ไปลาวกัน

 เดือนเมษานี่ มันฮ้อนจั๊กๆ ข้าพเจ้าเอนกายลงบนเปลใต้ต้นตะขบ หรี่ตามองแม่น้ำซองไหลเอื่อย กระทบแสงแดดสีทองสะท้อนแสบตา เหตามองไปทางม่านภูเขาที่โอบล้อมเมืองเล็กๆนี้อยู่ วันนี้ขืนอยู่ที่นี่ท่าจะแย่ ออกไปเล่นน้ำเย็นๆ ดีกว่า
 
     มองเข้าไปทางเรือนอาหารริมแม่น้ำ เห็นเพื่อนร่วมเกสเฮ้าท์นั่งเล่นกันอยู่ ๓-๔ คน ท่าทางหมดอาลัย กับอุณภูมิความร้อนในขณะนี้ เข้าทาง...." ไปเที่ยวถ้ำข้างในกัน ที่หน้าถ้ำมีลากูนสีฟ้า น้ำเย็นมาก " ข้าพเจ้าเอ่ยถาม

     รถอีแต๋นรับจ้างเคลื่อนตัวออกอย่างสงบ  มีเพื่อนร่วมทางไปด้วย ๘ คน ทั้งเกสเฮ้าท์นั่นแล เจ้าของเกสเฮ้าท์มาบอกพายหลังว่า วันนั้นทั้งวันเกสเฮ้าท์เงียบป็นป่าช้า 

     รถเคลื่อนตัวไปบนถนนดินแดง จุดมุ่งหมายของเราคือ ถ้ำภูเขาด้านใน ใช้เวลาเกือบ ๓ ชม. ลมร้อนปะทะหน้า มองไปข้างทาง เป็นภูเขาใหญ่น้อยสลับกัน ผ่านหมู่บ้านชาววังเวียง คงไม่ต่างอะไรกับบ้านนอกเมืองไทยเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว บ้างครั้งอีแต๋นต้องผ่านแม่น้ำเล็กๆ พวกเราตื่นตาตื่นใจ คุยกันไป ร้องเพลง หัวเราะะกันตลอดทาง

     ถึงที่หมาย ความร้อนที่สะสมกันมาตลอดวัน กำลังจะถูกปลดปล่อย ลากูนเล็กๆสีฟ้าใส ใต้ร่มเงาของต้นไม้ มีปลาว่ายอยู่เต็มสระ  เย้....เรากระโดดลงน้ำกันอย่างกระหาย  พักเดียวก็ขึ้นจากน้ำปากซีดปากสั้น ก็น้ำมันเย็นขนาด ทำให้ต้องออกมานั่งตากแดดเพื่อคลายหนาว แล้วก็กระโดดลงไปเล่นใหม่ ทำอย่างนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า สนุกจริงๆ

    และเช้าวันต่อมาแขกทั้งเกสเฮ้าท์ก็ไม่สบาย....ข้าพเจ้านอนเล่นอยู่ที่เปลตัวเดิม  วันนี้อยู่เฉยๆ ท่าจะดี