เราก็ได้แต่หวังว่า ประสบการณ์ คงจะทำให้เราได้เห็นว่า อะไรดี อะไรไม่ดี มีแนวทางแก้ไขปรับปรุงให้การเรียนการสอนและพฤติกรรมของนักเรียนดีขึ้นได้อย่างไร
การเรียนรู้จากประสบการณ์รอบข้าง
สภาพแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น
เป็นมหาวิทยาลัยชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกระบวนการเรียนรู้
เริ่มต้นจากวัยทารกจนล่วงเข้าสู่วัยทำงาน
ล้วนผ่านประสบการณ์ที่ดีและเลวร้ายมามากมาย
เพียงแต่ว่าเราจะเลือกบริโภค
หรือแนวทางดำเนินชีวิตไปในด้านใด
ทุกสรรพสิ่ง
ถ้วนเป็นเหรียญสองด้าน
การศึกษา ค้นคว้า
สังเกต
จดจำ
นำมาปฏิบัติ
ลองผิดลองถูก ย่อมทำให้เราเกิดความชำนาญ ในงานที่กระทำ
...พรสวรรค์
พรแสวง
เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเรียนรู้
ประกอบกับการเป็นครูลักมักจำ สอดรู้สอดเห็น สืบเสาะ ซักถาม ศึกษาตำรับตำราประกอบ
ย่อมก่อให้เกิดแนวความคิดใหม่
หรือที่เรารู้จักกันในคำว่า
นำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับงาน
ประสบการณ์งานด้านอาชีพครู ครูที่ดี
มีความมุ่งมั่นในการสอน
ย่อมจะต้องศึกษาหาความรู้ จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทั้งในและห้องสถานที่
ทั้งด้านวัตถุและบุคลากร
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
งานด้านศิลปะดนตรี
ผมมีความเชื่อว่า
หากเราเดินตามตำรา
วิชาการที่เรียนรู้มา
คงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ทฤษฎีเป็นเพียงตัวชี้แนวทาง
หลักการและขั้นตอนการปฏิบัติ
การออกหาประสบการณ์จากภายนอก จะทำให้เรารู้กว้าง พบเห็นสิ่งใหม่ๆ
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว
ผมเล่นดนตรี
คีย์บอร์ด
ตีกลองได้
เพราะประสบการณ์
สอบถามลักจำ
หน้าด้านหน้าทน
แม้จะถูกผู้มีประสบการณ์บ่น หรือว่าให้
ก็ไม่ลดความมานะพยายาม
รวมไปถึงงานด้านศิลปะ
ในอดีต งานศิลปะ เป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเป็นอย่างสูง ไม่ง่ายเหมือนในปัจจุบันนี้
ที่พึงพาอาศัยระบบอีเลคโทนิค เข้ามาเป็นหลักในการทำงาน
ถามครูศิลปะด้วยทั่วไป
ว่าพอใจหรือไม่กับงานวาดภาพ งานเขียนที่ใช้ระบบการปริ้นท์ จากเครื่องอิ้งเจ็ท
หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะ ชิ้นงานที่ปรากฏ มันไร้อารมณ์ ไม่ดึงดูดความรู้สึก ไม่เป็นธรรมชาติ หากเราลงมือปฎิบัติ
ด้วยตนเอง วาดเอง
เขียนเอง
ลงสีเอง
หรือที่เราเรียกว่า
ฟรีแฮนด์
ทำจากมือ
ภาพ อักษรที่ออกมา
จะให้ความรู้สึกดีๆต่อชิ้นงานนั้น ได้ทั้งอารมณ์ ได้ทั้งแนวความคิด
ได้ทั้งรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญ
ได้ความวิริยะอุตสาหะ
ความมีสมาธิ
ความตั้งใจ
เนื่องจากงานที่ได้แต่ละชิ้น ต้องใช้ระยะเวลา
ผมได้รับประสบการณ์ ในหลายๆด้านจากจากบุคคลรอบข้าง
และสภาพสิ่งแวดล้อมในสังคมชุมชนต่างๆ
แม้จะไม่ได้เรียนจบในระดับการเรียนที่สูง ซึ่งแต่ก่อนนั้น เด็กในชนบท ที่เป็นลูกตาสีตาสา
ชาวนาชาวไร่
ได้เข้าเรียนในระดับวิทยาลัยครู วุฒิป.กศ.ต่ำ ไม่มีวิชาเอกวิชาโท
ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจแล้ว
ในสมัยเมื่อสามสิบสี่สิบปีที่ผ่านมา
แหล่งการเรียนรู้งานด้านศิลปะที่ดีที่สุด ก็คือโรงภาพยนตร์ ร้านรับเขียนป้าย
ได้เห็นช่างบรรเลงงานศิลปะ
เกิดความรู้สึกว่าเขาเก่ง ไม่ว่าจะการผสมสี
การวาดภาพเหมือน
การเขียนตัวอักษร
การใช้พู่กัน
การเล่นแสง สี เงา
เขาทำได้ดี มีอารมณ์ร่วมผลงานที่ออกมาปรากฏต่อสายประชาชน
จึงเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจในฝีมือของตนเอง
ธรรมชาติของมนุษย์
ย่อมจะเก่งเหมือน
ทำได้เหมือนกัน
เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
แต่สิ่งที่ได้เหมือนกัน
คือความภูมิใจในชิ้นงานของตนเอง
มีผู้กล่าวไว้ว่า
เหล่าบรรดาช่างศิลป์
มีจินตนาการที่ไม่เหมือนใคร
มองอะไรก็เห็นสวยเห็นงามไปหมด แม้แต่กองขยะ ก็ยังสามารถนำมาวาด
จินตนาการให้เป็นงานที่มีคุณค่าได้อย่างดี
ประสบการณ์งานต่างๆที่เราได้รับมา
สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน
ประยุกต์ได้กับทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูศิลปะนั้น บางคนกล่าวว่า
เป็นครูที่สกปรก ใจร้อน
นั้นคือมุมมอง จากคนที่ไม่เข้าใจในอารมณ์ของศิลปิน ครูศิลปะ
จะมีเทคนิคในการสอนที่ดี มีความสนุกงาน มีลูกเล่น
มุขตลกขบขันมากมาย
ซึ่งตรงข้ามกับใบหน้าหรือว่าอารมณ์
เด็กจะสนุกสนานในงานที่ปฎิบัติ
มีความอดทนมีความคิดในการแก้ปัญหา
มีจินตนาการตามวัยวุฒิ
ทำงานร่วมกับเพื่อนได้ดี
งานศิลปะ
สามารถสร้างความรัก ความผูกพัน ได้กับทุกระดับปวงชน
ทั้งในสังคมครอบครัว
การจัดบ้าน
ตกแต่งสวน
จัดบริบทให้น่าอยู่
ดูแล้วเป็นที่ถูกใจของครอบครัว มีความสุข ทั้งลูกเมีย ลูกศิษย์ ผู้ปกครองนักเรียน
โรงเรียนน่าอยู่ต้องดูที่บริบท หากบริบทไม่ดี ไม่ใครอยากเดินผ่าน
แม้ว่างานวิชาการจะเลิศล้ำปานใดก็ตาม อนาคตของผู้เรียน
อยู่ที่ตัวครูเป็นเป็นผู้กำหนดส่วนหนึ่ง
ประสบการณ์อีกส่วนหนึ่ง
ผู้ปกครองอีกส่วนหนึ่ง
หากสามประสานทำงานได้ดี
เด็กๆเหล่านี้คงไม่ก่อปัญหาทางสังคมอย่างแน่นอน
......
ปัญหาที่เกิดกับเด็กในยุคปัจจุบัน
เป็นยุคที่อันตรายรอบด้าน
มีผู้รู้กล่าวว่า
เป็นยุคที่
น้ำไม่ตัก
ผักไม่ปลูก
ลูกไม่เลี้ยง
ประสบการณ์ของคนเก่าสมัยเรานั้น อยากได้น้ำดื่ม ก็ต้องไปตัก โดยเฉพาะตามชนบท กว่าจะได้น้ำดื่ม น้ำอาบ
ต้องแย่งแข่งขันกัน
ลุกตื่นตั้งแต่ ตีสามตีสี
หากตื่นสายไม่ได้น้ำแน่นอน เพราะน้ำหมดจากบ่อ ต้องรออีกหลายชั่วโมง ไม่เหมือนยุคปัจจุบัน อยากได้น้ำ
ไม่อยาก เพียงใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่หมายเลขโทรศัพท์ ก็รอรับน้ำได้เลย ส่วนผักไม่ปลูก
สังคมปัจจุบันเราจะเห็นเด่นชัด
หลายครัวเรือนไม่มีการปลูกสวนครัวเหมือนสมัยเก่าก่อน อยากต้มอยากแกง
ใช้ปัจจัยเงินตราแลกเอา
ส่วนลูกไม่เลี้ยง
สืบเนื่องมาจากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในด้านการครองชีพ การทำมาหากิน จึงทำให้ ผู้ที่ให้กำเนิดลูกไม่อยู่บ้าน
ต้องออกไปทำงานยังต่างจังหวัด ภาระหลักตกอยู่ที่ตา
กับยาย
สภาพการต่างๆเหล่านี้ จึงเป็นที่มาของปัญหาสังคม ลงมากระทบถึง
เด็กนักเรียนที่ขาดความอบอุ่น ความใกล้ชิดกับพ่อแม่ ขาดการดูแลเอาใจใส
ทำให้เด็กๆมีอารมณ์และแนวคิดที่เปลี่ยนแปลงไป
เราก็ได้แต่หวังว่า ประสบการณ์
คงจะทำให้เราได้เห็นว่า อะไรดี อะไรไม่ดี
มีแนวทางแก้ไขปรับปรุงให้การเรียนการสอนและพฤติกรรมของนักเรียนดีขึ้นได้อย่างไร
-----------------------------------------------------------
ขอชื่นชมครูดี..ในดวงใจของเด็กโรงเรียนบ้านกระทุ่มอีกหนึ่งคนค่ะ..
..เก่งๆ.อย่างนี้หาคนสืบทอดเยอะๆนะคะ..
เป็นกำลังใจให้ครูสุวิทย์ด้วยค่ะ..^^