ประเทศจะได้ประโยชน์มหาศาล หาก คปก.ได้รับงบประมาณเพิ่มจำนวน นศ. เป็น ๕๐๐ - ๘๐๐ คน

โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก ทุนปัญญาของชาติที่ถูกละเลย


        นานๆ ประเทศไทยจะมีโครงการสร้างปัญญาของชาติที่ได้ผลดีเยี่ยม   และลดค่าใช้จ่ายในการสร้างคนระดับปริญญาเอก   โครงการ คปก. ผ่านการประเมินจากหลากหลายทาง  และได้รับการยอมรับสูงยิ่ง    แต่น่าเสียดาย รัฐบาลทักษิณคงจะเห็นว่าไม่ใช่ผลงานที่ตนจะได้คะแนนเสียง    จึงไม่สนับสนุน    ทำให้โครงการนี้ไม่โตตามแผน   แต่ก็ไม่ตาย เพราะผลงานดีมาก
        ต่อไปนี้เป็นราบงานที่ คปก. นำออกเผยแพร่


     ผลของการที่ประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนนักวิจัยระดับปริญญาเอกอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ระบบวิจัยของประเทศอ่อนแอและไม่มีเทคโนโลยีใหม่เพื่อพัฒนาประเทศเท่าที่ควร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัย) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ร่วมกันริเริ่ม โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) โดยมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนานักวิจัยและผลิตงานวิจัยเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งให้แก่ระบบวิจัย และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตนักวิจัยระดับปริญญาเอกในระยะแรกจำนวน 5,000 คน ภายในเวลา 15 ปี (2540-2554)
      
       เพื่อให้ได้บุคลากรระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล คปก. จึงมีมาตรการควบคุมคุณภาพ 3 ด้าน คือ (1) คัดเลือกอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยสูงและมีผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีความร่วมมือกับอาจารย์ในสถาบันชั้นนำในต่างประเทศ (2) คัดเลือกนักศึกษาที่มีความสามารถสูง โดยผู้มีวุฒิ ปริญญาตรีจะต้องได้เกียรตินิยม และ/หรืออยู่ใน 10% แรกของชั้น ผู้มีวุฒิปริญญาโทจะต้องมีผลการเรียนระดับดีและมีผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ และ (3) นักศึกษาผู้ได้รับทุน คปก. จะต้องตีพิมพ์ผลงานวิจัยอันเนื่องจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในวารสารวิชาการนานาชาติหรือได้รับการยื่นขอจดสิทธิบัตรก่อนสำเร็จการศึกษา ซึ่งระหว่างการศึกษาวิจัยปริญญาเอกนักศึกษา คปก. จะมีโอกาสไปทำวิจัยในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันในต่างประเทศเพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ด้านการวิจัยด้วย
ปัจจุบัน คปก. ได้ให้ทุนผู้ช่วยวิจัยแก่นักศึกษาไปแล้วประมาณ 1,700 คน มีจำนวนโครงการความร่วมมือกับต่างประเทศทั้งหมด 1,570 โครงการ มีอาจารย์ที่ปรึกษาต่างประเทศทั้งหมด 1,338 คน จากมหาวิทยาลัยและสถาบันชั้นนำกว่า 300 แห่ง ใน 37 ประเทศทั่วโลก และสามารถผลิตบุคลากรระดับปริญญาเอกได้แล้วจำนวน 500 คน ซึ่งดุษฎีบัณฑิตเหล่านี้มีบทบาทอย่างชัดเจนในการพัฒนาประเทศ โดยกว่า 360 คน หรือ 72% ทำงานเป็นอาจารย์ นักวิจัย และนักวิชาการ ซึ่งได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งด้านการวิจัยให้ระบบมหาวิทยาลัยและหน่วยงานภาครัฐ กว่า 43 คน หรือ 9% ไปทำวิจัยในต่างประเทศซึ่งจะมีบทบาทในการนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ กลับมาพัฒนาประเทศไทยในอนาคต
      
       ทั้งนี้ การผลิตดุษฎีบัณฑิตคุณภาพสูงด้วย ทุน คปก. มีค่าใช้จ่ายเพียง 1.7 ล้านบาท/คน ซึ่งจัดว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการส่งนักศึกษาไปเรียนต่างประเทศซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 6 ล้านบาท/คน หาก คปก. สามารถผลิตดุษฎีบัณฑิตได้ตามเป้าหมาย คือ 5,000 คน จะประหยัดงบประมาณได้ถึง 21,500 ล้านบาท ในส่วนของงานวิจัย คปก. มีส่วนในการเพิ่มผลงานวิจัยให้กับประเทศเป็นอย่างมาก โดยสามารถผลิตผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติกว่า 1,195 เรื่อง และมีสิทธิบัตรที่ได้ยื่นจดถึง 27 เรื่อง
      
       การผลิตบัณฑิตระดับปริญญาเอกของโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ถือเป็นการยิงกระสุนนัดเดียวแต่ประโยชน์หลายทาง ทั้งผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพสูง มีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศแล้วยังได้นักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพให้กับประเทศ เพราะโครงการ คปก.มีข้อดีคือ การส่งนักศึกษาไปทำวิจัยในต่างประเทศ เพราะทำให้มองเห็นวิธีคิดของประเทศนั้นๆได้ และนักศึกษาที่ส่งไปส่วนใหญ่จะเป็นในสาขาวิชาที่ประเทศไทยขาดแคลนเช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เป็นวิทยาการสมัยใหม่ ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากในเมืองไทย ซึ่งในอนาคตเชื่อว่านักศึกษาเหล่านี้คงกลับมาทำประโยชน์ให้กับประเทศได้เป็นอย่างมาก
      
       โครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ไม่เพียงเป็นโครงการที่สนับสนุนให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาเอกเท่านั้น หากแต่โครงการได้มีส่วนช่วยในการยกระดับการศึกษา และเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับบัณฑิตศึกษาของประเทศไทย ด้วย คปก. มีกลไกที่ช่วยสนับสนุนการวิจัยในระบบมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งแสดงให้เห็นจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในระดับบัณฑิตศึกษา คือ
      
       การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักศึกษา และหลักสูตรปริญญาเอกอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าในอนาคตจะมีบุคลากรที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกออกมาพัฒนาประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
      
       เงื่อนไขในการขอจบที่ต้องมีผลงานวิจัยที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของทั้งบทความในวารสารนานาชาติ และสิทธิบัตร จากมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีการปรับมาตรฐานของบัณฑิตศึกษาให้สูงขึ้น โดยในมหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มมีการกำหนดให้บัณฑิตปริญญาเอกมีการตีพิมพ์ผลงานจากวิทยานิพนธ์

     (.) () (.) (.) 5,000 15 (2540-2554)              . 3 (1) (2) / 10% (3) . . . 1,700 1,570 1,338 300 37 500 360 72% 43 9%               . 1.7 / 6 /. 5,000 21,500 . 1,195 27               (.) .              (.) .                            


        ในสายตาของผม คปก. มีคุณูปการต่อสังคมไทยในระดับรากฐานดังนี้
1.       สร้างความมั่นใจตนเอง ให้แก่วงการอุดมศึกษาไทย    ว่าเราสร้างบัณฑิตระดับปริญญาเอกในมาตรฐานสากลได้  หากมีการสนับสนุนจริงจัง   และมีการจัดการที่ชาญฉลาด
2.       เป็นกลไกขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งไปสู่มหาวิทยาลัยวิจัย  
3.       เป็นกลไกขับเคลื่อนให้นักวิจัยระดับยอดของประเทศได้สร้างทีมวิจัย และอาชีพนักวิจัย – นักวิจัยอาชีพ 
4.       เปลี่ยนความสัมพันธ์กับวงการวิจัยต่างประเทศ ให้เป็นความสัมพันธ์ในระดับที่เท่าเทียม    โดยเราคุมโจทย์วิจัยของเราเอง    เป็นโจทย์วิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองของเรา
5.       ลดค่าใช้จ่ายในการส่งคนไปทำปริญญาเอกในต่างประเทศ    เราผลิตได้ในคุณภาพเท่าเทียมกันในค่าใช้จ่ายเพียง ๑/๓  

     น่าเสียดายที่ผู้บริหาร/นักการเมือง ไทย ไม่รู้จักการทำประโยชน์ให้แก่ประเทศโดยการต่อยอดความสำเร็จ    หันไปสร้างโครงการใหม่ๆ เพื่อให้ได้ตราของตนเอง  (เป็นโรค NIH)   โดยที่โครงการใหม่ๆ เหล่านั้นล้มแล้วล้มอีก แล้วก็เกิดใหม่ ตามโรค NIH
     วงการอุดมศึกษา  และวงการวิจัย ควรออกมาเรียกร้องให้มีการจัดสรรงบประมาณให้แก่ คปก. เพิ่มขึ้น ๒ – ๓ เท่า    เวลานี้วงการอุดมศึกษา – วิจัย ไทย มีความสามารถผลิตปริญญาเอกระดับคุณภาพได้ปีละ ๖๐๐ – ๘๐๐ คน    ซึ่งจริงๆ แล้วยังไม่พอใช้    ถ้าไม่เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ ประเทศของเราจะก้าวเข้าสู่ “สังคมอุดมปัญญา” (Knowledge-based Society)
ได้แบบสังคมสมองลีบ  
วิจารณ์ พานิช
๑๖ เมย. ๔๙