโลภ ความโกรธ ความหลงนั่นก็คือ คนที่มีใจเป็น "พระ"

"เพราะการเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ" สาธุ ท่านกล่าวซึ้งใจ
สนามรบในทางธรรม เราสามารถเอาทุกสถานะการณ์ในชีวิตประจำวัน มาเป้นบทเรียนได้จริงๆเสียด้วย
ไม่ต้องหนี ไม่มีแพ้ชนะแตกหักไปข้างหนึ่งแบบโลกๆ
สาธุ
เรียนถาม รูปที่ไหน! ดูลุยๆมากเลย ?