ครูพันธุ์ใหม่

คุรุสภาปักธงผลิตครูพันธุ์ใหม่ ข่าววันที่ 11 มกราคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ คุรุสภาปักธงผลิตครูพันธุ์ใหม่ ชง2ยุทธศาสตร์จูงใจ/จัดทุนสนับสนุนหัวละ1แสนต่อปีได้ครูดีปีละ7,000คน พร้อมผลิตสื่อ-ตำราใหม่หมด นายดิเรก พรสีมา ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า หลังจากพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 มีผลบังคับใช้ คุรุสภาได้พยายามดำเนินการให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง แต่ก็ประสบความสำเร็จในวงจำกัด ซึ่งอุปสรรคสำคัญ คือ คุณภาพของสมาชิกวิชาชีพยังไม่สูงขึ้นตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เพราะนิสิต นักศึกษาสายครูส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนชั้น ม.6 ที่ไม่สามารถเลือกเรียนคณะอื่นได้ คณาจารย์ก็หาบุคคลชั้นเยี่ยมได้เพียงน้อยนิด อุปกรณ์การเรียนการสอนไม่ทันสมัย การวัดและประเมินผลยังเน้นข้อสอบปรนัย บัณฑิตครูจบแล้วไม่มีงานทำ เพราะผลิตเกินความต้องการของโรงเรียน รายได้ครูไม่เพียงพอ นอกจากนี้ครูประจำการจำนวนมากยังปฏิบัติหน้าที่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานของ วิชาชีพชั้นสูง ทั้งนี้ การทำให้อาชีพครูกลายเป็นวิชาชีพครูได้ จำเป็นต้องดำเนินการใน 2 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์แรก การให้ทุนและจำกัดจำนวนนักเรียนครูที่จะรับเข้าศึกษาในแต่ละปี และ ยุทธศาสตร์ที่สองการจัดหลักสูตรฝึกอบรมครูที่ตรงกับภารกิจแต่ละวันของครู ดังนั้นเมื่อเร็วๆ นี้จึงได้ส่งหนังสือเรื่องการพัฒนาวิชาชีพครู พร้อมทั้งแผนยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินงาน ไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้ช่วยสนับสนุนและผลักดันให้ให้อาชีพครูเป็นวิชาชีพครูที่แท้จริง ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า ในยุทธศาสตร์แรก รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องจัดสรรทุนให้แก่นักเรียนครูในแต่ละปีเท่ากับจำนวนครูที่หน่วยงานผู้ใช้ครูจะต้องบรรจุในอีก 5 ปี ข้างหน้า โดยประมาณ 7,000 ทุนๆ ละ 1,000,000 บาทต่อปี หรือโดยเฉพาะปีละ 700 ล้านบาท เมื่อดำเนินการให้ทุนครบ 5 ปี ศธ.ก็จะใช้งบประมาณเพียงปีละ 3,500 ล้านบาท และเพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษาบรรจุนักเรียนทุนได้โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก ศธ.ควรเสนอแก้กฎหมายเพื่ออนุญาตให้หน่วยงานทางการศึกษา บรรจุบัณฑิตครูที่เป็นนักเรียนทุน นอกจากนั้นต้องปรับปรุงกฎหมายให้นักเรียนทุนที่สำเร็จหลักสูตรการผลิตครูประถมศึกษาได้รับใบอนุญาตประกอบการสอนในระดับประถมศึกษา ส่วนนักเรียนทุนที่สำเร็จหลักสูตรการผลิตครูคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ ภาษาไทย ฯลฯ ในระดับมัธยมศึกษาก็ให้ได้รับใบอนุญาตประกอบการสอนคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ ฟิสิกส์ หรือภาษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตามแต่กรณี และหลังการบรรจุเข้ารับราชการครู ศธ.ต้องติดตามผลการปฏิบัติงานนักเรียนทุนอย่างใกล้ชิด หากดำเนินการดังกล่าว เราก็จะได้ครูดีเพิ่มขึ้นปีละ 7,000 คนและภายใน 15-20 ปี โรงเรียนในประเทศไทยก็จะมีแต่ครูเยี่ยมๆ นักเรียนไทยและคนไทยในอนาคตก็จะมีแต่คนเยี่ยมๆ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็จะเพิ่มสูงขึ้น สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การจัดหลักสูตรฝึกอบรมครูที่ตรงกับภารกิจแต่ละวันของครู ในการแก้ปัญหาระยะสั้นและเฉพาะหน้า ศธ. หน่วยงานผู้ผลิตครู สถาบันพัฒนาครู และหน่วยงานผู้ใช้ครูควรพัฒนาหลักสูตรการพัฒนาครูระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษาแยกจากกัน โดยการพัฒนาครูระดับประถมศึกษาควรเน้นความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพครู เช่น การพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอนวิชาต่างๆ ในระดับประถมศึกษา การบริหารจัดการชั้นเรียน เป็นต้น ส่วนการพัฒนาครูระดับมัธยมศึกษาควรเน้นที่การเพิ่มความรู้และเทคนิคการสอนวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษา เช่นความรู้และเทคนิคการสอนวิชาภาษาอังกฤษชั้น ม.3 ความรู้และเทคนิคการสอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ม. 5 เป็นต้น โดย ศธ.ต้องลงทุนพัฒนาสื่อโดยเฉพาะตำราเรียนสำหรับนักเรียนและคู่มือการสอนสำหรับครูด้วย ครูพันธุ์ใหม่ รับทุนเรียนฟรี 5 ปี ชงรัฐจัดทุนครู5ปีรุ่น2เริ่มรับนักศึกษาปี53 ศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงแนวคิดที่จะฟื้นโครงการผลิตครูการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับปริญญาตรีหลักสูตรครู 5 ปี หรือ ครูพันธุ์ใหม่ ว่า ตนยืนยันมาตลอดว่า หากต้องการได้เด็กที่มีความสามารถเข้ามาเป็นครู จำเป็นต้องจัดสรรทุนการศึกษาให้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เป็นการพิสูจน์แล้วว่าโครงการคุรุทายาท หรือ หลักสูตรครู 5 ปี ทำให้เราได้คนมีความสามารถมาเป็นครูจริง และนักศึกษาที่เข้าโครงการเหล่านี้ก็ล้วนมีความตั้งใจที่จะเข้าสู่วิชาชีพครู เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ควรดำเนินโครงการนี้และจัดทุนการศึกษาให้แก่เด็กอย่างต่อเนื่อง อย่าทำแล้วหยุดหรือทำปีเว้นปี เพราะจะทำให้การผลิตบุคลากรที่มีความสามารถขาด ช่วงได้ “ผมอยากฝากถึงรัฐบาลว่า การให้ทุนผลิตครูควรคัดเลือกเฉพาะสถาบันที่มีความถนัด เข้มแข็ง และมีความพร้อมอย่างแท้จริง ไม่ควรให้ดำเนินการในทุกสถาบันที่มีหลักสูตรครู เพราะจะทำให้ได้บัณฑิตครูกระจัดกระจายไปทั่ว ซึ่งจะไม่ได้ผลดีนัก และในการผลิตบัณฑิตครูก็ควรเลือกเฉพาะสาขาที่จำเป็น เพื่อให้ได้ครูรุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเดียวกันอย่างแท้จริง เมื่อจบออกไปบัณฑิตกลุ่มนี้จะเข้าสู่วิชาชีพครูพร้อมกัน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการศึกษาได้ แต่หากไม่ทำให้เกิดกลุ่มก้อนครูพันธุ์ใหม่ก็ อาจจะถูกระบบเก่ากลืนไปหมด” ศ.ไพทูรย์ กล่าว ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า จากผลการประเมินโครงการหลักสูตรครู 5 ปี รุ่นที่ 1 พบว่า เป็นโครงการที่ดีและควรมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด สำหรับหลักสูตรครู 5 ปี รุ่นที่ 2 นั้นจะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2553 เป็นทุนต่อเนื่อง 5 ปี รับนักศึกษาปีละ 2,500 คน ซึ่งคาดว่าจะใช้งบฯ ปีละประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยรวม 5 ปี จะสามารถผลิตครูได้ถึง 12,500 คน และทำให้มีครูที่เก่งและดีหรือ “ครูพันธุ์ใหม่” เข้าสู่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มากขึ้น และเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพครู ทั้งนี้คาดว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้คณะทำงานจะ สามารถสรุปข้อมูลเพื่อนำเสนอนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาและนำเข้าเสนอ ครม.ต่อไป. ที่มา : เดลินิวส์ ครูพันธุ์ใหม่5ปี คอลัมน์ ปันความคิด สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย --------------------------------------------------------------------------------

 

 

 

การผลิตครูประจำการในยุคปฏิรูปการศึกษาที่แต่เดิมกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ 6 ปี จำนวน 160-180 หน่วยกิต แต่ในยุคนายปองพล อดิเรกสาร ได้มีมติปรับเปลี่ยนหลักสูตรใหม่เป็น 5 ปี เรียนหน่วยกิตไม่เกิน 165 หน่วยกิต การเปลี่ยนครั้งนี้น่าจะถูกต้องและตรงกับหลักการผลิตครูทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ล้วนแต่ลดระยะเวลาลงในระดับปริญญาตรีแทบทั้งสิ้น ที่แล้วมาปัญหาครูประจำการที่ทำงานเช้าชามเย็นชาม ไม่มีคุณภาพ และไม่ใส่ใจคุณภาพการสอน ขายสินค้าแอมเวย์ ประกันชีวิต มีหนี้สินรุงรัง ขาดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จริยธรรมวิชาชีพตกต่ำลง ล้วนมิใช่สาเหตุมาจากจำนวนปีที่เรียนในสถาบันฝึกหัดครู 4 ปีที่มีอยู่ สาเหตุวิชาชีพครูตกต่ำลงล้วนมาจากระบบราชการที่รวมศูนย์เข้าสู่ส่วนกลาง ประจบสอพลอนักการเมือง อธิบดีปลัดกระทรวง มีการวิ่งเต้นโยกย้ายไม่เป็นธรรม ระบบอุปถัมภ์พรรคพวก กระบวนการพิจารณาความดีความชอบไม่โปร่งใส ข้าราชการครูที่ตั้งใจทำงานขาดขวัญและกำลังใจ การบริหารจัดการการนิเทศติดตามผลมุ่งเติบโตขยับตำแหน่งและฐานะเป็นแนวดิ่งเข้าสู่ผู้บริหารกรมกองเป็นสำคัญ มิใช่แนวราบที่ถูกทิ้งตามยถากรรม ไม่มีใครใส่ใจการทำงานของครู คุณภาพนักเรียนแม้แต่น้อย ครูจำนวนไม่น้อยจึงทิ้งชั้นเรียนอุดมการณ์ ความตั้งใจในระบบ คอร์รัปชั่นเวลาปล่อยตามสบาย กั๊กวิชา ขายสินค้า มาสาย เลิกก่อนเวลา สอนไม่เต็มที่ทำงานแบบซังกะตายก็ไม่เกิดอะไรเพราะไม่มีใครสนใจเรื่องคุณภาพทุกปีทุกคนได้อย่างน้อย 1 ขั้นไม่แตกต่างกัน ระบบราชการที่กระทรวงศึกษาธิการเป็นเช่นนี้ ต่อให้สอนนาน 6 ปี นักศึกษาครูอยู่ในระบบเข้มข้นเพียงใด เมื่อต้องทำหน้าที่ในวัฒนธรรมเช้าชามเย็นชามไม่เกิน 3 ปีก็ถูกกลืนเข้ากับครูเดิมที่มีอยู่แล้วทั้งสิ้น การปฏิรูปหลักสูตรฝึกหัดครูกลับมาอยู่ที่ 4 ปี ฝึกงานอีก 1 ปี ในมิติครูพันธุ์ใหม่จึงต้องกำหนดคุณลักษณะที่ชัดเจนหลายประการนับแต่ 1) พื้นฐานของความรักในวิชาชีพครูมีแววในวิชาชีพ ทัศนคติที่ดีต่อเด็กนักเรียน 2) สหวิทยาการรู้ทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา และอื่นๆ 3) การสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ จากการวิจัยศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 4) เชี่ยวชาญรู้เฉพาะสาขาในวิชาที่ตนเองถนัดอย่างลุ่มลึก เชื่อมโยงสัมพันธ์ 5) มี INNOVATIVE MIND และ RESEARCH MIND 6) ทำงานกับผู้อื่นในชุมชนสถานศึกษา ปราชญ์ ภูมิปัญญาชาวบ้านได้ 7) เป็นกัลยาณมิตรให้คำแนะนำ ปรึกษาหารือ แก้ไขปัญหาชีวิตเด็กนักเรียนเรื่องยาเสพติด เพศเสรี วัตถุนิยม อินเตอร์เน็ต และอื่นๆ 8) เป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitators) ชี้แนะแหล่งความรู้ การเข้าถึงแหล่งการศึกษา ความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ทางวิทยาการ 9) รู้จักสิทธิเด็ก คุณค่าในความรู้ความสามารถที่เด็กแต่ละคนมีอยู่ 10) เชื่อมั่นตนเอง กล้าหาญทางวิชาการ เคารพในจรรยาบรรณวิชาชีพตนเองไม่ประพฤติผิดวินัยครู มีวิถีชีวิตยึดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ขอให้ครูพันธุ์ใหม่ที่ผลิตในเวลา 5 ปี มีคุณสมบัติดังกล่าว มีการปฏิรูประบบราชการให้ยุติธรรม ถูกต้อง โปร่งใส มีการติดตามตรวจสอบครูทุกคน มีโอกาสความก้าวหน้าทัดเทียมกันนิเทศเอาใจใส่ครูอย่างทั่วถึง และการเมืองในแนวนโยบายให้คงเส้นคงวาต่อเนื่อง อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แค่นี้การปฏิรูปคุณภาพครูที่ยากและทำไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งก็น่าจะบรรลุผลได้ เลิกวุ่นวายกับจำนวนปีเสียที วงการผลิตครูไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยกับหลักสูตร 6 ปี เพราะไม่ได้ประกันคุณภาพครูให้ดีขึ้นได้แม้แต่น้อย แต่จะยิ่งเสียเวลานานขึ้น เนื้อหาซ้ำซ้อน และหานักศึกษามาเรียนยากยิ่งขึ้นไปอีก -------------------------------------------------------------------------------- แหล่งที่มา ข่าวสด ฉบับที่ 4390 [หน้าที่ 5 ] ประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2545