ศิลาขอมอบกลอนแห่งความรักที่ประพันธ์เมื่ออายุประมาณ 14 ปีให้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ 2552

 กุหลาบแดงแทนรักจากใจฉัน        มอบในวันวาเลนไทน์ใจใฝ่หา

ดอกที่หนึ่งตรึงแนบในอุรา            เทอดบูชาเหนือสิ่งใดไหนจะปาน

 

นั่นก็คือความรักของพ่อแม่           ซึ่งแน่แท้ประเสริฐเลิศไพศาล

พระคุณท่านมิรู้จบยากพบพาน       ดุจสายธารไหลหลั่งเลี้ยงชีวี

 

ดอกที่สองปองจิตอธิษฐาน            ดลบันดาลให้คุณครูจงสุขี

พระคุณท่านดุจประทีปส่องชีวี        ให้ศิษย์นี้รู้ทางเลี้ยงสร้างตน

 

ดอกที่สามนำรักเพื่อมอบให้            ยอดดวงใจหวังสิ่งใดประสบผล

ให้รักเรายาวนานดั่งสายชล             อย่าไหลวนแล้วจากไปลับสายตา

 

ดอกที่สี่นี้ขอมอบแด่เพื่อนเพื่อน          มิลืมเลือนเตือนจิตคิดใฝ่หา

วัยแรกรุ่นดรุณีที่ผ่านมา                   ทุกเวลากลิ่นกุหลาบซาบซึ้งใจ

 

ดอกที่ห้าเมตตาธรรมค้ำจุนโลก           ที่ทุกข์โศกพลันมลายกลายสดใส

ความรักนี้แด่สรรพสิ่งด้วยดวงใจ           มอบแด่ไฟที่เผาผลาญทุกชีวี

 

ให้หมดสิ้นกลิ่นไอของคาวเลือด           ความทุกข์เผือดสิ้นสลายให้สุขี

ทั่วทั้งโลกหมดทุกข์ภัยไร้ราคี              มีไมตรีต่อกันนิรันดร์เอย

          --------------------------------------------------

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าแต่งกลอนไว้นานนับทศวรรษ (มากกว่าสิบปี)  ทำไมยังจำได้…..

 

ขอเรียนจากใจจริงไม่อิงนิยายว่าเรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นความทรงจำที่ดี ที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง  เราจะจำสิ่งนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แม้ไม่ได้จดบันทึกคำกลอนเก็บไว้ แต่ก็ฝังลึกในหัวใจ ดึงมาเมื่อไร ก็ดึงได้ทันที เหมือนระบบคอมพิวเตอร์เลย 

ต่างตรงที่ระบบคอมพิวเตอร์เก็บไว้หมดทุกบันทึกและอาจมีไวรัสมาทำลาย  แต่ศิลาเลือกเก็บค่ะเก็บไว้ได้นานเท่านานข้อมูลจะถูกทำลายก็ต่อเมื่อไม่มีลมหายใจ หรือสมองไม่ทำงานตามปกติค่ะ

กลอนนี้จำได้ว่าคุณครูท่านหนึ่งอ่านเสร็จก็ขอนำกลอนไปเขียนใส่กรอบไว้ติดข้างฝาที่บ้าน และก็ยังอ่านออกไมค์ให้ทั้งครูและนักเรียนฟัง...จำไม่ได้ว่าได้รับอะไรเป็นรางวัลการแต่งกลอนดีเด่น  ที่จำได้ก็เพียงแค่มีคุณครูมาขอจดคำกลอนเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึกกันหลายท่าน

พอเข้ามหาวิทยาลัยก็นำกลอนเดียวกันนี้ไปหากินใหม่รอบสอง โดยไม่สนใจกติกาการแต่งกลอนที่เขากำหนดไว้ว่าไม่ให้เกินกี่บท...ไม่สนรางวัล...สนเพียงแค่ได้เผยแพร่ออกไป

เขียนตรงนี้ จึงถึงบางอ้อว่านิสัยแบบนี้มีมาตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น จนถึงชรา ก็ไม่เปลี่ยน....

ผลก็คือจำนวนบทกลอนมากเกินกว่ากติกาที่เขากำหนดจริง ๆ เพราะเล่นไม่ยอมแก้ไขปรับปรุงใหม่...แต่ก็ได้รับรางวัลชมเชยค่ะ  ซึ่งเป็นรางวัลเดียวที่ได้... ไม่มีใครได้ที่หนึ่ง...

ถูกใจคณะกรรมการ แต่ไม่ถูกต้องตามกติกาค่ะ...อย่านำไปเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ

สุดท้ายค่ะ "ความรักมีหลายมิติ"  วันวาเลนไทน์อยากให้มองว่าเป็นความรักที่มอบให้แก่ทุก ๆ  ท่านที่เอ่ยไว้ในบทกลอน ไม่เฉพาะเจาะจงเพียงแค่คนคนใดคนหนึ่ง...เพราะความรักที่งดงาม ก็คือ "เมตตา สันติ"  แท้จริงแด่สรรพสิ่งที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันในโลกใบนี้

------------------------------------------------------------