วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมาได้ไปศึกษาดูงาน การจัดการความรู้ ที่โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวร โดยมีอาจารย์ รุจโรจน์ เป็นผู้นำกลุ่มพาไป
1. ทำอย่างไรให้คนในองค์กรเข้ามาร่วมในกระบวนการนี้ (อยากรู้มากๆๆ เพราะการรับฟังข้อมูลจากเพื่อนๆหลายคนบอกมาว่า คนที่ได้พูดคุยโดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ๆ มองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือเป็นการเพิ่มภาระงาน ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่อยากเข้า)
2. ผู้จัดการ KM ใช้เทคนิคอะไรที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกระบวนการ km ดึงเอาความรู้ที่อยู่ภายในตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเจ้าหน้าที่หลายๆระดับเข้ามาร่วมกัน ทำอย่างไรให้ลูกน้อง (โดยสายงานบังคับบัญชา ซึ่งมักจะเกรงใจหัวหน้า) กล้าพูดออกมา
3. ทำอย่างไรที่จะทำให้คนที่มีรวมกลุ่มกันแล้วไม่เกิดการทะเลาะกัน
4. เมื่อได้องค์ความรู้ออกมาแล้ว นำไปใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน อะไรเป็นตัวชี้วัด
5. ทำอย่างไรให้กระบวนการ km มีความต่อเนื่อง และคนในองค์กรมีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
คาดหวังไว้ตั้งหลายข้อนะและเมื่อได้เข้าไปดูงานจริงก็ได้พบกับคณะผู้จัดการ km จากหลากหลายงาน พี่ๆทุกคนน่ารักมาก เป็นกันเอง ตอบคำถามให้เราได้ไขข้อข้องใจหลายๆข้อ

สรุปประเด็นคำตอบของตัวเราเองก็คือ
- ทุกคนที่เข้ามาร่วมกระบวนการ เข้ามาด้วยใจ มีศรัทธาและมีความรักในองค์กร ทำให้การทำ km ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อ เป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมใจทำ
- เทคนิคสำคัญที่คิดว่าเป็น“หัวใจ” ของกระบวนการ คือ“การเป็นผู้ฟังที่ดี” เป็นสิ่งที่ซื้อใจคนได้ทุกระดับ เมื่อเรารับฟัง คนก็จะพูดออกมาโดยไม่ต้องร้องขอ
- สิ่งที่ทำให้คนที่มารวมกลุ่มพูดคุยกันแล้วไม่ทะเลาะกัน คือ “สายใยความผูกพัน”ของผู้ร่วมงานที่อยู่กันอย่างพี่น้อง และคนในครอบครัว
- องค์ความรู้ที่ได้มานำไปใช้ประโยชน์ได้มาก เพราะเป็นสิ่งที่ได้จากการปฏิบัติงานจริง ไม่มีเขียนไว้ในตำรา โดยทุกคนมีจุดมุ่งหมายสูงสุดร่วมกันคือ “ความปลอดภัยของผู้ป่วย” ตัวชี้วัดก็คืออัตราการเกิดความผิดพลาดทางการรักษาพยาบาลต่างๆที่ลดลง
- ความต่อเนื่องของกระบวนการ km จะเกิดขึ้นเองถ้าสามารถทำให้บุคคลในองค์กรเกิดศรัทธาและความรักได้ km จะกลายเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่ไม่ถูกมองว่าเป็นภาระอีกต่อไป
นอกจากนี้แล้วสิ่งที่ได้มาโดยไม่ได้คาดหวังมาก่อนคือ ได้เห็น“การเขียนรายงานความเสี่ยง” ที่ทำได้ดีมาก ทุกคนยอมรับในสิ่งที่ทำ กล้าเขียน กล้าเปิดเผย สร้างค่านิยมให้คนในองค์กรคิดว่าสิ่งที่ผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นโอกาสในการแก้ไขและพัฒนา
นับว่าการได้ไปดูงานในครั้งนี้มีความคุ้มค่ามาก ให้แง่คิดหลายๆอย่างที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับการพัฒนาตัวเองและหน่วยงาน โดยเฉพาะการเป็นผู้ฟังที่ดี มีความรักและศรัทธาในงานที่ทำ ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและปรับปรุงแก้ไข สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนทำงานอย่างเราทำงานได้อย่างมีความสุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง
น่าเสียดายที่เรามีเวลาแค่ครึ่งวัน ทำให้ไม่ได้ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อื่นๆในโรงพยาบาล ครั้งหน้าถ้าอาจารย์รุจโรจน์จัดกิจกรรมแบบนี้อีก ขอเพิ่มในส่วนของการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานต่างๆด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะที่ให้โอกาสดีๆกับพวกเรา
สิ่งที่คาดหวังจากการไปดูงานครั้งนี้มีหลายประเด็น (ตามประสาผู้ไม่มีประสบการณ์ ก็เลยคาดหวังไว้มากๆ) คือ
เขียนได้เยี่ยมมากเลยนะคะ
อ่านเพลิน มีลำดับความคิด
และขั้นตอนการนำเสนอAARที่ชัดเจน
ครูต้อยขอนำไปเป็นแบบอย่างนะคะ
เอารุ่นพี่รุ่นสองของโรงพยาบาลพิษณุโลกมาฝากค่ะ
ไปเจอท่านที่ค่ายเบาหวานสุข แบบไม่หวานครั้งที่ 2ที่นี่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
เข้ามาเยียมชมค่ะ บันทึกได้น่าอ่านมาก ทำKMเสร็จเมื่อไร อย่าลืมชวนไปดูงานนะค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
จานแดง
เข้ามาอ่านต่ออีกรอบครับ