ไม่ว่าระดับระบบ หรือระดับสถาบัน ต้องรู้ร้อนรู้หนาวร่วมไปกับสังคม จึงจะเป็นระบบเรียนรู้ องค์กรเรียนรู้    ต้องมี sensor รับรู้ “อุณหภูมิ” ของสังคม    ต้องมี “receptor” รับสัญญาณจากสังคม   ต้อง “ต่อท่อ” กับสังคม   เพื่อให้รู้และตอบสนองความต้องการของสังคม   มหาวิทยาลัยต้องสร้างกลไกเชื่อมโยงกับสังคม   
          นั่นคือข้อเสนอของผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมประชุมอย่างไม่เป็นทางการ เรื่องนโยบายการศึกษา : การปฏิรูปอุดมศึกษา   ที่ สกอ. เมื่อเช้าวันที่ ๔ ก.พ. ๕๒
          ผมกลับมา AAR ที่บ้าน ว่าจะโยงไปสู่การปฏิบัติอย่างไร   ในหน้าที่ของ กกอ.
          ผมเคยไปเห็น NSF ของสหรัฐอเมริกา สร้างเครื่องมือเชื่อมมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรม เรียกว่าโครงการ IU-CRC (Industry – University Collaborative Research Center)   สกว. มีโครงการ IRPUS เชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับอุตสาหกรรมด้วยโครงการวิจัยระดับปริญญาตรี    และโครงการ “ทุนพัฒนาแผนธุรกิจนวัตกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาโท”    โครงการการสร้างกำลังคนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของฝ่ายวิชาการ เป็นต้น  
          ในการประชุมมีผู้พูดว่า อาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นคนแคบ   เพราะไม่ได้ออกไปคลุกคลีกับ “ภาคชีวิตจริง” (real sector)    จึงต้องคิดหาวิธีการต่างๆ นานา เพื่อให้คณาจารย์เข้าใจ สัมผัส และติดตามความเปลี่ยนแปลงในสังคมให้ได้    ซึ่งก็ไม่ง่าย    เพราะสังคมซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และเปลี่ยนแปลงเร็วมาก  
          ผมกลับมา AAR ว่าเรื่องทำให้อาจารย์เข้าใจสังคมนี้ มหาวิทยาลัยต้องมีการจัดการ    ต้องกำหนดภารกิจของอาจารย์ ที่จะทำให้ตนเองเข้าใจสังคม   และช่วยให้เพื่อนอาจารย์ เข้าใจสังคม    ต้องมีการออกแบบกิจกรรมภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้    ต้องมีการให้รางวัล ยกย่องคนที่เป็น Champion of Social Linker   ที่ทำให้มหาวิทยาลัย มีกิจกรรมร่วมกับสังคม   และรับรู้ความเป็นไปในสังคม
          น่าจะมีการริเริ่มกิจกรรม “รู้จักสังคม” ประจำสัปดาห์ เชิญคนนอกมหาวิทยาลัยมาเล่าความเป็นไปภายนอกที่คนมหาวิทยาลัยควรรู้   เพื่อเป็นช่องทางในการทำงาน
 
          ผมตื่นเต้น ที่จะได้เห็นบรรยากาศใหม่ๆ ในมหาวิทยาลัย    ช่วยให้ชีวิตไม่จำเจ   มีความน่าตื่นเต้นมีชีวิตชีวา
 
วิจารณ์ พานิช
๔ ก.พ. ๕๒