มีการทำAARหลังทำกิจกรรมกลุ่มKMระยะที่ 1 ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีชัยนาทเมื่อ 26-27 มีนาคม 2549
หลังจากเสร็จกิจกรรมก่อนแยกย้ายกันกลับได้มีการจัดกิจกรรมทบทวนหลังปฏิบัติของกิจกรรมทั้งสองวันนี้ แต่ก็ไม่ได้ใช้คำถามอย่างที่ควรจะทำคือ
- วัตถุประสงค์ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้หรือความคาดหวัง
- อะไรที่ได้เกินกว่าความคาดหวัง
- อะไรที่ได้น้อยกว่าความคาดหวัง
- ควรปรับปรุงอะไรบ้างในครั้งต่อไป
- กลับไปแล้วจะทำอะไรต่อ
โดยได้ให้อิสระในการพูดของผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนเลยว่ารู้สึกอย่างไร อยากบอกอะไร อยากฝากอะไรหรือแม้แต่อยากบ่นอะไรก็ได้ ผมเองก็ทำตัวเป็นคุณลิขิต บันทึกที่ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละคนพูดออกมา ดังนี้
- ยังมองเป้าของKMไม่ชัด ยังไม่รู้ว่าทำอะไร แต่รู้จักKMแล้ว
- สุดท้ายแล้วทำKMจะไปให้ถึงแค่ไหนขององค์กร คิดว่าไม่ได้แยกKMออกมาทำอย่างเดียว ควรทำไปกับอย่างอื่นด้วย น่าจะมาทำSWOTกันใหม่ เราน่าจะดึงเอาสิ่งที่ทำอยู่แล้วออกมาด้วย
- สิ่งที่ต้องทำต่อหลังจากทราบเส้นทางKMแล้ว 1) เราต้องไปดูว่าเส้นทางKMของเราควรเป็นอย่างไร 2) เราต้องมาดูว่าใครควรจะเป็นคุณ...อะไร ทั้งการผลักดันระบบใหญ่ ระบบย่อย
- คงต้องมีคณะบุคคลมาดูว่าอะไรมีอยู่แล้ว อะไรต้องสร้างใหม่
- วันแรกไม่เข้าใจว่าวัตถุประสงค์คืออะไร วันนี้ชัดขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ที่จะทำคือต้องไปดูว่าที่เขียนมานี้ จะทำอะไรได้บ้างในปีนี้
- มองว่า LKASA Model เป็นมุมมองเชิงระบบ จะสัมพันธ์เชื่อมโยงและส่งผลเสริมพลังซึ่งกันและกัน
- ถ้าเราเรียนรู้พัฒนางานก็คือKMใช่ไหม ยังดูสะเปะสะปะอยู่เลย
- KMคือการบริหารจัดการเมื่อเราไม่อยู่ คนอื่นก็ทำแทนเราได้ จากสองวันที่ผ่านมา จะทำอะไร เป้าหมายของตนเองพอทำได้ แต่เป้าหมายของภาพรวมทั้งวิทยาลัยยังมองไม่ออก หลายอย่างยังรู้สึกว่าเป็นการเขียนกระดาษ มองไม่เห็นการปฏิบัติที่ชัดเจน รู้สึกว่าโครงการเยอะมากอยู่แล้ว
- หลายคนอาจจะกังวลเพราะดูว่าโครงการมีเยอะมาก แต่เราต้องมาทบทวนดูว่าอะไรคือเรื่องสำคัญ อาจต้องมาดูเรื่องที่วิทยาลัยเรามีความโดดเด่น ถ้าบอกว่าทุกงานต้องไปทำKMรู้สึกว่าจะยาก
- KVกับVisionของวิทยาลัยใช้อันเดียวกันเลยไหม ถ้าแยกกันจะยุ่งยากไป ควรเป็นอันเดียวกัน ไม่เข้าใจเรื่องตัวชี้วัด อะไรOutput outcome process ซึ่งของวิทยาลัยมีเยอะมาก
- เรามีทุกอย่างแล้ว เราทุ่มไปเต็มร้อยแล้ว พอมาทำKMทีหลัง ก็เลยรู้สึกว่ามันมีอะไรมากขึ้นไปอีกเกิน 100
- ควรเริ่มที่ฐาน ดีกว่าการเอาต้นไม้ใหญ่มาปลูกหรือฝัง จะไม่แข็งแรง เข้าใจModel แต่มองว่าความยากอยู่ที่คนในองค์กร ที่จะหลอมรวมกันเป็นหนึ่งได้
- แนวคิดในการทำไม่ยาก แต่ยากที่การสร้างจิตสำนึกของคน
- ถึงไม่รู้ ก็รู้สึกดี เจอตอเยอะ โดยเฉพาะ ต ที่ 1 คือตัวเราเอง มีอัตตาเยอะ อยากเอามาผนวกกับของเราให้โดดเด่นมากขึ้น
- สองวันที่ได้ ทำให้เรียนรู้ระบบการทำKM แต่เราต้องมาคุยกันว่าจะทำเรื่องอะไร เป็นอันดับต่อไป
- สิ่งที่ได้เกินกว่าที่ตั้งใจไว้คือมาตรฐานที่ 5 ของมาตรฐานการประกันการศึกษา เพราะเรายังไม่ชัด แต่วันนี้ชัดมากขึ้น เข้าใจมากขึ้น เป็นคำถามกับพวกเราหลายๆคน ว่าจะทำเฉพาะองค์กรใหญ่หรือต้องทำในแผนกย่อยๆด้วย ซึ่งคิดว่าทุกคนในแผนกต้องทำ แต่อาจไม่ได้ทำวันนี้
- ควรมีการจัดทำValue chain แบบที่อาจารย์นำมาเสนอตัวอย่างให้ดูเพื่อมองความเชื่อมโยงของกระบวนการต่างๆของวิทยาลัย
ส่วนไหนที่เป็นข้อสงสัยหรือคำถาม ผมก็ได้อธิบายให้เข้าใจ ซึ่งจะเห็นว่าสิ่งที่ผู้ร่วมกิจกรรมพูดมาจะมีทั้งสิ่งที่เป็นคำถามและคำตอบ สิ่งที่หวัง สิ่งที่ได้ สิ่งที่ได้เกินและสิ่งที่ไม่ได้อยู่แล้ว
ข้อควรปรับปรุงในครั้งนี้
- ไม่ชี้แจงวัตถุประสงค์การทำกิจกรรมให้ชัด
- ไม่เข้าใจแนวคิด แนวทางและแนวทำKM เพราะไม่ได้ปูพื้นฐานความเข้าใจครบทุกคน หรือแม้แต่คนที่ฟังแล้วสองรอบก็ยังบอกว่า ฟังดูเหมือนง่าย แต่ทำยาก
- หัวหน้างานที่มีส่วนในการขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาเข้าร่วมประชุมน้อยไป จึงขาดความคิดหลากหลาย เวลาระดมสมองจึงดูเหมือนยาก
- การทำการจัดการความรู้แบบบูรณาการ ตามLKASA Model จะมีความซับซ้อนมากและเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้ทำกิจกรรมได้ยาก เข้าใจยาก คนทำจะดูเป็นเรื่องยากเพราะมันเกี่ยวพันไปทุกส่วนขององค์การ
สิ่งที่วิทยาลัยจะต้องทำต่อก่อนมีการจัดกิจกรรมในครั้งที่สองคือ
- นำเอาแนวทางกิจกรรมทั้ง 5 ขั้นตอน ไปเปรียบเทียบกับแผนเดิมหรือดูว่าอะไรที่มีอยู่แล้วในวิทยาลัย จะได้เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติ
- ทบทวนเป้าหมายขององค์การ ตัวชี้วัดและทบทวนเป้าหมายของการนำการจัดการความรู้มาใช้
- ทำความเข้าใจหลักการและแนวความคิดที่แท้จริงของKM
- สรุปแผนที่ควรมีของวิทยาลัย พร้อมทั้งนำแผนไปฝังอยู่ในแผนเดิมที่มีอยู่
- วางระยะการทำKMในวิทยาลัยเป็นกิจกรรมระยะยาว
ข้อคิดที่ฝากไว้กับทีมงานที่เข้าร่วมกิจกรรม
- KMกับQAกับงานประจำเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จะเป็นเรื่องเดียวกันได้เราต้องเข้าใจแนวคิดที่แท้จริงของทั้งสองเรื่องก่อน จึงจะเอามาบูรณาการกันได้ เพราะต้องมีการตัดแต่ง เสริมต่อให้เป็นเรื่องเดียวกัน
- อย่าถวิลหาแต่ความชัดเจน เพราะหลายเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะชัดเจน ยิ่งในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างปัจจุบันนี้ และให้ถือเสมอว่า ความคลุมเครือเป็นบ่อเกิดของการเรียนรู้และความรู้
- อย่าเริ่มที่คนอื่น จงเริ่มที่ตัวเอราเองก่อน อย่าเริ่มที่ไกลตัว จงเริ่มที่ใกล้ตัวก่อน
- จงเชื่อมั่นในตัวผู้บริหารและไว้ใจในตัวผู้ปฏิบัติ